จดด่วน! หมอเจด เคยหนัก 110 โล เผยเคล็ดลับ "เลิกกินหวานใน 1 เดือน" แบบไม่ทรมาน

จดด่วน! หมอเจด เคยหนัก 110 โล เผยเคล็ดลับ "เลิกกินหวานใน 1 เดือน" แบบไม่ทรมาน

จดด่วน! หมอเจด เคยหนัก 110 โล เผยเคล็ดลับ "เลิกกินหวานใน 1 เดือน" แบบไม่ทรมาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดเคล็ดลับ  “หมอเจด” เผย 5 เทคนิคเลิกติดหวานใน 1 เดือน แบบไม่ทรมาน สุขภาพดีขึ้นเห็นชัด!

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “หมอเจด” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเพจหมอเจด แชร์ 5 วิธีตัดหวานแบบไม่ต้องทรมาน พร้อมประสบการณ์ตรงจากคนเคยน้ำหนัก 110 กิโลกรัม และติดหวานจัด ชานมต้องหวาน 100% กาแฟต้องคาราเมลเต็มสูตร

หมอเจดเผยว่า การเลิกกินหวานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากเข้าใจหลักการและใช้เทคนิคที่ถูกต้อง โดยสามารถเปลี่ยนนิสัยภายใน 1 เดือน ด้วยวิธีเหล่านี้

1. เปลี่ยนลิ้นและใจให้ชินกับรสไม่หวาน

หลายคนไม่รู้ว่า “ลิ้น” สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกต่อรสหวานได้ หากเราค่อย ๆ ลดความหวานลง เช่น จากน้ำตาล 3 ช้อน ค่อย ๆ ลดลงเหลือ 2.5 → 2 → 1.5 → 1 แล้วลิ้นจะเริ่มรีเซ็ตตัวเองจนชินกับความหวานน้อยลง
หมอเจดแนะนำว่า อย่าพึ่งน้ำตาลเทียม เพราะถึงแม้ไม่มีแคลอรี แต่ยังหลอกลิ้นให้รู้สึกหวาน จนสุดท้ายก็วนกลับไปติดหวานเหมือนเดิม
หากอยาก “หักดิบ” ก็สามารถทำได้ แต่ต้องใจแข็งและอดทนในช่วงแรก เพราะอาจมีอาการหงุดหงิด คล้ายลงแดงเล็กน้อย แต่เพียง 3–4 สัปดาห์ก็จะเริ่มเห็นผลชัดเจน

2. อย่ารอให้ “หิวจัด” ค่อยกิน

หากปล่อยให้หิวมาก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) ที่กระตุ้นให้สมองเรียกร้องของหวาน
เทคนิคลดความอยากหวานเมื่อหิว:

  • กินอาหารให้ตรงเวลา

  • พกของว่างที่มีโปรตีน เช่น ถั่ว ไข่ต้ม หรือโปรตีนเชค

  • ก่อนมื้ออาหาร หากเริ่มหิว ลองดื่มน้ำ 1 แก้ว หรือเคี้ยวผักสด เช่น แตงกวา แครอท

  • เน้นอาหารไม่แปรรูป เช่น ข้าวกล้อง อกไก่ ไข่ลวก

3. เปลี่ยน “รางวัลของสมอง” ที่ไม่ใช่ของหวาน

การกินหวานทำให้สมองหลั่ง โดพามีน (Dopamine) ซึ่งทำให้รู้สึกดี จนกลายเป็นพฤติกรรมติดของหวานโดยไม่รู้ตัว
หมอเจดแนะนำให้หากิจกรรมอื่นมาทดแทน เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นเกม หรือออกกำลังกาย พร้อมตั้งเป้าหมายเป็น Challenge สนุก ๆ เช่น ถ้าเลิกหวานได้ 7 วัน ซื้อของขวัญให้ตัวเองแทนการกินขนม

4. เพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร ช่วยลดความอยากหวาน

การกินโปรตีนมากขึ้น จะช่วยให้อิ่มนาน และลดความอยากของหวาน
โปรตีนช่วยควบคุมฮอร์โมนความอิ่ม เช่น GLP-1, PYY และลดความผันผวนของน้ำตาลในเลือด
หมอเจดแนะนำให้เริ่มมื้ออาหารด้วยโปรตีน เช่น เต้าหู้ อกไก่ ไข่ลวก ปลา และหากหิวช่วงเย็น ให้เลือกของว่างเป็นโปรตีน เช่น ไข่ต้ม จะช่วยลดการโหยน้ำตาลได้อย่างชัดเจน

5. นอนให้พอ ลดความอยากน้ำตาลอัตโนมัติ

“การนอนไม่พอ” ทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ

  • เกรลิน สูงขึ้น → หิวทั้งวัน

  • เลปติน (Leptin) ต่ำลง → อิ่มยาก
    สมองจะสั่งให้หาของหวานมากินเพื่อชดเชยพลังงาน
    หมอเจดแนะนำให้นอนอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงต่อวัน และควรปิดหน้าจอก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ร่างกายหลับลึก ฟื้นตัวดีขึ้น และลดความอยากน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมอเจดทิ้งท้ายว่า การตัดหวานไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือการป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจ และแม้การเลิกกินหวานอาจไม่ง่ายในช่วงแรก แต่ถ้าทำได้ มันคุ้มค่ามาก เพราะคุณจะได้สุขภาพคืนมาแบบยั่งยืน เลิกหวาน = ไม่ใช่แค่หุ่นดี แต่สุขภาพดีระยะยาว สำหรับใครที่อยากเริ่มเลิกติดหวาน ลองนำ 5 วิธีนี้ไปปรับใช้ดู แล้วร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในเวลาไม่นาน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล