คนไทยกินทุกวัน!! วิจัยสหรัฐฯ เผย "เนื้อสัตว์" ที่เป็นซูเปอร์ฟู้ด อร่อย และดีเทียบชั้นโปรตีนพืช

คนไทยกินทุกวัน!! วิจัยสหรัฐฯ เผย "เนื้อสัตว์" ที่เป็นซูเปอร์ฟู้ด อร่อย และดีเทียบชั้นโปรตีนพืช

คนไทยกินทุกวัน!! วิจัยสหรัฐฯ เผย "เนื้อสัตว์" ที่เป็นซูเปอร์ฟู้ด อร่อย และดีเทียบชั้นโปรตีนพืช
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนไทยกินทุกวันแต่ไม่รู้! วิจัยสหรัฐฯ เผย "เนื้อหมู" คือสุดยอดอาหาร เทียบชั้นโปรตีนพืช (ถ้ากินถูกวิธี)

เมนูหมู ไม่ว่าจะเป็นหมูทอด หมูกระทะ หรือกะเพราหมูสับ ล้วนเป็นของโปรดของคนไทย แต่หลายคนมักมีความกังวลว่า "กินหมูเยอะจะไม่ดีต่อสุขภาพ" หรือเสี่ยงต่อโรคต่างๆ แต่ล่าสุดมีข่าวดีจากงานวิจัยฝั่งอเมริกาที่อาจทำให้คุณมอง "เนื้อหมู" เปลี่ยนไปตลอดกาล!

ลบภาพจำร้ายๆ! เนื้อหมูอาจดีกว่าที่คุณคิด

เป็นเวลาหลายปีที่ "เนื้อหมู" โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แปรรูปอย่าง เบคอน หรือ แฮม ถูกองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสารก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำให้หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Developments in Nutrition ของสหรัฐอเมริกา กลับพบความจริงที่น่าทึ่งว่า หากเราเลือกทาน "เนื้อหมูไม่ติดมัน" (Lean Pork) และปรุงแบบสดใหม่ (ไม่แปรรูป) มันจะกลายเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เทียบเท่ากับซูเปอร์ฟู้ดตระกูลถั่ว อย่าง ถั่วลูกไก่ (Chickpeas) หรือ ถั่วเลนทิล (Lentils) เลยทีเดียว!

งานวิจัยยืนยัน: ช่วยชะลอวัยและดีต่อสมอง

ทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีวัย 65 ปี จำนวน 36 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางสุขภาพเป็นเวลา 8 สัปดาห์:

  • กลุ่มที่ 1: ทาน "เนื้อหมูไม่ติดมัน" เป็นแหล่งโปรตีนหลัก
  • กลุ่มที่ 2: ทาน "ธัญพืชตระกูลถั่ว" (ถั่วดำ, ถั่วลูกไก่, ถั่วเลนทิล) เป็นแหล่งโปรตีนหลัก

เงื่อนไขสำคัญ: หมูที่ใช้ต้องปรุงง่ายๆ ด้วยการอบกับน้ำมันมะกอกและเกลือ เพื่อรีดไขมันส่วนเกินออก และ "ห้ามทอด" หรือปรุงรสจัดจนเกินไป

ผลลัพธ์ที่ได้... พลิกความคาดหมาย!

เมื่อครบกำหนดการทดลอง ผลเลือดและการตรวจร่างกายพบว่า:

  1. ลดความเสี่ยงเบาหวาน: ทั้งสองกลุ่มมีระดับความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2
  2. น้ำหนักลดลง: ทั้งคนกินหมูและกินถั่ว สามารถลดน้ำหนักได้เหมือนกัน
  3. หมูชนะเรื่องกล้ามเนื้อ: กลุ่มที่ทานเนื้อหมู มีแนวโน้ม "รักษาเชลล์กล้ามเนื้อ" ได้ดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุที่มักมีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ
  4. ดีต่อไขมันดี (HDL): การกินเนื้อหมูช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมได้ และยังรักษาไระดับขมันดี (HDL) ได้ดีกว่าการกินพืชเพียงอย่างเดียว

สรุป: กินหมูยังไงให้เป็นยา?

ซาบา วาเอซี (Saba Vaezi) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคลินิกและผู้ร่วมวิจัย สรุปว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "เนื้อหมู" แต่อยู่ที่ "วิธีการเลือกและปรุง"

เนื้อหมูไม่ติดมัน ที่ปรุงสุกใหม่ๆ (ไม่ใชส้กรอก แฮม หรือเบคอน) คือแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยเรื่องการเผาผลาญและสมอง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ มันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเมนูสุขภาพได้ไม่ต่างจากปลาหรือถั่ว

Tip: หากอยากสุขภาพดี ให้เลือก "หมูเนื้อแดงส่วนสะโพกหรือสันใน" นำมาต้ม นึ่ง หรือย่าง แทนการนำไปทอดหรือทำหมูกรอบ และเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปทุกชนิดครับ

รู้อย่างนี้แล้ว เย็นนี้จะสั่งเมนูหมู (ไม่มัน) มาทาน ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วนะ เพราะนี่คือหนึ่งในเนื้อสัตว์ที่ "ดีระดับโลก" หากเรารู้จักกินให้ถูกวิธี!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล