รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

รู้ทันโรคปอดอักเสบ รีบรักษา ก่อนลุกลามจนอาจเสียชีวิต

รู้ทันโรคปอดอักเสบ รีบรักษา ก่อนลุกลามจนอาจเสียชีวิต

รู้หรือไม่ว่าปอดอักเสบส่งผลให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และยังส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดภาวะหายใจอึดอัด หายใจยากลำบาก แถมยังมีระดับความรุนแรง โดยเริ่มตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต มาดูกันดีกว่าค่ะว่าโรคปอดอักเสบมีสาเหตุ อาการ วิธีรักษา หรือวิธีการป้องกันอย่างไรบ้าง และเพราะเหตุใดสาวๆ จึงไม่ควรปล่อยให้โรคดังกล่าวนี้รุนแรง

สาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบหรือที่เรารู้จักในชื่อโรคปอดบวม เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอดและหลอดลม ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลักดังนี้

1.เกิดจากการติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อนิวโมค็อกคัส เชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสชาร์ส และเชื้ออื่นๆ เช่น เชื้อรา พยาธิ เป็นต้น

2.เกิดจากการไม่ติดเชื้อ ได้แก่ การสำลักเศษอาหารเข้าไปในปอด หรือการหายใจเอาควันหรือฝุ่นเข้าไปในร่างกายปริมาณมาก

3.เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองหรือมีภูมิต้านทานต่ำ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรค SLE ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกแฝด เด็กที่มีภาวะขาดสารอาหาร ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เป็นต้น


อาการปอดอักเสบที่ต้องสังเกต

อาการปอดอักเสบที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ มีดังนี้

1.ไอ

2.มีเสมหะ

3.หายใจลำบาก

4.หายใจหอบเร็ว

5.มีไข้สูง บางครั้งตัวร้อนตลอดเวลา และมีอาการหนาวสั่น

6.มีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเมื่อหายใจเข้า

7.เมื่อไอแรงอาจมีอาการร้าวไปที่หัวไหล่หรือสีข้าง

การตรวจวินิจฉัยปอดอักเสบ

สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคปอดอักเสบนั้น แพทย์จะทำการวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องตรวจฟังเสียงปอด จากนั้นจะทำการตรวจพิเศษด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจเสมหะ หรือตรวจเสมหะ RP33 เป็นต้น ซึ่งวิธีการตรวจจะขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยเป็นสำคัญ


วิธีรักษาโรคปอดอักเสบ

ในส่วนของวิธีการรักษาโรคปอดอักเสบ แพทย์จะทำการพิจารณารักษาตามอาการและสาเหตุเป็นหลัก ซึ่งหากผู้ป่วยเป็นโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ ก็จะให้กินยาฆ่าเชื้อตามชนิดของเชื้อที่พบและจะนัดติดตามอาการเป็นระยะ หากอาการไม่ดีขึ้นก็จะต้องตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีอายุมากกว่า 65 ปี มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เจ็บหน้าอก มีอาการเหนื่อยหอบ หรือกินอาหารได้ลำบาก ก็อาจจะต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญด้วยเช่นกัน


วิธีป้องกันโรคปอดอักเสบ

สำหรับวิธีการป้องกันโรคปอดอักเสบ จะใช้วิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ป่วยก็ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อนเข้ารับวัคซีนป้องกันปอดอักเสบด้วยเช่นกัน

โรคปอดอักเสบถือเป็นโรคที่เมื่อตรวจพบในระยะแรก ผู้ป่วยไม่สามารถละเลยการรักษาได้เลย เพราะหากปล่อยไว้จนอาการรุนแรง อาจส่งผลต่อชีวิตได้ ทั้งนี้การป้องกันก็ยังถือเป็นสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถึงอย่างไรการป้องกันก็ย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ