ดมยาดมบ่อยๆ เป็นอะไรไหม? รู้ทันผลข้างเคียงและโทษของยาดม

ดมยาดมบ่อยๆ เป็นอะไรไหม? รู้ทันผลข้างเคียงและโทษของยาดม

ดมยาดมบ่อยๆ เป็นอะไรไหม? รู้ทันผลข้างเคียงและโทษของยาดม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ยาดมเป็นไอเท็มสามัญประจำบ้านของใครหลายๆ คน ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คัดจมูก และคลายความรู้สึกหน้ามืดเป็นลมได้ ทำให้หลายคนติดใจและต้องพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ 

แต่การดมยาดมบ่อยๆ จะมีผลเสียอะไรไหม เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย บทความนี้จะมาให้คำตอบพร้อมข้อควรรู้ที่สำคัญ

ส่วนประกอบหลักในยาดม

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับส่วนประกอบหลักๆ ในยาดมกันก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะประกอบด้วยสารสำคัญเหล่านี้:

  • เมนทอล (Menthol): ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น หอมเย็น
  • พิมเสน (Borneol): มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยให้ผ่อนคลายและสดชื่น
  • การบูร (Camphor): ให้กลิ่นหอมฉุน ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก
  • น้ำมันหอมระเหยอื่นๆ: เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันเปปเปอร์มินต์ ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์และเพิ่มกลิ่นหอม

สารเหล่านี้เมื่อสูดดมเข้าไปจะออกฤทธิ์กระตุ้นปลายประสาทในโพรงจมูก ทำให้รู้สึกสดชื่น โล่งจมูก และช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น

ดมยาดมบ่อยๆ ได้ไหม มีผลเสียหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว การดมยาดมในปริมาณที่พอเหมาะและตามข้อบ่งใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้บ่อยเกินไปหรือใช้ผิดวิธี อาจมีผลข้างเคียงที่ควรระวังดังนี้:

  1. ระคายเคืองเยื่อบุโพรงจมูก: สารระเหยในยาดมมีฤทธิ์เย็นและฉุน หากดมบ่อยครั้งหรือจ่อใกล้จมูกมากเกินไป อาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกเกิดการระคายเคือง อักเสบ หรือแห้งได้ ซึ่งนำไปสู่อาการแสบจมูก หรือจมูกไวต่อสิ่งกระตุ้นอื่นๆ
  2. อาการติดยาดม: แม้จะไม่มีสารเสพติด แต่การดมยาดมบ่อยๆ จนเป็นนิสัย อาจทำให้เกิดภาวะ "ติดยาดม" ในเชิงพฤติกรรม กล่าวคือ รู้สึกไม่สบายตัว กระวนกระวาย หรือต้องดมอยู่ตลอดเวลาเพื่อรู้สึกโล่งสบาย เหมือนเป็นความเคยชินมากกว่าความจำเป็นทางการแพทย์
  3. ปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคไซนัสหรือภูมิแพ้: ในบางรายที่มีปัญหาไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้ การสูดดมสารในยาดมบ่อยๆ อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคือง หรือทำให้อาการแย่ลงได้
  4. หลอดลมหดเกร็ง (Bronchospasm): ในผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือผู้ที่มีภาวะหลอดลมไวเป็นพิเศษ การสูดดมสารระเหยที่มีกลิ่นฉุนอย่างเมนทอล การบูร อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหลอดลมหดเกร็ง หายใจลำบากได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้
  5. เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการใช้ร่วมกับผู้อื่น: ยาดมแบบหลอดหมุนเวียนกันใช้อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ควรใช้ส่วนตัวและไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  6. เป็นพิษหากรับประทาน: ยาดมมีส่วนผสมที่ไม่ควรรับประทาน หากเผลอกลืนเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ยาดม

เพื่อให้การใช้ยาดมเกิดประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้:

  • ใช้เมื่อจำเป็น: ดมเมื่อรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คัดจมูก หรืออ่อนเพลียเท่านั้น
  • ไม่จ่อใกล้จมูกเกินไป: เว้นระยะห่างเล็กน้อยเพื่อลดการระคายเคือง
  • ใช้ส่วนตัว: ไม่ใช้ยาดมร่วมกับผู้อื่น
  • อ่านฉลากยา: ศึกษาส่วนประกอบและข้อบ่งใช้ให้ละเอียด
  • เก็บให้พ้นมือเด็ก: เพื่อป้องกันการเผลอรับประทาน
  • สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการแสบจมูก ไอ ระคายเคือง หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ควรหยุดใช้ทันที

การดมยาดมบ่อยๆ โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายร้ายแรงหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็ควรระมัดระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การระคายเคืองเยื่อบุจมูก หรือการเป็นนิสัยติดยาดม หากมีอาการผิดปกติใดๆ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของคุณ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล