3 เดือน ลด 20 กก. "อิงฟ้า อิสรา" แชร์วิธีลดน้ำหนักเพื่อแม่

3 เดือน ลด 20 กก. "อิงฟ้า อิสรา" แชร์วิธีลดน้ำหนักเพื่อแม่

ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายนักที่คนคนหนึ่งผู้หลงรักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้เกิดผลข้างเคียง น้ำหนักพุ่งสูงไปถึง 89 กิโลกรัม จนผู้เป็นแม่แท้ๆ ไม่อยากที่จะกอด เพราะขนาดของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ Sanook! Women มีโอกาสพูดคุยกับ อิงฟ้า-อิสรา เด่นดวงหทัย วัย 23 ปี หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ คนแปลงร่าง Reality เธอคือผู้ที่ครั้งหนึ่งคุณแม่ไม่กอดกลับคนนั้น "อิงฟ้า" จะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร ภายในเวลา 90 วันเท่านั้นมาติดตาม 


การกินคือความสุข
ตั้งแต่เด็ก อิงก็จะอวบๆ เท่านั้น จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ก็เริ่มน้ำหนักขึ้น เพราะรอบตัวของกินเยอะมาก พอเรายิ่งเครียด เราก็ยิ่งกิน อิงชอบกินเค้กมาก อิงเรียนหนัก ก็จะกินเค้กแก้เครียด น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 20 กิโลกรัม น้ำหนักเยอะสุดถึง 89 กิโลกรัม ก็มีเพื่อนๆ ล้อบ้าง แต่เราก็ไม่สน เพราะมีความสุขกับการกิน


ยาลดความอ้วนไม่ใช่ทางออก
ระหว่างทางก็คิดจะลดน้ำหนักเหมือนกัน แต่ไม่ได้วางเป้าหมายให้ชัดเจน ก็มีใช้วิธีผิดๆ ด้วย คือ การกินยาลดความอ้วน ซึ่งแน่นนอนว่ามันไม่ได้ผลตลอดไปอยู่แล้ว มันโยโย่กลับมา แรกๆ ก็ผอม น้ำหนักลดลง ไม่ได้ผอมมากมาย พอเราหยุดกินยาลดความอ้วนปุ๊บ น้ำหนักก็เด้งกลับมา น้ำหนักกลับมามากกว่าเดิมอีก



อ้วนจนแม่ไม่อยากกอด
ด้วยความที่อิงมาเรียนไกลบ้าน ไม่ได้กลับบ้านหลายเดือน จนวันหนึ่งกลับบ้าน ตอนแรกเห็นคุณแม่ก็อึ้ง เราก็เข้าไปกอด แต่แม่ไม่กอดตอบ พอตอนเย็นกินข้าว นั่งคุยกัน แม่ร้องไห้บอก อ้วนแบบนี้แม่รับไม่ได้นะ รู้ใช่ไหมว่ามันไม่ดี แม่ขอ ว่าลดความอ้วนเพื่อเขาได้ไหม พอหนูเห็นน้ำตาแม่ เลยคิดว่ามันไม่ได้แล้วนะ ต้องลดความอ้วนแล้ว ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้

ตั้งแต่คุณแม่ร้องไห้ในวันนั้น เราก็เริ่มตัดสินใจลดน้ำหนักเลย ผ่านไปเกือบ 1 ปี หนูลดน้ำหนักได้ประมาณเพียง 4 กิโลกรัม อาจจะเพราะเราลดไม่ถูกวิธี เราออกกำลังกายจริง แต่เวลาเพื่อนชวนไปกินบุฟเฟ่ต์ เราก็ไป เพราะคิดว่าไม่อ้วนหรอก เพราะเราออกกำลังกายแล้ว นั่นเป็นความคิดที่ผิด
 
หลังจากที่แม่ร้องไห้ อิงไม่ได้กลับบ้านเลย ประมาณ 1 ปี เพราะยังรู้สึกว่าตัวเองอ้วนอยู่ ไม่อยากเห็นคุณแม่ร้องไห้อีก เลยไม่กล้ากลับบ้าน จนเห็นรายการคนแปลงร่างเปิดรับสมัคร เลยสนใจ และได้สมัครเข้ามาค่ะ


จุดเปลี่ยนลดน้ำหนักอย่างจริงจัง
หลังจากเข้ามาในรายการ เหมือนเป็นการจุดประกาย ให้มองเป้าหมายที่ชัดเจน เป้าหมายของเราตอนนั้น มองว่าเราจะต้องผอมลง รูปร่างดีขึ้น เปลี่ยนแปลงตัวเอง จะได้กลับไปหาคุณแม่ได้แล้ว แต่เป้าหมายตอนนี้ อยากลดน้ำหนักให้ได้มากอีก เพราะอยากทำตามความฝันของตัวเอง คือหนูชอบเกี่ยวกับการแสดง อยากเรียนการแสดงมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่คุณแม่ไม่ให้ ให้หนูไปเรียนวิศวะ ก็คิดไว้ว่าถ้าเราลดน้ำหนักได้มากกว่านี้อีก เราจะได้เข้าสู่วงการบันเทิงแบบที่เราฝันไว้ได้ น้ำหนักที่เราพอใจ อยากจะให้เหลือสัก 50 กิโลกรัม ตอนนี้ลดน้ำหนักมาได้ 20 กิโลกรัมแล้ว


วิธีลดน้ำหนักแบบอิงฟ้า
หนูออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ ก็มีทั้งเวท และคาร์ดิโอปนกันไป เล่นคาร์ดิโออย่างน้อย 2 ชั่วโมง เล่นเวท 1 ชั่วโมง เหมือนเราเสพติดการออกกำลังกาย ถ้าช่วงแรกๆ น้ำหนักเยอะ จะมีปัญหาเรื่องเข่า ก็จะออกแบบไม่หนักเกินไป สิ่งสำคัญ ควรจะเวท เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อมันเสีย ทานโปรตีน พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างอาหาร หนูจะลดอาหารทอด ของหวาน อาหารมัน การทานอาหารในช่วงนี้เหมือนชีวิตประจำวันเลย แต่เปลี่ยนการปรุง จากน้ำตาล เปลี่ยนเป็นใช้น้ำตาลหญ้าหวาน เครื่องปรุงซอส น้ำปลา ซีอิ๋วขาว ก็จะใช้แบบสูตรโลโซเดียม การผัด ใช้เป็นน้ำผัดแทน อาหารทุกอย่างเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นน้ำ



รูปร่างดี ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
ตั้งแต่น้ำหนักลด หนูมั่นใจมากขึ้น เมื่อก่อนใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ตอนนี้กลายเป็นว่าสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น เพราะไซส์มันเปลี่ยน หาเสื้อผ้าใส่ง่ายขึ้น เมื่อก่อนใส่ XL หรือ 2XL ตอนนี้เหลือแค่ M มันมีไซส์ มีเสื้อผ้าให้เลือกเยอะ


ลดความอ้วนไม่ได้ดีแค่รูปร่าง สุขภาพยังดีขึ้นตามมาด้วย
ก่อนหน้านี้เรามีปัญหาเรื่องไมเกรน ตอนไปตรวจ ความดันก็เริ่มขึ้น จะทำให้มึนได้ หลังจากลดน้ำหนัก ได้ออกกำลังกาย เหมือนเราแข็งแรงมากขึ้น เราไม่ค่อยปวดไมเกรน ไม่ต้องพึ่งยาแล้ว ก่อนหน้านี้ค่าตับก็สูงมาก จนเสี่ยงที่จะเป็นตับอักเสบ แต่พอกลับไปตรวจอีกที ค่าตับเรากลับมาปกติ ไม่เป็นโรคแล้ว


เปลี่ยนแปลงเพื่อคุณแม่
คุณแม่เห็นเราในรูปร่างใหม่ ก็ดีใจที่เราสามารถลดน้ำหนักได้เยอะ เพื่อนๆ เห็นก็ตกใจ ถามเทคนิคว่าไปทำอะไรมา ถึงลดน้ำหนักได้เยอะขนาดนี้


ไอดอลในดวงใจ
พี่ลูกเกด เมทินี เมื่อก่อนตอนเขาได้ มิสไทยแลนด์เวิลด์ เขาจะอวบๆ หน่อย จนพอได้ตำแหน่งเขาก็เปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวเอง ตอนนี้หุ่นดีมาก ทั้งๆ ที่มีลูกแล้ว

 
อยู่ที่ไหนก็รูปร่างดีได้
การลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องยาก แค่อยู่บ้านก็สามารถลดน้ำหนักได้ อย่างถ้าวันไหนถ้าหนูไม่ได้ไปฟิตเนส ก็จะนอนอยู่บนเตียง แล้วจะปั่นจักรยานกลางอากาศ ปั่นไปเรื่อยๆ ดูทีวีไปด้วย หรือ ทำท่าแพลงก์อยู่กับที่ ไม่จำเป็นต้องออกไปฟิตเนสก็ได้ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ วันหนึ่งคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน อยู่ที่คุณจะบริหารเวลาอย่างไร แล้วเลือกที่จะทำอะไรมากกว่า ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน นี่คือสิ่งสำคัญ และอยู่ที่ใจด้วย ต้องไม่ท้อ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วคุณจะสามารถทำมันได้