ผลไม้ที่มี "แมกนีเซียม" มากกว่ากล้วย 2 เท่า ลดเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดันโลหิตสูงยัง "กลัว"

ผลไม้ที่มี "แมกนีเซียม" มากกว่ากล้วย 2 เท่า ลดเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดันโลหิตสูงยัง "กลัว"

ผลไม้ที่มี "แมกนีเซียม" มากกว่ากล้วย 2 เท่า ลดเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดันโลหิตสูงยัง "กลัว"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประโยชน์ล้นฝัก! "เสาวรส" ผลไม้แมกนีเซียมสูงกว่ากล้วย 2 เท่า ตัวช่วยคุมความดัน-บำรุงหัวใจ 

การรับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลายถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบโภชนาการที่ดี นักกำหนดอาหารระบุว่ายิ่งร่างกายได้รับสารอาหารจากพืชสารพัดชนิดมากเท่าใด ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้และการทำงานของอวัยวะภายในจะยิ่งได้รับการฟื้นฟูมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ ในบรรดาแร่ธาตุสำคัญที่มักถูกมองข้าม "แมกนีเซียม" (Magnesium) คือหนึ่งในสารอาหารที่มีบทบาทอย่างมากต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

พาทริเซีย แบนแนน (Patricia Bannan) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเปิดเผยว่า แมกนีเซียมมีส่วนร่วมในกระบวนการทางชีวเคมีของร่างกายมากกว่า 300 ชนิด โดยทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน สนับสนุนการทำงานของสมอง กล้ามเนื้อ และช่วยรักษาระดับอารมณ์ให้คงที่ รวมถึงเป็นตัวนำพาตัววิตามินดี (Vitamin D) ไปใช้ในร่างกายเพื่อบำรุงกระดูกและข้อ

นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุชัดเจนว่า การได้รับแมกนีเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ส่งผลดีโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต จากการรวบรวมสถิติพบว่า กลุ่มผู้ที่รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุแมกนีเซียมสูง มีอัตราความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับแมกนีเซียมร่วมน้อยถึงร้อยละ 8

"เสาวรส" ราชาแมกนีเซียมที่หลายคนคาดไม่ถึง

เมื่อพูดถึงผลไม้ที่มีแมกนีเซียมสูง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงกล้วยเป็นอันดับแรก แต่จากรายงานข้อมูลโภชนาการของเว็บไซต์ Health.com ระบุว่า "เสาวรส" (Passion Fruit) คือผลไม้ที่มีปริมาณแร่ธาตุชนิดนี้สูงกว่าอย่างเด่นชัด

จากการเปรียบเทียบพบว่า เนื้อเสาวรส 1 ถ้วย (ปริมาตรประมาณ 236 กรัม) ให้ปริมาณแมกนีเซียมสูงถึง 68 มิลลิกรัม ในขณะที่กล้วยหอมขนาดกลาง 1 ลูก มีปริมาณแมกนีเซียมอยู่เพียง 32 มิลลิกรัม เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเสาวรสมีปริมาณแมกนีเซียมสูงกว่ากล้วยมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบในสัดส่วนที่เท่ากัน

นอกจากนี้ รายงานในวารสารทางการแพทย์ Frontiers in Pharmacology ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ในเสาวรสมากกว่า 110 ชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิต ปรับสมดุลระดับน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือด

คณะวิจัยจึงลงความเห็นว่า เสาวรสเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูงในการช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ โดยสามารถรับประทานสด นำไปคั้นน้ำ ทำสมูทตี้ หรือผสมกับโยเกิร์ตได้ตามความชอบ และที่สำคัญเสาวรสยังจัดเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนของโปรตีนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น

แหล่งแมกนีเซียมตามธรรมชาติชนิดอื่น

นอกเหนือจากเสาวรสและกล้วยแล้ว ผู้บริโภคยังสามารถรับแร่ธาตุแมกนีเซียมได้จากอาหารก้นครัวที่หาได้ง่ายทั่วไป ดังนี้:

  • ผักใบเขียวเข้ม: เช่น ผักปวยเล้ง (Spinach) และผักคะน้า

  • พืชตระกูลถั่วและเมล็ดพืช: ถั่วลันเตา, ถั่วลิสง, เมล็ดอัลมอนด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดเจีย

  • ผลไม้ชนิดอื่น: อะโวคาโด, กีวี่, มะละกอ และมันฝรั่ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสรุปว่า การรับประทานอาหารที่หลากหลาย ทั้งผักใบเขียว ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง และธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole Grains) เป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายได้รับแมกนีเซียมเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันโดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารเสริม ในทางกลับกัน การขาดแร่ธาตุชนิดนี้อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ ระบบหัวใจ และการทำงานของกล้ามเนื้อในระยะยาว

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล