แครอทกินดิบหรือกินสุกดี? เผยวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

แครอทกินดิบหรือกินสุกดี? เผยวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

แครอทกินดิบหรือกินสุกดี? เผยวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แครอทเป็นผักสีส้มที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสายตา อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน วิตามิน และใยอาหาร แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “แครอทควรกินดิบหรือสุก ถึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด?” บทความนี้มีคำตอบ พร้อมคำแนะนำในการกินที่ถูกต้องเพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าสูงสุด

แครอทคืออะไร?

เป็นพืชหัวในตระกูล Umbelliferae มีต้นกำเนิดจากเอเชียกลาง ลักษณะเด่นคือรากสะสมอาหารสีส้มสด (บางพันธุ์อาจเป็นสีม่วง เหลือง หรือขาว) รสหวานอ่อน เนื้อกรอบ อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้

แครอทกินดิบดีไหม?

ข้อดีของแครอทดิบ

  • แครอทดิบให้ใยอาหารเต็มที่ เพราะยังไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน

  • เหมาะสำหรับการเคี้ยวเล่น ช่วยขัดฟันและลดการอยากอาหาร

  • วิตามิน C ซึ่งไวต่อความร้อนยังคงอยู่มากกว่าการปรุงสุก

ข้อเสียของแครอทดิบ

  • ร่างกายดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้น้อยกว่าการกินสุก

  • อาจย่อยยากในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

  • เสี่ยงมีสารตกค้าง หากล้างไม่สะอาดหรือปลูกด้วยสารเคมี

แครอทกินสุกดีไหม?

ข้อดีของแครอทสุก

  • การปรุงด้วยความร้อน (โดยเฉพาะการนึ่งหรือผัดเบาๆ) ช่วยให้ร่างกายดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้ดีกว่ากินดิบ

  • ทำให้เนื้อนุ่ม ย่อยง่าย เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีระบบย่อยอาหารบอบบาง

  • ปรุงร่วมกับไขมัน เช่น น้ำมันมะกอก จะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารที่ละลายในไขมัน

ข้อเสียของแครอทสุก

  • วิตามิน C บางส่วนสูญเสียจากความร้อน

  • ถ้าปรุงด้วยการทอดหรือใช้ความร้อนสูงเกินไป อาจเสี่ยงการเกิดสารพิษหรือไขมันทรานส์

กินแครอทยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

  • หากต้องการ ใยอาหารและวิตามิน C สูง → กินแบบดิบ (แต่ต้องล้างให้สะอาด)

  • หากต้องการ เบต้าแคโรทีนและวิตามิน A สูงสุด → ควรนึ่ง ต้ม หรือผัดเบาๆ

  • ผสมผสานทั้ง 2 แบบในมื้ออาหาร เช่น กินแครอทสดในสลัด + แครอทนึ่งในซุป

  • เลี่ยงการปรุงแบบทอด เพราะจะทำให้แครอทอมน้ำมันและสูญเสียคุณค่า

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ควรล้างแครอทให้สะอาดก่อนรับประทาน โดยใช้แปรงถูเบาๆเพื่อลดสารตกค้าง

  • หากซื้อแบบออร์แกนิก จะปลอดภัยต่อการกินดิบมากกว่า

  • ไม่ควรกินแครอทในปริมาณมากเกินไปทุกวัน เพราะอาจทำให้ผิวเหลือง (Carotenemia)

สรุป

ทั้งแครอทดิบและแครอทสุกมีข้อดีที่แตกต่างกัน หากกินในรูปแบบที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายที่สุด แนะนำให้หมุนเวียนวิธีรับประทานในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งใยอาหาร วิตามิน และเบต้าแคโรทีนอย่างครบถ้วน

อ่านเพิ่ม

6 เมนูสุขภาพทำง่ายภายใน 10 นาที อร่อยง่ายสบายกระเป๋า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล