10 อาหารล้างไขมันในหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจ

10 อาหารล้างไขมันในหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะคนอ้วน หรือคนที่ตรวจสุขภาพแล้วพบว่ามีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจวาย หัวใจขาดเลือด หรือไขมันอุดตันหลอดเลือดหัวใจโดยไม่รู้ตัว หากทานอาหารเหล่านี้ก็จะช่วยให้ไขมันในหลอดเลือดลดลง และช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าออกจากหัวใจได้ดีขึ้นด้วย

 

  1. ทับทิม

ทับทิมมีสารพฤกษเคมีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องหลอดเลือดแดงจากการถูกทำลายให้เสียหายได้ นอกจากนี้น้ำเมล็ดทับทิมยังช่วยกระตุ้นการผลิตของไนตริกออกไซด์ ที่ช่วยให้หลอดเลือดแดงเปิดกว้าง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

 

  1. ชาเขียว

สารแคทีชินในชาเขียว ช่วยให้ร่างกายดูดซับคอเลสเตอรอลระหว่างการย่อยอาหารได้น้อยลง ดังนั้นการดื่มชาเขียววันละ 1-2 ถ้วย จะช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อีกด้วย

 

  1. ขมิ้น

ขมิ้นมีสารที่ช่วยลดการอักเสบ และยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงในภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้เป็นอย่างดี

 

  1. อะโวคาโด

หากได้ทานอะโวคาโดทุกวัน จะช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันเลวในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มไขมันดีในเลือดได้อีกด้วย

 

  1. บรอกโคลี

บรอกโคลีมีวิตามินเคสูง ช่วยป้องกันไม่ให้แคลเซียมทำลายหลอดเลือด และยังมีใยอาหารที่ช่วยลดความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลในเลือดได้

 

  1. หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งช่วยลดไขมันที่อุดตันในหลอดเลือด ช่วยให้ระบบหัวใจ และหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด และยังช่วยลดความดันโลหิตอีกด้วย

 

  1. สาหร่ายสไปรูลิน่า

สารสกัดจากสไปรูลิน่าจะช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่ ผ่อนคลายผนังหลอดเลือด และยังรักษาสมดุลของระดับไขมันในเลือดอีกด้วย

 

  1. แครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี และลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ หากได้ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้มากถึง 40% เลยทีเดียว

 

  1. ลูกพลับ

ลูกพลับมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารโพลิฟีนอล ที่ช่วยลดระดับไขมันเลว และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้

 

  1. อบเชย

เครื่องเทศหอมๆ ชนิดนี้ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และลดระดับไขมันในหลอดเลือด ที่อาจก่อให้เกิดคราบไขมันสะสมจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจได้ในอนาคต