ต่อมบาร์โธลินอักเสบ โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงต้องระวัง

ผู้หญิงบางคนคงเคยมีอาการเป็นตุ่ม ปวด บวมบริเวณปากช่องคลอด ในบางรายอาจมีการอักเสบเป็นหนอง ซึ่งอาการเหล่านี้ก็เป็นอาการของโรคฝีที่อวัยวะเพศหญิง หรือที่เรียกกันว่าต่อมบาร์โธลินอักเสบนั่นเอง โดยแท้จริงแล้วอาการของฝีที่อวัยวะเพศหญิงนี้เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ มีวิธีการป้องกัน และรักษาอย่างไรบ้าง มาทำความเข้าใจกันเลยค่ะ
ต่อมบาร์โธลิน คืออะไร
ในอวัยวะเพศหญิงบริเวณปากช่องคลอดจะมีปุ่มเล็กๆ ซึ่งมีท่อยาวทั้งสองข้างของปากช่องคลอด จะทำหน้าที่ผลิตเมือกออกมาเมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เพื่อสร้างสารหล่อลื่นให้กับช่องคลอด ในการช่วยลดความบอบช้ำจากการเสียดสีให้กับช่องคลอดนั่นเอง โดยหากมีการอักเสบขึ้นมาก็จะบวมและเป็นหนองได้
อาการต่อมบาร์โธลินอักเสบ
เมื่อมีการอักเสบของต่อมบาร์โธลิน อาจจะคลำพบก้อนเล็กๆ เป็นตุ่มหรือถุงน้ำได้ที่บริเวณปากช่องคลอด เนื่องจากมีการอุดตันของท่อ ในรายที่มีการอักเสบจะทำให้ก้อนเนื้อใหญ่ขึ้น อาจมีการระคายเคืองขณะเดิน บางรายอาจมีอาการเจ็บปวดที่ปากช่องคลอดได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรง โดยจะมีอาการอักเสบ บวม แดงจนรู้สึกแสบร้อนที่ปากช่องคลอด เมื่อตรวจดูจะพบว่ามีหนองบริเวณตุ่มแผล ร่วมกับอาการมีไข้สูง และหนาวสั่นได้
วิธีการรักษา
- ในระยะแรกที่ยังไม่ได้แสดงอาการมากนัก เมื่อผู้ป่วยคลำดูแล้วพบถุงน้ำบริเวณปากช่องคลอด และไม่มีความเจ็บปวด ให้รักษาตัวเองก่อน ด้วยการแช่น้ำอุ่น ครั้งละ 20 นาที วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2-3 วัน จะช่วยให้ตุ่มถุงน้ำยุบตัวลงได้
- หากถุงน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น ร่วมกับมีอาการปวด บวมแดง มีไข้ สูตินรีแพทย์จะใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อหยุดการอักเสบ
- หากฝีใหญ่ขึ้น มีอาการรุนแรงและการอักเสบมากขึ้น แพทย์อาจทำการผ่าเพื่อเอาหนองออกจากบาดแผล เพื่อยุติไม่ให้เกิดการลุกลามของเชื้อโรค จนทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
วิธีการป้องกัน
- รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอยู่เสมอ โดยล้างชำระด้วยน้ำสะอาด
- ไม่สวมใส่กางเกงในที่รัดจนเกินไป เพื่อลดการกดทับบริเวณท่อของต่อมบาร์โธลิน
- ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสของการติดต่อของเชื้อโรคต่างๆ ที่ติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์
ต่อมบาร์โธลินอักเสบ ส่วนใหญ่จะเกิดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ จนถึงวัยก่อนหมดประจำเดือน ความรุนแรงของโรคจะมีน้อยหรือมากก็ได้แล้วแต่ละบุคคล หากมีการสังเกตอาการตนเองแต่เนิ่นๆ ก็สามารถรักษาด้วยตัวเองได้ สำหรับในรายที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาสูติแพทย์ เพื่อจะได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันการลุกลามจนทำให้กลายเป็นโรคมะเร็งปากช่องคลอดได้นั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
