5 อาหารเช้า แย่พอๆ กับการ "ดื่มน้ำมัน" เปรียบเสมือนวางยาพิษสุขภาพ!

5 อาหารเช้า แย่พอๆ กับการ "ดื่มน้ำมัน" เปรียบเสมือนวางยาพิษสุขภาพ!

5 อาหารเช้า แย่พอๆ กับการ "ดื่มน้ำมัน" เปรียบเสมือนวางยาพิษสุขภาพ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 อาหารที่ไม่ควรกินเป็นมื้อเช้าบ่อย ๆ เสี่ยงน้ำหนักขึ้น กระทบสุขภาพ หลายบ้านกินเป็นประจำ

มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายหลังจากพักผ่อนตลอดคืน แต่การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันมาก หรือผ่านกระบวนการแปรรูป ซึ่งหากกินเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

หลี่ หวั่นผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากไต้หวัน แนะนำให้ใส่ใจการเลือกอาหารมื้อเช้า เพราะอาหารบางชนิดแม้จะรับประทานง่ายและช่วยให้อิ่มในช่วงแรก แต่กลับมีคุณค่าทางโภชนาการไม่สมดุล มาดูกันว่ามีอาหาร 5 ประเภทใดบ้างที่ควรจำกัดปริมาณและไม่ควรกินเป็นมื้อเช้าบ่อย ๆ

1. ขนมหวานและเบเกอรี่ที่มีน้ำตาลสูง

ขนมเค้ก โดนัท และเบเกอรี่บางชนิดเป็นอาหารเช้าที่หลายคนเลือกเพราะสะดวกและรับประทานง่าย แต่ขนมเหล่านี้อาจมีน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และพลังงานสูง ขณะที่มีใยอาหารและโปรตีนไม่มากนัก การกินเป็นประจำโดยได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายใช้ อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ อาหารที่มีน้ำตาลสูงยังอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณมาก ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพจึงควรเลือกขนมปังโฮลวีต ธัญพืชไม่ขัดสี หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาลแทน และอาจรับประทานผลไม้ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มใยอาหาร

2. เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และโบโลน่า

ไส้กรอก แฮม และเนื้อสัตว์แปรรูปชนิดอื่นเป็นอาหารเช้าที่พบได้ทั่วไป เพราะเตรียมง่ายและใช้เวลาปรุงไม่นาน อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้อาจมีโซเดียมและไขมันอิ่มตัวสูง การรับประทานเป็นประจำจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

เนื้อสัตว์แปรรูปยังเป็นอาหารที่ควรจำกัด เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง การเลือกโปรตีนจากไข่ เนื้อสัตว์สดที่ปรุงสุก หรือถั่วต่าง ๆ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับมื้อเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น หากยังต้องการกินไส้กรอกหรือแฮม ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและไม่กินเป็นประจำทุกวัน

3. อาหารทอดที่มีน้ำมันมาก

อาหารทอด เช่น ปาท่องโก๋ ปอเปี๊ยะทอด และขนมทอดต่าง ๆ เป็นเมนูที่หลายคนคุ้นเคยในมื้อเช้า เพราะหาซื้อง่ายและรับประทานสะดวก แต่การทอดด้วยน้ำมันอาจทำให้อาหารมีพลังงานสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำมันมากหรือรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงชนิดอื่น

หากรับประทานอาหารทอดบ่อยครั้งจนได้รับพลังงานเกินความต้องการ อาจเพิ่มโอกาสเกิดน้ำหนักเกินและส่งผลต่อระดับไขมันในเลือดได้ ลองเปลี่ยนเป็นอาหารต้ม นึ่ง หรือย่างที่ใช้น้ำมันน้อย พร้อมเพิ่มผักและแหล่งโปรตีน เพื่อให้มื้อเช้ามีสารอาหารหลากหลายและสมดุลมากขึ้น

4. กินผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นมื้อเช้า

ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การรับประทานผลไม้เพียงอย่างเดียวอาจทำให้มื้อเช้าได้รับโปรตีนและไขมันที่จำเป็นไม่เพียงพอ ส่งผลให้บางคนรู้สึกหิวเร็วหรือได้รับพลังงานไม่เหมาะสมกับกิจกรรมตลอดวัน

แม้ผลไม้จะมีน้ำตาลตามธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลไม้ทุกชนิดจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติหรือทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเสมอไป สิ่งสำคัญคือชนิด ปริมาณ และอาหารที่รับประทานร่วมกัน หากต้องการให้มื้อเช้าอิ่มนานขึ้น ควรจับคู่ผลไม้กับไข่ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมไม่เติมน้ำตาล หรือถั่วในปริมาณที่เหมาะสม

5. ขนมขบเคี้ยวและช็อกโกแลตแทนมื้อเช้า

บิสกิต มันฝรั่งทอดกรอบ และช็อกโกแลตเป็นอาหารที่หยิบรับประทานได้สะดวก แต่ไม่เหมาะที่จะใช้แทนมื้อเช้าเป็นประจำ เพราะหลายชนิดมีน้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียมสูง และอาจให้โปรตีนกับใยอาหารไม่เพียงพอ การกินอาหารเหล่านี้แทนมื้อหลักจึงอาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

หากรับประทานขนมที่มีน้ำตาลและพลังงานสูงบ่อยครั้ง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุและน้ำหนักเกินได้ ควรเลือกมื้อเช้าที่มีสารอาหารหลากหลาย เช่น ข้าวกล้องกับไข่และผัก ขนมปังโฮลวีตกับโปรตีน หรือข้าวโอ๊ตที่ไม่เติมน้ำตาล แทนการใช้ขนมขบเคี้ยวเป็นอาหารหลัก

หลักการเลือกอาหารเช้าให้ดีต่อสุขภาพ

หลี่ หวั่นผิง แนะนำให้ใส่ใจความหลากหลายของอาหาร ลดการรับประทานอาหารแปรรูป จำกัดน้ำตาล และหลีกเลี่ยงการได้รับไขมันมากเกินไป โดยควรเลือกอาหารที่ให้ทั้งใยอาหารและโปรตีน เพื่อช่วยให้มื้อเช้ามีความสมดุลและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

นอกจากนี้ ควรเลือกธัญพืชไม่ขัดสี เพิ่มผักหรือผลไม้ และเลือกเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาลเป็นหลัก วิธีปรุงอย่างต้ม นึ่ง หรือย่างโดยใช้น้ำมันไม่มากก็ช่วยควบคุมปริมาณไขมันได้ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องงดอาหารชนิดใดอย่างเด็ดขาด แต่ควรพิจารณาปริมาณ ความถี่ และภาพรวมของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน

หมายเหตุ: ผลต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับปริมาณอาหาร ความถี่ในการรับประทาน และสุขภาพของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรับอาหารให้เหมาะสมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Health GVM
  2. Aboluowang

 

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล