ไดฟูกุ VS โมจิ สองขนมญี่ปุ่นแสนอร่อย ต่างกันตรงไหน?

ไดฟูกุ VS โมจิ สองขนมญี่ปุ่นแสนอร่อย ต่างกันตรงไหน?

ไดฟูกุ VS โมจิ สองขนมญี่ปุ่นแสนอร่อย ต่างกันตรงไหน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ขนมญี่ปุ่นสุดฮิตที่หลายคนเรียกสลับกันคือไดฟูกุและโมจิ ความจริงแล้วสองคำนี้มีรายละเอียดแตกต่างกันมากกว่าที่คิด มาทำความเข้าใจให้หายสับสนกัน!

โมจิคืออะไร?

โมจิ คือขนมข้าวเหนียวตำสไตล์ญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี จุดเริ่มต้นมาจากการนำข้าวเหนียวมาตำในครกไม้ขนาดใหญ่ด้วยแรงคนจนเหนียวหนึบ ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ใช้ในพิธีสำคัญ เช่น งานปีใหม่ งานแต่งงาน หรือไหว้เทพเจ้า เพราะเชื่อว่าโมจิสื่อถึงความมั่งคั่งและชีวิตที่ยืนยาว

ประเภทของโมจิที่คนญี่ปุ่นนิยม

  • โมจิปิ้ง ทาซอสโชยุรสหวานเค็ม

  • โมจิในซุปถั่วแดงโอเซนิ

  • คิริโมจิ (โมจิแห้ง) เก็บไว้ทอดหรือย่างกินได้ตลอดปี

ไดฟูกุคืออะไร?

ไดฟูกุ คือ โมจิ ชนิดหนึ่งที่พัฒนาจากแป้งข้าวเหนียวธรรมดาให้มีไส้หวานด้านใน เช่น ไส้ถั่วแดง ไส้ถั่วขาว เกาลัด หรือผลไม้สด ไดฟูกุ แปลว่า “โชคดี” คนญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าเป็นขนมมงคล นิยมให้เป็นของฝากในโอกาสดีๆ

ไส้ยอดนิยมของไดฟูกุ

  • ไส้ถั่วแดงกวน (อนโกะ)

  • ไส้ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ยูสุ

  • ไส้ครีมหรือวิปครีม

ความต่างไดฟูกุและโมจิที่ควรรู้

ส่วนผสมต่างกัน

โมจิ คือแป้งข้าวเหนียวล้วนๆ กินกับเครื่องเคียงแบบธรรมชาติ เช่น ถั่วเหลืองบด น้ำตาล หรือซอส ส่วนไดฟูกุคือแป้งโมจิที่ห่อไส้ด้านใน ทำให้ได้รสหวานเพิ่มขึ้น

วิธีทำ

วิธีทำโมจิแบบดั้งเดิมจะใช้ครกไม้ขนาดใหญ่และแรงคนตำให้เหนียว ส่วนไดฟูกุหลังตำเสร็จต้องรีบห่อไส้ เพราะแป้งจะเหนียวและแห้งเร็ว ถ้าช้าจะห่อยากและแตกได้ง่าย

รสชาติและเนื้อสัมผัส

โมจิจะนุ่มหนึบ เคี้ยวแล้วได้รสข้าวเหนียวเต็มๆ ไม่มีรสหวานจัด ส่วนไดฟูกุจะหวานชัดเพราะมีไส้ด้านใน เคี้ยวแล้วได้รสสัมผัสทั้งแป้งนุ่มหนึบและไส้ละมุน

ไดฟูกุกับโมจิ ต่างกันด้านสุขภาพไหม?

หากเทียบด้านโภชนาการ โมจิจะพลังงานต่ำกว่าเพราะไม่มีไส้หวานหรือครีม ส่วนไดฟูกุมีแคลอรีสูงกว่าเพราะน้ำตาลและไขมันจากไส้ ถ้าอยากกินเฮลตี้ควรเลือกไดฟูกุไส้ผลไม้แทนไส้ถั่วหวาน

ใครควรเลี่ยงบ้าง

คนที่ควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยเบาหวานควรทานแต่น้อย เพราะไส้หวานจะเพิ่มน้ำตาลในเลือดได้ง่าย

เคล็ดลับเลือกและเก็บไดฟูกุกับโมจิให้อร่อยจริง

วิธีดูแป้งโมจิและไดฟูกุ

  • แป้งต้องนุ่ม ไม่แห้ง ไม่แข็ง

  • ไม่ควรเหนียวติดมือเกินไป

วิธีเก็บโมจิ

  • ถ้าเป็นโมจิสดควรกินให้หมดภายใน 2-3 วัน เพราะแป้งจะค่อยๆ แข็งตัวเมื่อเจออากาศเย็นหรือแห้ง

  • เก็บในกล่องปิดสนิท แล้วแช่ในตู้เย็น เพื่อรักษาความนุ่มและไม่ให้แป้งแห้งแตก

  • ถ้าต้องการเก็บนานขึ้น อาจห่อด้วยพลาสติกแรปก่อนใส่กล่อง จะช่วยกันความชื้นได้ดีขึ้น

  • สำหรับโมจิแห้ง (เช่น โมจิอบแห้งหรือโมจิพร้อมกินจากร้านสะดวกซื้อ) เก็บตามวันหมดอายุที่ระบุ และปิดซองให้แน่นเสมอ

วิธีเก็บไดฟูกุ

  • แนะนำให้กินภายใน 1-2 วัน

  • เก็บในตู้เย็นเพื่อคงความสด ไม่ให้ไส้เสียรสชาติ

สรุปไดฟูกุกับโมจิแตกต่างกันอย่างไร

สรุปคือ โมจิคือขนมข้าวเหนียวเนื้อหนึบ กินเปล่าหรือคู่เครื่องเคียง ส่วนไดฟูกุคือโมจิที่มีไส้ด้านใน ได้รสหวานกลมกล่อม ใครอยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ลองชิมทั้งสองแบบ จะได้รู้ว่า ไดฟูกุกับโมจิ อร่อยต่างกันยังไง!

อ่านเพิ่ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล