แชร์ประสบการณ์ "อบเต่า" แบบ "แม่บุญตา" ละครคุณพี่เจ้าขาฯ เพื่อสุขภาพ (ภายใน) ผู้หญิง

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความท้าทาย ผู้หญิง และสาวๆ หลายคนอาจละเลยการดูแลสุขภาพภายในของตนเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว สุขภาพภายในของผู้หญิงเป็นรากฐานสำคัญของการมีชีวิตที่สมบูรณ์และมีความสุข สุขภาพภายในของผู้หญิงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่สุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสุขภาพของระบบฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิตใจด้วย ความสมดุลของระบบเหล่านี้มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิงในทุกช่วงวัย

เมื่อมีโอกาสเดินทางไปที่ RXV Wellness Village Sampran (อาร์ เอ็กซ์ วี เวลเนส วิลเลจ สามพราน) จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่ที่หากใครก็ตามที่กำลังคิดถึงความผ่อนคลายทั้งกาย และใจ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ การขับรถออกไปนอกเมืองเพียงไม่ถึง 1 ชม. ก็สามารถเดินทางไปถึง
ที่ RXV Wellness Village Sampran สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ไปเยือนตั้งแต่ความร่มรื่นของต้นไม้โดยรอบ รวมไปถึงพื้นที่ Wellness Zone กว้างขวางที่แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ Wellness Clinic การแพทย์สมัยใหม่ ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์ตะวันตก Wellness Gaya กายภาพบำบัดมิติใหม่แห่งการออกกำลังกาย และเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ และ Wellness Jai การแพทย์ทางเลือกช่วยดูแลปกป้องแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ และที่โซนนี้เองที่ทำให้ได้พบกับโปรแกรมดูแลตัวเองในแบบฉบับสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ หรือโปรแกรม Lady Health และสิ่งที่น่าสนใจสำหรับโปรแกรมนี้จนทำให้อยากทดลองใช้บริการก็คือ การนั่งถ่าน หรือการนั่งยา ซึ่งถามจากพนักงาน ทรีทเมนต์นี้ก็คือคือ การอบเต่า อย่างที่แม่บุญตาทำในละครคุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์

โดยการนั่งถ่าน หรือการอบเต่านั้นจะช่วยดูแลทั้งการกระชับช่องคลอด กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต สำหรับผู้หญิงหลังคลอดก็ช่วยเรื่องการขับน้ำคาวปลา ขับของเสียออกจากร่างกาย รวมไปถึงใครก็ตามที่มีปัญหาเรื่องริดสีดวงทวารเองก็สามารถทำทรีทเมนต์นี้ได้เช่นกัน เพราะหากทำอย่างสม่ำเสมอหัวริดสีดวงสามารถฝ่อตัวลงได้ และหากดูตามละครแม้การอบเต่าจะสื่อไปเพื่อวัตถุประสงค์ในเรื่องเพศ แต่จริงๆ แล้วแฝงประโยชน์ด้านสุขภาพหญิงด้วยเหมือนกัน
"อบเต่า" นั่งถ่าน หรือนั่งยา ทำอะไร อย่างไรบ้าง
1.เตรียมตัวเพื่ออบเต่า หรือนั่งถ่าน โดยการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหลือเพียงชุดชั้นในชิ้นล่าง และชิ้นบน (ทางเวลเนสจัดเตรียมไว้) จากนั้นป้ายวาสลีนบริเวณรอบรูทวารหนัก และด้านข้างของขาหนีบทั้ง 2 ข้าง เพื่อลดการระคายเคืองจากความร้อนระหว่างการนั่งถ่าน
2.นั่งถ่านบนเก้าอี้เป็นเวลา 20-30 นาที (ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล) โดยจะมีการปรับอุณหภูมิความร้อนของถ่านด้านล่างให้เหมาะสม ระหว่างนี้พนักงานทรีทเมนต์จะคอยจับชีพจรเพื่อดูความเหมาะสมในการปรับอุณหภูมิของถ่านที่อยู่ด้านล่าง
3.หลังนั่งถ่านเสร็จแล้ว เช็ดวาสลีนออก แล้วเปลี่ยนชุดชั้นในทั้งชิ้นล่าง และชิ้นบน (ทางเวลเนสจัดเตรียมไว้) อีกครั้ง เพื่อเตรียมนวดท้อง และทับหม้อเกลือ
4.พนักงานทรีทเมนต์นวดท้องเพื่อช่วยกระจายลม กระตุ้นการทำงานของลำไส้ และทับหม้อเกลือตามลำดับ
5.เปลี่ยนเสื้อผ้า สรุปแล้วใช้เวลาทำทรีทเมนต์ประมาณ 80 นาที

หลายคนคงมีคำถามมากมายตั้งแต่หม้อถ่านนั้นมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ซึ่งถามแล้วสำหรับตัวถ่านเป็นถ่านจากไม้มะขามเนื่องจากไม่มีควัน และให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอ หากต้องการปรับ-ลดความร้อนก็เพียงแต่เพิ่มหรือลดจำนวน สมุนไพรที่ใช้โรยบนถ่านสำหรับการนั่งถ่านประกอบด้วยขมิ้น ไพร เป็นต้น
สำหรับความรู้สึกระหว่างนั่งถ่านคือความรู้สึกผ่อนคลาย และเหมือนอยากผายลม นอกจากนี้หลังจากนั่งถ่านและไปสู่ขั้นตอนการนวดท้อง พนักงานทรีทเมนต์กดที่ท้องแล้วสอบถามเรื่องการขับถ่าย ซึ่งแม้ว่าช่วงเช้าจะขับถ่ายไปแล้วแต่ปรากฎว่ายังมีอุจจาระตกค้างอยู่ที่ปลายลำไส้ใหญ่ แล้วพนักงานก็ให้เราใช้ปลายนิ้วกดตามตำแหน่งที่บอก ซึ่งก็สัมผัสได้ว่ามีสิ่งที่ตกค้างอยู่ตามตำแหน่งที่พนักงานบอก นอกจากนี้ทางพนักงานยังเสิร์ฟชามะกรูด ที่มีส่วนผสมของมะกรูด ดอกคำฝอย ฝาง รสชาติเปรี้ยว มีรสฝาดอ่อนๆ แต่ดื่มแล้วอร่อย สดชื่น สำหรับชามะกรูดนั้นช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต รสเปรี้ยวช่วยฟอกเลือด ทำไปพร้อมกับการนั่งถ่านถือว่าเป็นการหนุนกันในเรื่องของการทำทรีทเมนต์
ในระหว่างการนวดท้องช่วงแรกๆ รู้สึกเสียดท้อง อยากผายลม จากนั้นสักพักความรู้สึกเสียดท้องก็เบาลง และหายไป จากท้องป่องๆ ก็แฟบลง พอเข้าสู่ขั้นตอนการทับหม้อเกลือ ซึ่งตัวหม้อเกลือนั้นประกอบไปด้วยเกลือเม็ดใส่ในหม้อดินเผาตั้งไฟให้ร้อน แล้ววางบนสมุนไพร และใบพลับพลึง แล้วห่อด้วยผ้า จากนั้นนำหม้อเกลือนาบบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หลังช่วงล่าง ช่วยดูดของเสียในร่างกายและคลายกล้ามเนื้อ เพราะบางทีร่างกายมีของเสียเยอะ จะมีรอยคล้ำหรือจุดด่างดำเกิดขึ้น ทับหม้อเกลือช่วยเรื่องพวกนี้ด้วยเช่นกัน

สอบถามเพิ่มเติมจากพนักงานทรีทเมนต์เกี่ยวกับการทำทรีทเมนต์ พนักงานบอกว่าในขั้นตอนการตรวจเช็กช่องท้องหลังนั่งถ่าน หรืออบเต่านั้นเพื่อดูลมในช่องท้อง ดูการตึงตัวในช่องท้อง ถ้าผู้หญิงคนไหนยังมีมดลูกอยู่ก็จะตรวจระดับมดลูก บางคนอาจจะมดลูกต่ำหรือเอียงซึ่งมีผลอย่างมาก บางทีแค่มดลูกเอียงจะมีอาการตึงคอบ่า ไหล่ ถ้ามีการปรับช่วงช่องท้อง อาการคอ บ่า ไหล่ ก็จะดีขึ้นด้วย สำหรับคนที่มีปัญหามดลูกต่ำกว่าปกติทำให้ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนหรือระหว่างวัน ก็ต้องมีการนวดโกยมดลูกให้กลับมาอยู่ที่เดิม
สำหรับผู้หญิงที่ไม่มีมดลูกก็เช็กว่าลมอั้นหรือเปล่า มีตรงไหนในช่องท้องที่ตึงหรือเปล่า คนผ่าตัดมดลูกไปแล้วก็สามารถทำได้ เพราะจะช่วยปรับเรื่องลมในท้อง รวมไปถึงเรื่องวัยทอง เพราะวัยทองเกิดจากความร้อนในร่างกายไม่สม่ำเสมอทำให้ร้อนวูบวาบ

คำแนะนำเพิ่มเติม
1.ผู้หญิงที่มีประจำเดือนแล้วสามารถทำได้ทุกวัย
2.หากมีปัญหาเรื่องปวดท้องประจำเดือนควรทำก่อนมีประจำเดือน 1 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
3.หญิงหลังคลอด หากคลอดธรรมชาติสามารถทำได้หลังคลอดภายใน 7 วัน -1 เดือน ช่วยเรื่องการขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ช่วยขับของเสีย ช่วยให้ช่องคลอดกระชับขึ้น โดยสามารถทำต่อเนื่องกันได้เลย 5-7 วัน สำหรับหญิงหลังคลอดแต่ผ่าคลอดจะต้องทำหลังคลอดประมาณ 3 เดือนเพราะแผลมีการเย็บหลายชั้น การสมานแผลแต่ละชั้นใช้เวลา แต่เวลาการนั่งจะทำ 5-7 วันต่อกัน
4.ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง สามารถทำได้หากมีการทานยาลดความดันโลหิตต่อเนื่อง
5.สำหรับผู้มีแผลด้านล่างไม่แนะนำให้ทำ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)