“เลือดออกขณะตั้งครรภ์ บอกอะไร?” เรื่องใกล้ตัวที่แม่ท้องต้องรู้

“เลือดออกขณะตั้งครรภ์ บอกอะไร?” เรื่องใกล้ตัวที่แม่ท้องต้องรู้
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ขณะตั้งครรภ์ของคุณแม่ทั้งมือเก่าและมือใหม่ อาจจะเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ได้ โดยอาจจะมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด ทำให้คุณแม่ตกใจ เพราะกลัวว่าลูกในครรภ์จะเป็นอันตราย บางคนอาจจะไหลออกมามากหรือบางคนก็ไหลออกมาน้อย ซึ่งจะมีทั้งอันตรายและไม่อันตรายกับลูกด้วย แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะบางครั้งถือเป็นสัญญาณอันตรายได้เช่นกัน สาเหตุของเลือดออกขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้างและเป็นสัญญาณบอกอะไร มาทำความรู้จักกันค่ะ

1.เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน

มักจะเกิดในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ โดยเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่เยื้อบุโพรงมดลูกอาจไปถูกเส้นเลือดฝอย ทำให้ฉีกขาดแล้วไหลออกมาได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการปฏิสนธิแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย เลือดจะออกมาแบบกะปริดกะปรอยมีสีแดงอ่อน ๆ ไม่มีอาการปวดท้อง และถือเป็นอาการคนท้องเริ่มแรกที่คุณแม่ทุกคนจะต้องเจอ ซึ่งอาการนี้ไม่เป็นอันตราย แต่จะบอกให้คุณเตรียมตัวเป็นคุณแม่มือใหม่ได้เลย

2.เกิดจากภาวะแท้งคุกคาม

เป็นอาการคนท้องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน โดยอาการนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ การตั้งครรภ์โดยไม่มีตัวอ่อน ความผิดปกติของมดลูก และสาเหตุอื่น ๆ ที่จะทำให้ทารกไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นอาการที่พบในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตังครรภ์ ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรระมัดระวัง และหมั่นสังเกตตัวเอง หากพบว่ามีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด ร่วมกับมีอาการปวดเกร็งท้องน้อยด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการรักษาและป้องกันลูกน้อยในครรภ์จะได้ปลอดภัย

3.เกิดจากการติดเชื้อที่ช่องคลอด

ช่วงตั้งครรภ์ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น มีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากขึ้น แม้แต่ช่องคลอดของคุณแม่ก็จะมีเมือกหรือตกขาวมากกว่าปกติ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดเกิดการอับชื้น โดยอาจเกิดการอักเสบและติดเชื้อ และอาจถึงขันทำให้เลือดไหลออกมาได้ ซึ่งคุณหมอยืนยันว่าการอักเสบติดเชื้อต่าง ๆ นี้เป็นการอักเสบเฉพาะที่เท่านั้นไม่มีผลต่อลูกในท้องแต่อย่างใด

4.เกิดจากรกเกาะต่ำ

มักจะเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอด สำหรับแม่ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ คือรกของทารกมาเกาะอยู่บริเวณส่วนล่างของมดลูก ใกล้กับปากมดลูกหรือบางกรณีจะปิดปากมดลูกไว้บางส่วนหรือปิดจนมิดขวางทางคลอดของทารก อาการคนท้องที่มีรกเกาะต่ำนี้จะมีเลือดออกโดยไม่มีอาการเจ็บครรภ์ เลือดจะไหลทีละนิดไปจนถึงไหลออกมามากขึ้นตามลำดับ ซึ่งคนท้องควรได้รับการดูแลรักษาจากหมอ คุณหมอจะได้ดูว่าแม่ตั้งท้องครบกำหนดแล้วหรือไม่ ถ้าครบแล้วจะได้พิจารณาผ่าคลอดให้เลย โดยไม่ต้องรอให้เจ็บท้องก่อน เพราะอาจทำให้เสียเลือดมาก และอาจจะเป็นอันตรายกับแม่และเด็กได้

5.เกิดจากท้องลม

การเกิดภาวะท้องลมนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะตัวอ่อนมีความผิดปกติ หรือเรียกว่าการตั้งครรภ์ที่มีไม่มีตัวอ่อนจะพบได้ในช่วง 3 เดือนแรก โดยจะมีอาการเหมือนคนตั้งครรภ์ทั่วไป แพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คัดเต้านม หากตัวอ่อนนั้นมีความผิดปกติเกิดขึ้นโดยเฉพาะด้านโครโมโซม ตัวอ่อนจะหยุดการเจริญเติบโตและฝ่อหายไปจนนำไปสู่การแท้งเองตามธรรมชาติ ทำให้เลือดออกที่ช่องคลอด ซึ่งจะอาจมีอาการปวดท้องน้อยก่อนเลือดออกด้วย

6.เกิดจากท้องนอกมดลูก

ท้องนอกมดลูกคือ ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายระหว่างตั้งครรภ์ เป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์ เพราะตัวอ่อนไม่ฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก แต่กลับไปฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก ซึ่งอาจจะเป็นปีกมดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตขึ้น อวัยวะที่ตัวอ่อนฝังตัวไม่สามารถรองรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้ จะทำให้มีอาการปวดท้องน้อยมาก ปวดเป็นระยะ ๆ มีเลือดออกในช่องท้องมากจนอาจทำให้เลือดออกในช่องท้องและอาจเสียชีวิตได้ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบคุณหมอให้เร็วที่สุด

เมื่อทราบแล้วว่าสาเหตุของเลือดออกขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไรบ้าง คุณแม่ทั้งหลายก็อย่านิ่งนอนใจ เมื่อมีอาการคนท้องเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด และอย่างไรก็ตาม การฝากครรภ์กับคุณหมอตั้งแต่เริ่มต้นครรภ์ ก็เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยติดตามการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างใกล้ชิดด้วย