แพทย์ฮาร์วาร์ด พูดชัด 4 สิ่งที่ทำเพื่อ "ลำไส้แข็งแรง" ข้อแรกง่ายมาก แต่คนส่วนใหญ่ละเลย!

แพทย์ฮาร์วาร์ด พูดชัด 4 สิ่งที่ทำเพื่อ "ลำไส้แข็งแรง" ข้อแรกง่ายมาก แต่คนส่วนใหญ่ละเลย!

แพทย์ฮาร์วาร์ด พูดชัด 4 สิ่งที่ทำเพื่อ "ลำไส้แข็งแรง" ข้อแรกง่ายมาก แต่คนส่วนใหญ่ละเลย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แพทย์ฮาร์วาร์ดพูดชัด! เผย 4 สิ่งที่ควรทำทุกวันเพื่อ "ลำไส้แข็งแรง" ชี้คนส่วนใหญ่ละเลยข้อแรกมากที่สุด

ไม่จำเป็นต้องพึ่งชาดีท็อกซ์ หรือเครื่องดื่มล้างลำไส้ราคาแพง! นพ. เซาราบห์ เซธี (Dr. Saurabh Sethi) อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำระดับโลกทั้ง AIIMS, Harvard และ Stanford ได้ออกมาแชร์ข้อมูลผ่าน Instagram เพื่อหักล้างความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดูแลลำไส้

นพ. เซธี ระบุว่า ร่างกายของเรามีระบบกำจัดสารพิษที่ทรงประสิทธิภาพอยู่แล้วผ่านการทำงานของตับและไต สิ่งที่เราควรมุ่งเน้นจริงๆ ไม่ใช่การดื่มน้ำดีท็อกซ์ แต่คือการ "รักษาสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรง" เพื่อให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเขาได้แนะนำ 4 ปฏิบัติง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน ดังนี้:

1. ทานใยอาหาร (ไฟเบอร์) ให้เพียงพอต่อวัน

ไฟเบอร์ถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของระบบย่อยอาหาร โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด:

  • ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ: เมื่อเข้าสู่กระเพาะอาหารจะกลายเป็นเจล ช่วยชะลอการย่อยและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ: ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และลดความเสี่ยงภาวะท้องผูก

นพ. เซธี แนะนำว่า ผู้หญิงควรได้รับไฟเบอร์ประมาณ 25 กรัมต่อวัน ส่วนผู้ชายควรได้รับประมาณ 38 กรัมต่อวัน แต่ในความเป็นจริง คนส่วนใหญ่กลับได้รับไฟเบอร์เพียงแค่ครึ่งเดียวของปริมาณที่ร่างกายต้องการเท่านั้น

การทานผักใบเขียว ผลไม้ ถั่วชนิดต่างๆ และธัญพืชไม่ขัดสีนอกจากจะช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ยังเป็น "พรีไบโอติก" หรืออาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ตัวช่วยในลำไส้อีกด้วย

2. เสริมอาหารจุลินทรีย์หมักเป็นประจำ

นอกจากไฟเบอร์แล้ว อาหารที่ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติต่างๆ เช่น โยเกิร์ต, คีเฟอร์ (นมหมัก), นมเปรี้ยว หรือผักดอง/กิมจิ อุดมไปด้วยโปรไบโอติก หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยปรับสมดุลและเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้

ผู้เชี่ยวชาญเสริมว่า ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์หมักจากนมเท่านั้น อาหารหมักที่มาจากพืชก็ให้ประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารได้ดีไม่แพ้กัน หากรับประทานอย่างสม่ำเสมอ

3. เดินออกกำลังกายทุกวัน กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

การกิจกรรมง่ายๆ อย่างการ "เดิน" ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง การขยับร่างกายเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (Peristalsis) ทำให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาท้องผูก

หากไม่มีเวลาออกกำลังกายหนักๆ เพียงแค่รักษาพฤติกรรม เดินวันละ 20–30 นาที ก็เพียงพอที่จะช่วยปลุกระบบย่อยอาหารให้ทำงานและลำเลียงอาหารผ่านลำไส้ได้สะดวกขึ้น

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อทานไฟเบอร์เยอะ

หลายคนตั้งใจทานไฟเบอร์เพิ่มขึ้น แต่กลับลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่อาจส่งผลเสียตรงกันข้าม น้ำมีหน้าที่ช่วยให้ไฟเบอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อุจจาระนิ่ม และขับถ่ายออกได้ง่าย

หากร่างกายขาดน้ำ การทานไฟเบอร์ในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดอาการ ท้องอืด แน่นท้อง หรือท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้จิบน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือวันที่ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล