ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แคลอรี่ต่างกันเท่าตัว! ลดอ้วนควรกินแบบไหน

ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แคลอรี่ต่างกันเท่าตัว! ลดอ้วนควรกินแบบไหน

ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แคลอรี่ต่างกันเท่าตัว! ลดอ้วนควรกินแบบไหน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว ต่างกันยังไง? เลือกกินแบบไหนช่วยลดน้ำหนักได้จริง

ข้าวโพดเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะสายสุขภาพและคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะอิ่มท้องและให้พลังงานดี แต่รู้หรือไม่ว่า “ข้าวโพดหวาน” กับ “ข้าวโพดข้าวเหนียว” แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่คุณค่าทางโภชนาการต่างกันพอสมควร หากเลือกผิด อาจทำให้ลดน้ำหนักได้ยากขึ้น

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่แคลอรี ชนิดของแป้ง และผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสะสมไขมัน

ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว ต่างกันตรงไหน?

ข้าวโพดหวานมีปริมาณน้ำสูง แป้งน้อยกว่า รสชาติหวานนุ่ม กินแล้วไม่หนักท้อง และให้พลังงานต่ำกว่า

ในขณะที่ข้าวโพดข้าวเหนียวมีแป้งชนิดอะไมโลเพกตินสูง ทำให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ย่อยง่ายและดูดซึมเร็ว จึงให้พลังงานสูงกว่า

โดยทั่วไป ข้าวโพดข้าวเหนียว 1 ฝัก (ประมาณ 200 กรัม) ให้พลังงานใกล้เคียงข้าว 1 จาน ส่วนข้าวโพดหวาน 1 ฝัก (ประมาณ 300–350 กรัม) ให้พลังงานน้อยกว่าและอยู่ในระดับควบคุมได้ง่ายกว่า

เรื่องน้ำตาลในเลือดที่หลายคนเข้าใจผิด

แม้ข้าวโพดหวานจะมีรสหวานกว่า แต่กลับมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำกว่า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้า และลดโอกาสสะสมไขมัน

ตรงกันข้าม ข้าวโพดข้าวเหนียวมีค่า GI สูง ใกล้เคียงข้าวขาว ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว หากกินมากหรือกินบ่อย อาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่าย

ข้อดีของแต่ละแบบ

ข้าวโพดหวาน

- มีวิตามิน C ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- มีโฟเลตสูง เหมาะกับผู้หญิง
- มีสารช่วยบำรุงสายตา เช่น ลูทีน

ข้าวโพดข้าวเหนียว

- มีโปรตีนมากกว่าเล็กน้อย
- มีวิตามิน B1 ช่วยเผาผลาญพลังงาน
- ย่อยง่าย เหมาะกับบางคนที่ระบบย่อยอ่อนแอ

ลดน้ำหนักควรเลือกแบบไหนดี?

หากกำลังควบคุมน้ำหนักหรือคุมแคลอรี ข้าวโพดหวานจะเหมาะกว่า เพราะให้พลังงานต่ำและไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว

ส่วนข้าวโพดข้าวเหนียวยังสามารถกินได้ แต่ควรจำกัดปริมาณ เช่น ครึ่งฝัก และลดแป้งชนิดอื่นในมื้อเดียวกัน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้าวโพด

หลายคนคิดว่าข้าวโพดหวานทำให้อ้วนเพราะมีรสหวาน แต่จริง ๆ มีน้ำตาลไม่มาก และยังควบคุมพลังงานได้

ข้าวโพดสีม่วงหรือสีดำก็ไม่ใช่อาหารดัดแปลงพันธุกรรม แต่เป็นสายพันธุ์ธรรมชาติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

เคล็ดลับกินข้าวโพดให้ไม่อ้วน

- ไม่ควรทิ้งส่วนจมูกข้าวโพด เพราะมีสารอาหารสำคัญ
- หลีกเลี่ยงข้าวโพดขึ้นรา
- ต้มทั้งเปลือกจะช่วยรักษาสารอาหารได้ดี
- ควบคุมปริมาณ ไม่กินเกินความจำเป็น

ข้าวโพดหวานเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักมากกว่า เพราะแคลอรีต่ำและควบคุมน้ำตาลได้ดี ส่วนข้าวโพดข้าวเหนียวก็ยังกินได้ หากควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือความสมดุล ไม่ใช่การงดอาหารบางชนิดไปทั้งหมด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล