"นอนกลางวัน" ส่งผลต่ออายุขัยหรือไม่? เปิดคำเตือน 3 สิ่ง ที่ควรหลีกเลี่ยง!

"นอนกลางวัน" ส่งผลต่ออายุขัยหรือไม่? เปิดคำเตือน 3 สิ่ง ที่ควรหลีกเลี่ยง!

"นอนกลางวัน" ส่งผลต่ออายุขัยหรือไม่? เปิดคำเตือน 3 สิ่ง ที่ควรหลีกเลี่ยง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นอนกลางวันนานเกินไป เสี่ยงสุขภาพพังจริงไหม? เตือน 3 พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง

การนอนกลางวันอย่างเหมาะสมช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความตื่นตัว และอาจช่วยเสริมความจำได้ แต่การนอนนานเกินไปหรือเลือกเวลานอนไม่เหมาะสม อาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพบางประการ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการง่วงนอนมากผิดปกติหรือมีปัญหาการนอนตอนกลางคืนอยู่แล้ว

หลายคนคงเคยรู้สึกว่า หากไม่ได้งีบกลางวัน ช่วงบ่ายจะเหนื่อยล้าและทำงานได้ไม่เต็มที่ ขณะที่บางคนเพียงหลับตาพักประมาณ 10-20 นาทีก็รู้สึกสดชื่นขึ้น แต่บางคนกลับนอนกลางวันนานเป็นชั่วโมงแล้วตื่นมาพร้อมความมึนงงและอ่อนเพลีย จึงเกิดคำถามว่าควรนอนกลางวันนานแค่ไหน และการนอนผิดวิธีส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่

นอนกลางวันมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร?

หลังจากทำงานหรือเรียนหนังสือมาตลอดช่วงเช้า สมองต้องประมวลผลข้อมูลและรักษาสมาธิอย่างต่อเนื่อง การงีบหลับในช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงอาจช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว ลดความเหนื่อยล้า และทำให้กลับมามีสมาธิกับกิจกรรมในช่วงบ่ายได้ดีขึ้น

แพทย์หลิว เย่าซิง จากแผนกจิตเวช โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ฉงชิ่ง ประเทศจีน ระบุว่า การนอนกลางวันอย่างเหมาะสมอาจช่วยเพิ่มความสนใจและความสามารถในการตอบสนอง รวมถึงสนับสนุนประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียน นอกจากนี้ การพักผ่อนที่เพียงพอยังมีส่วนช่วยในกระบวนการเรียนรู้และการจดจำข้อมูลด้วย

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Health พบความสัมพันธ์ระหว่างการงีบกลางวันกับความแตกต่างของปริมาตรสมองในกลุ่มผู้เข้าร่วมศึกษา โดยมีข้อเสนอว่าการงีบอาจเกี่ยวข้องกับการคงสภาพสมองเมื่ออายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาลักษณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการนอนกลางวันช่วยชะลอสมองเสื่อมหรือป้องกันภาวะสมองเสื่อมโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับการนอนกลางวันกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยบางการศึกษาพบว่าผู้ที่งีบกลางวันเป็นครั้งคราวมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดแตกต่างจากผู้ที่ไม่งีบ แต่ผลการศึกษาจากการสังเกตไม่สามารถยืนยันได้ว่าการงีบเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ความเสี่ยงลดลง เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม และคุณภาพการนอนตอนกลางคืน

นอนกลางวันนานเกินไป อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงสุขภาพอะไรบ้าง?

แม้การงีบหลับจะมีประโยชน์ แต่การนอนกลางวันนานเป็นประจำไม่จำเป็นต้องส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ที่นอนกลางวันเป็นเวลานานเพราะง่วงผิดปกติ หรือมีปัญหาการนอนหลับตอนกลางคืนอยู่ก่อนแล้ว

งานวิจัยที่ติดตามผู้สูงอายุเป็นเวลาหลายปีพบความสัมพันธ์ระหว่างการงีบกลางวันที่นานหรือบ่อยขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถในการคิดและความจำ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสองทิศทาง กล่าวคือ การงีบเป็นเวลานานอาจสะท้อนถึงคุณภาพการนอนกลางคืนที่ไม่ดี หรือปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิม ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของสมองและสุขภาพก็อาจทำให้ต้องการนอนกลางวันมากขึ้นเช่นกัน

ในด้านสุขภาพระบบเผาผลาญ งานวิจัยบางชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการนอนกลางวันเป็นเวลานานกับภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งเป็นกลุ่มความผิดปกติที่ประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น รอบเอวเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าการนอนกลางวันเป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการงีบหลับนานกับตัวชี้วัดด้านสุขภาพบางประการ เช่น ดัชนีมวลกาย รอบเอว ระดับน้ำตาลในเลือด และความเสี่ยงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามกลุ่มประชากร ระยะเวลาการติดตาม และปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ จึงไม่ควรนำตัวเลขความเสี่ยงจากการศึกษาใดการศึกษาหนึ่งมาใช้สรุปผลกับทุกคน

โดยทั่วไป การงีบประมาณ 10-20 นาที หรือไม่เกิน 30 นาที มักเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นในช่วงกลางวัน และช่วยลดโอกาสเกิดอาการมึนงงหลังตื่นนอน ทั้งนี้ ความต้องการพักผ่อนของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

3 พฤติกรรมการนอนกลางวันที่ควรหลีกเลี่ยง

1. นอนทันทีหลังรับประทานอาหารอิ่มจัด

หลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ บางคนอาจรู้สึกง่วงและอยากเอนตัวลงนอนทันที หากมีอาการแน่นท้องหรือกรดไหลย้อน การนอนราบหลังรับประทานอาหารไม่นานอาจทำให้อาการไม่สบายท้องหรือแสบร้อนกลางอกแย่ลงได้

หากเป็นไปได้ ควรนั่งพักหรือทำกิจกรรมเบา ๆ หลังมื้ออาหารก่อนเข้านอน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงการนอนราบทันที และเว้นระยะให้เหมาะสมกับอาการของตนเอง

2. งีบหลับช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือนอนนานเกินไป

การนอนกลางวันเป็นเวลานานหรือเริ่มงีบในช่วงบ่ายแก่ ๆ อาจทำให้ความง่วงในช่วงกลางคืนลดลง ส่งผลให้เข้านอนยากขึ้นหรือเวลานอนเลื่อนออกไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับเป็นประจำ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับหลายคนคือช่วงต้นถึงกลางวัน เช่น หลังรับประทานอาหารกลางวันไม่นาน และควรหลีกเลี่ยงการงีบใกล้เวลานอนตอนกลางคืน หากต้องการพักระหว่างวัน ลองเริ่มจากการงีบประมาณ 10-20 นาที แล้วสังเกตว่าร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นหรือไม่

3. นอนคว่ำหน้าหรือฟุบหลับบนโต๊ะเป็นประจำ

สำหรับคนทำงานที่ไม่มีพื้นที่พักผ่อนโดยเฉพาะ การฟุบหลับบนโต๊ะอาจเป็นทางเลือกที่ทำได้สะดวก แต่การกดทับแขนและข้อมือ หรือการก้มคอในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดไหล่ ชาแขน หรือรู้สึกไม่สบายตัวหลังตื่นนอน

หากจำเป็นต้องงีบบนเก้าอี้ ควรเลือกท่านั่งที่รองรับหลังและคอได้ดี หลีกเลี่ยงการกดทับแขนเป็นเวลานาน และจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและผ่อนคลาย หากมีโอกาส ควรใช้พื้นที่พักผ่อนที่สามารถเอนตัวได้อย่างเหมาะสม

ควรนอนกลางวันนานแค่ไหนจึงเหมาะสม?

ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และรูปแบบการนอนของแต่ละคน โดยผู้ใหญ่ทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นในช่วงบ่ายอาจเริ่มจากการงีบประมาณ 10-20 นาที หากตื่นมาแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและไม่กระทบต่อการนอนกลางคืน ก็สามารถใช้ระยะเวลาดังกล่าวเป็นแนวทางได้

สำหรับผู้ที่นอนกลางคืนไม่เพียงพอ การงีบอาจช่วยบรรเทาความง่วงได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถทดแทนการนอนกลางคืนที่มีคุณภาพได้ทั้งหมด ส่วนผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับควรจำกัดเวลางีบและหลีกเลี่ยงการนอนช่วงบ่ายแก่ ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการนอนในเวลากลางคืน

หากรู้สึกง่วงมากจนต้องนอนกลางวันเป็นเวลานานเกือบทุกวัน ทั้งที่นอนกลางคืนเพียงพอแล้ว หรือมีอาการกรนดัง หยุดหายใจขณะหลับ และอ่อนเพลียผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการนอนหลับหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

สรุป: นอนกลางวันให้ได้ประโยชน์ ต้องเลือกเวลาและระยะเวลาให้เหมาะสม

การนอนกลางวันอย่างเหมาะสมอาจช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มสมาธิ และทำให้พร้อมทำกิจกรรมในช่วงบ่าย แต่การนอนนานเกินไปหรือผิดเวลาอาจรบกวนการนอนกลางคืน และอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางประการได้

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การงดนอนกลางวันโดยสิ้นเชิง แต่คือการปรับระยะเวลาให้เหมาะกับร่างกาย เลือกงีบในช่วงต้นวัน และหลีกเลี่ยงท่านอนที่ทำให้เกิดอาการปวดหรือกดทับ หากพักผ่อนเพียงพอในเวลากลางคืนและยังมีอาการง่วงมากผิดปกติ ควรหาสาเหตุแทนการแก้ปัญหาด้วยการนอนกลางวันให้นานขึ้นเพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงสุขภาพในบทความนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่พบในงานวิจัยบางส่วน ไม่ได้หมายความว่าการนอนกลางวันเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคทุกชนิด

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล