"ชมพู่" กับ 4 ประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ควรใส่ใจพร้อมเมนูอาหารจากชมพู่

"ชมพู่" กับ 4 ประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ควรใส่ใจพร้อมเมนูอาหารจากชมพู่

"ชมพู่" กับ 4 ประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ควรใส่ใจพร้อมเมนูอาหารจากชมพู่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชมพู่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ซึ่งอาจรวมถึงการควบคุมโรคเบาหวาน การปรับปรุงระบบย่อยอาหาร การลดความเป็นพิษ การส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชมพู่เป็นผลไม้เขตร้อนรูปทรงระฆังหรือรูปไข่ มีเปลือกนอกเป็นมันเงาคล้ายขี้ผึ้ง และเนื้อผลไม้เป็นเส้นใย อาจมีสีขาว ชมพู แดง หรือม่วง ขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่ปลูก

สารอาหารของชมพู่

ชมพู่มีวิตามินเอและซีสูง และมีใยอาหารมากมาย จากข้อมูลของ USDA ฝรั่งชมพู่ 100 กรัมอาจมีแคลอรี่เพียง 25 แคลอรี่ และโปรตีน 0.6 กรัม นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ไทอามิน ไนอาซิน เหล็ก กำมะถัน และโพแทสเซียม ในแง่ของสารประกอบพืชอินทรีย์ อาจมีจัมโบซีน กรดเบทูลินิก และฟรีเดโลแลคโตน

ประโยชน์ของชมพู่

1.ช่วยในการขับถ่าย ชมพู่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย

2.ผลไม้น้ำตาลน้อยเหมาะสำหรับผู้ดูแลสุขภาพ ชมพู่ทับทิมจันทร์ น้ำหนัก 100 กรัม หรือ 1 ผลขนาดกลาง มีน้ำตาลประมาณ 7.7-7.9 กรัม หรือคิดเป็น 1.9-2 ช้อนชา ส่วนชมพู่มะเหมี่ยว มีน้ำตาล 5.8 กรัม หรือ 1.5 ช้อนชา ต่อน้ำหนัก 100 กรัม (ประมาณ 1 ผลขนาดกลาง) ชมพู่ทูลเกล้า 1 ผลขนาดใหญ่ น้ำหนัก 100 กรัม มีปริมาณน้ำตาล 7.9 กรัม หรือประมาณ 2 ช้อนชา เท่ากับปริมาณน้ำตาลในชมพู่เพชร ในน้ำหนักเท่ากัน

3. มีสารต้าน อนุมูลอิสระ วิตามิน A, C, E ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีทั้งวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี อีกทั้งยังฉ่ำน้ำ รับประทานแล้วเพิ่มความสดชื่น เติมน้ำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และวิตามินเอก็มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ส่วนวิตามินซีก็ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และลดความรุนแรงของโรคหวัด

4. ช่วยลดคอเลสเตอรอล ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำในชมพู่มีคุณสมบัติลดการดูดซึมไขมันในระบบทางเดินอาหาร ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้อีกทาง อีกทั้งในชมพู่ยังอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยบำรุงหลอดเลือดและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้

เมนูอาหารจากชมพู่

ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน ต่อไปนี้คือ 3 ไอเดียเมนูอาหารจากชมพู่ พร้อมวิธีทำ

1. ยำชมพู่กุ้งสด

  • ส่วนผสม:
    • ชมพู่ 5 ลูก
    • กุ้งสด 10 ตัว
    • หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
    • พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    • ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • วิธีทำ:
    1. ล้างชมพู่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
    2. ลวกกุ้งให้สุก แล้วพักไว้
    3. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ และพริกขี้หนูซอย คนให้เข้ากัน
    4. ใส่ชมพู่ กุ้งลวก และหอมแดงซอยลงในชามผสม ราดด้วยน้ำยำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
    5. โรยถั่วลิสงคั่วก่อนเสิร์ฟ

2. ชมพู่ทรงเครื่อง

  • ส่วนผสม:
    • ชมพู่ 5 ลูก
    • หมูสับ 100 กรัม
    • กุ้งสับ 50 กรัม
    • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
    • รากผักชีสับ 1 ช้อนชา
    • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
    • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
    • ถั่วลิสงคั่ว
    • ผักชีสำหรับตกแต่ง
  • วิธีทำ:
    1. ขูดเนื้อชมพูออกให้เหลือแต่เปลือก
    2. ผสมหมูสับ กุ้งสับ กระเทียมสับ รากผักชีสับ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
    3. ยัดไส้หมูสับลงในชมพู่
    4. นำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที หรือจนหมูสุก
    5. โรยถั่วลิสงคั่วและตกแต่งด้วยผักชีก่อนเสิร์ฟ

3. สมูทตี้ชมพู่

  • ส่วนผสม:
    • ชมพู่ 2 ลูก
    • โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย
    • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำแข็ง 1 ถ้วย
  • วิธีทำ:
    1. ล้างชมพู่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    2. ใส่ชมพู่ โยเกิร์ต น้ำผึ้ง และน้ำแข็งลงในเครื่องปั่น
    3. ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
    4. เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • เลือกชมพู่ที่สดใหม่ มีสีสันสดใส และไม่มีรอยช้ำ
  • สามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมในแต่ละเมนูได้ตามชอบ
  • การทำเครื่องดื่มจากชมพู่ เช่น การนำไปปั่นกับผลไม้อื่นๆ จะทำให้ได้รสชาติที่อร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล