เฉลยแล้ว "บลูเบอร์รี VS กล้วยหอม" ชนิดไหนคุมน้ำตาล-เพิ่มพลังงานได้ดีกว่ากัน?

เฉลยแล้ว "บลูเบอร์รี VS กล้วยหอม" ชนิดไหนคุมน้ำตาล-เพิ่มพลังงานได้ดีกว่ากัน?

เฉลยแล้ว "บลูเบอร์รี VS กล้วยหอม" ชนิดไหนคุมน้ำตาล-เพิ่มพลังงานได้ดีกว่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"บลูเบอร์รี" VS "กล้วยหอม" ผลไม้คู่ชิปสายสุขภาพ ชนิดไหนคุมน้ำตาล-เพิ่มพลังงานได้ดีกว่ากัน?

ทั้งบลูเบอร์รีและกล้วยหอมต่างก็เป็นตัวเลือกผลไม้ยอดนิยมสำหรับสายสุขภาพ แต่ถ้าถามว่าผลไม้ชนิดไหนเหมาะกับการเติมพลังงานให้ร่างกาย หรือชนิดไหนช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ากัน? คำตอบขึ้นอยู่กับเป้าหมายสุขภาพที่คุณต้องการในขณะนั้น!


1. ผลไม้ชนิดไหนเพิ่มพลังงานให้ร่างกายได้ดีกว่า?

หากคุณกำลังมองหาของกินเล่นเพื่อเติมพลังงาน ทั้งกล้วยหอมและบลูเบอร์รีต่างก็มีคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์ที่ช่วยให้ร่างกายดึงพลังงานไปใช้ได้ดี แต่ "กล้วยหอม" จะได้เปรียบกว่าเล็กน้อยในเรื่องการเพิ่มพลังงานแบบเร่งด่วน

สารอาหาร (ต่อปริมาณเสิร์ฟ) กล้วยหอม (1 ผลขนาดกลาง) บลูเบอร์รี (1 ถ้วยตวง)
คาร์โบไฮเดรต ประมาณ 27 กรัม ประมาณ 21.5 กรัม
ไฟเบอร์ (ใยอาหาร) ประมาณ 3 กรัม ประมาณ 3 กรัม (มากกว่าเล็กน้อย)
วิตามิน B6 สูงกว่า (ช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน) ปานกลาง

*หมายเหตุ: ปริมาณคาร์โบไฮเดรตของกล้วยหอมจะขึ้นอยู่กับขนาดของผลด้วย หากเป็นกล้วยหอมผลใหญ่ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

2. ผลไม้ชนิดไหนคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า?

ในแง่ของการควบคุมระดับน้ำตาล "บลูเบอร์รี" ถือเป็นผู้ชนะอย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลทางโภชนาการดังนี้:

1. ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index : GI) ต่ำกว่า

ค่า GI คือตัวชี้วัดความเร็วที่อาหารจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ยิ่งค่าต่ำ ยิ่งปลอดภัยต่อระดับน้ำตาลในเลือด:

  • บลูเบอร์รี: มีค่า GI ต่ำมาก เพียงประมาณ 25
  • กล้วยหอม: มีค่า GI อยู่ที่ประมาณ 49 (แม้จะสูงกว่าบลูเบอร์รี แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำเพราะไม่เกิน 55)

2. ระดับความสุกของกล้วยส่งผลต่อน้ำตาล

ปริมาณน้ำตาลในกล้วยหอมจะเพิ่มขึ้นตามระดับความสุก กล้วยยิ่งสุกงอม ค่า GI จะยิ่งสูงขึ้นและส่งผลให้น้ำตาลในเลือดพุ่งเร็วขึ้นกว่ากล้วยห่าม

3. พฤกษเคมีและสารต้านอนุมูลอิสระ

บลูเบอร์รีอุดมไปด้วย แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) และโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีวิจัยรองรับว่า ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานชะลอน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น ดีต่อระบบเผาผลาญในระยะยาว


สรุป: ควรเลือกทานอะไรดี?

ผลไม้ทั้งสองชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรเลือกให้เหมาะกับช่วงเวลาและเป้าหมายสุขภาพของคุณ:

  • เลือก "กล้วยหอม": หากต้องการพลังงานด่วนก่อนออกกำลังกาย ทำกิจกรรมหนักๆ หรือต้องการของว่างที่พกพาสะดวก กินง่าย
  • เลือก "บลูเบอร์รี": หากต้องการคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุมน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวาน หรือต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อดูแลระบบเผาผลาญในระยะยาว
เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook
ต้นฉบับบทความโดย: Angelica Bottaro (Verywell Health)
อ้างอิงข้อมูล: USDA FoodData Central / Nutrients Journal
  •  "ผักอายุยืน" กำละไม่กี่บาท! ช่วยล้างลำไส้-บำรุงกระเพาะ-กระตุ้นภูมิ ยาดีที่ยังถูกมองข้าม
  • 3 เครื่องดื่ม "คั้นตับ" ช่วยล้างพิษ-แก้ปากขม-นอนหลับดี สูตรที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ!
  • แชร์เรื่องนี้
    แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
    ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
    กำลังโหลดข้อมูล