โฮจิฉะคืออะไร? ชาเขียวญี่ปุ่นคั่วหอม รสชาติละมุน

โฮจิฉะคืออะไร? ชาเขียวญี่ปุ่นคั่วหอม รสชาติละมุน

โฮจิฉะคืออะไร? ชาเขียวญี่ปุ่นคั่วหอม รสชาติละมุน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อพูดถึงชาเขียวญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงมัทฉะหรือเซนฉะเป็นอันดับแรกๆ แต่ยังมีชาอีกประเภทหนึ่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นก็คือ โฮจิฉะ (Hojicha) ซึ่งเป็นชาที่ผ่านกระบวนการคั่ว ทำให้มีสี กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างจากชาเขียวทั่วไปอย่างชัดเจน

โฮจิฉะคืออะไร?

โฮจิฉะ คือ ชาเขียวญี่ปุ่นที่นำไปคั่ว โดยปกติแล้วจะใช้ใบชาเขียวคุณภาพดี เช่น บันฉะ (Bancha) หรือบางครั้งก็ใช้ก้านชาและยอดชามาคั่วด้วยอุณหภูมิสูง กระบวนการคั่วนี้เองที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ:

  • สีของชา: เปลี่ยนจากสีเขียวสดใสเป็นสีน้ำตาลแดงอมส้ม
  • กลิ่นของชา: เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นคาราเมล ควันไม้ หรือถั่วคั่ว มีความอบอุ่นและนุ่มนวล
  • รสชาติของชา: มีรสชาติที่ละมุน นุ่มนวล และหวานอ่อนๆ ไม่ขมหรือฝาดเหมือนชาเขียวทั่วไป อีกทั้งยังมี คาเฟอีนต่ำ กว่าชาเขียวชนิดอื่นๆ มาก ทำให้สามารถดื่มได้ง่ายขึ้นและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนสูง

ประวัติความเป็นมาของโฮจิฉะ

โฮจิฉะถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1920 (ประมาณปี พ.ศ. 2463) ที่เมืองเกียวโต โดยเริ่มแรกเป็นการนำชาเขียวที่เหลือจากการผลิตชาประเภทอื่น หรือชาที่เก็บไว้นานแล้ว มาคั่วเพื่อไม่ให้เสียเปล่า และเพื่อสร้างรสชาติใหม่ๆ ให้กับชา เมื่อพบว่าการคั่วช่วยลดความขมและเพิ่มกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ โฮจิฉะจึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและกลายเป็นชาอีกประเภทหนึ่งที่ผู้คนชื่นชอบ

กระบวนการผลิตโฮจิฉะ

การผลิตโฮจิฉะเริ่มต้นจากการเลือกใบชาเขียวคุณภาพดี ซึ่งอาจเป็นใบชาจากฤดูเก็บเกี่ยวสุดท้าย (บันฉะ) หรือส่วนอื่นๆ ของต้นชา จากนั้นนำใบชาเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการ คั่วด้วยความร้อนสูง โดยมักจะใช้เตาคั่วแบบพิเศษที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ การคั่วจะหยุดลงเมื่อใบชามีสีน้ำตาลแดงอมส้มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ประโยชน์ของโฮจิฉะ

นอกจากรสชาติที่อร่อยและกลิ่นหอมที่ชวนหลงใหลแล้ว โฮจิฉะยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ:

  • คาเฟอีนต่ำ: เหมาะสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน หรือผู้ที่ต้องการดื่มชาในช่วงเย็นโดยไม่ส่งผลต่อการนอนหลับ
  • ช่วยผ่อนคลาย: กลิ่นหอมอบอุ่นและรสชาติที่นุ่มนวลช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดได้เป็นอย่างดี
  • ลดปัญหาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร: เนื่องจากมีปริมาณแทนนินน้อยกว่าชาเขียวทั่วไป จึงลดโอกาสในการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ: แม้จะผ่านการคั่ว แต่โฮจิฉะก็ยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
  • ช่วยให้สดชื่น: สามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

วิธีการชงโฮจิฉะ

การชงโฮจิฉะไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้:

  1. ต้มน้ำ: ต้มน้ำให้เดือดและทิ้งไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย ประมาณ 90-100 องศาเซลเซียส
  2. ใส่ใบชา: ตักใบโฮจิฉะประมาณ 1 ช้อนชา (สำหรับ 1 ถ้วย) ลงในกาน้ำชาหรือแก้วชงชา
  3. รินน้ำ: รินน้ำร้อนลงบนใบชา
  4. รอ: ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที ขึ้นอยู่กับความเข้มที่ต้องการ (ไม่ควรแช่นานเกินไปจะทำให้รสชาติขม)
  5. เสิร์ฟ: รินชาใส่ถ้วยและดื่มด่ำกับกลิ่นหอมและรสชาติละมุน

โฮจิฉะ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาญี่ปุ่น แต่ไม่ต้องการรสชาติที่เข้มข้นหรือคาเฟอีนสูงเท่าชาเขียวทั่วไป ด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่นุ่มนวล ทำให้โฮจิฉะเป็นชาที่ดื่มง่ายและสามารถดื่มได้ทุกช่วงเวลาของวัน ลองหาโฮจิฉะมาลองชิมดู แล้วคุณอาจจะหลงรักชาคั่วจากญี่ปุ่นชนิดนี้ก็เป็นได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล