Harvard เผยสูตร "ท่าเดียว" ลดเสี่ยงโรคหัวใจถึง 96% ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน

Harvard เผยสูตร "ท่าเดียว" ลดเสี่ยงโรคหัวใจถึง 96% ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน

Harvard เผยสูตร "ท่าเดียว" ลดเสี่ยงโรคหัวใจถึง 96% ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัย Harvard เผย! "1 ท่าเช็กพลัง" ลดเสี่ยงโรคหัวใจได้ถึง 96% ทำง่ายมาก ไม่เสียเงินสักบาท

ในประเทศไทย "โรคหัวใจ" คือเพชฌฆาตอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทยกว่า 200,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 40% ของการเสียชีวิตทั้งหมด ที่น่ากลัวกว่านั้นคือแนวโน้มผู้ป่วยมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ แต่ล่าสุดผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Harvardพบว่า แค่การทดสอบร่างกายง่ายๆ ท่าเดียว สามารถบอกอนาคตสุขภาพหัวใจของคุณได้แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ!

ท่า "วิดพื้น" (Push-ups) ดัชนีชี้วัดหัวใจเหล็ก

งานวิจัยนี้ติดตามกลุ่มตัวอย่างนักดับเพลิงชาย 1,104 คน เป็นเวลาต่อเนื่องถึง 10 ปี โดยให้ทำแบบทดสอบวิดพื้นตามจังหวะ ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก:

  • วิดพื้นได้มากกว่า 11 ครั้ง: มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงอย่างเห็นได้ชัด

  • วิดพื้นได้มากกว่า 40 ครั้ง: มีความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดลงถึง 96% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับคนที่วิดได้ไม่ถึง 10 ครั้ง!

ทำไมท่านี้ถึงแม่นยำ? นักวิจัยเผยว่าการวิดพื้นไม่ได้บอกแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่มันสะท้อนถึง "ความทนทานของระบบหัวใจและปอด" รวมถึงความสามารถในการประสานงานของร่างกายทั้งหมด หากคุณวิดพื้นได้ไม่ถึง 10 ครั้ง ควรเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจอย่างจริงจัง

เกณฑ์มาตรฐานการวิดพื้นตามช่วงอายุ (จำนวนครั้ง):

  • อายุ 30-39 ปี: ควรทำได้ 13 - 24 ครั้งขึ้นไป

  • อายุ 40-49 ปี: ควรทำได้ 11 - 24 ครั้งขึ้นไป (หากทำได้ต่ำกว่า 10 ครั้ง ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง)

แถมท้าย! วิธีเช็ก "ภาวะหัวใจล้มเหลว" ด้วยนิ้วเดียวใน 5 วินาที

นอกจากวิดพื้นแล้ว ดร. Sermed Mezher แพทย์จากอังกฤษยังแชร์เทคนิคเช็กอาการ "บวมน้ำ" (Pitting Edema) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจและไต:

  1. ใช้นิ้วชี้กดลงไปที่หน้าแข้งหรือน่อง ค้างไว้ 5 วินาที

  2. สังเกตตอนปล่อยนิ้ว หากผิวหนังเป็นรอยบุ๋มและ ไม่คืนตัว กลับมาทันที นั่นคือสัญญาณอันตราย!

ทำไมถึงบวม? ตามรายงานของ NHS (อังกฤษ) ระบุว่าเมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี ความดันในหลอดเลือดจะสูงขึ้น ทำให้น้ำเหลืองหรือของเหลวรั่วไหลเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง จนเกิดอาการบวมที่ข้อเท้าและหน้าแข้ง ซึ่งมักจะบวมชัดเจนขึ้นในช่วงเย็น หากมีอาการบวมกดบุ๋มเรื้อรังควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหรืออัลตราซาวด์หัวใจทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล