อ่างล้างหน้ามีรอยสนิม อย่าเพิ่งขัดแรง! รู้วิธีขจัดคราบให้เหมาะกับพื้นผิว

อ่างล้างหน้ามีรอยสนิม อย่าเพิ่งขัดแรง! รู้วิธีขจัดคราบให้เหมาะกับพื้นผิว

อ่างล้างหน้ามีรอยสนิม อย่าเพิ่งขัดแรง! รู้วิธีขจัดคราบให้เหมาะกับพื้นผิว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อ่างล้างหน้ามีรอยสนิม อย่าเพิ่งขัดแรง! รู้วิธีขจัดคราบให้เหมาะกับพื้นผิว

อ่างล้างหน้าเป็นหนึ่งในจุดที่ใช้งานทุกวัน จึงหลีกเลี่ยงคราบต่าง ๆ ได้ยาก โดยเฉพาะ คราบสนิมสีส้ม น้ำตาล หรือแดง ที่อาจปรากฏบริเวณก๊อกน้ำ รูระบายน้ำ หรือพื้นผิวรอบอ่าง

หลายคนเมื่อเห็นคราบสนิมฝังแน่นมักเลือกใช้ฝอยขัดหรือแปรงแข็ง ๆ ขัดทันที เพราะคิดว่ายิ่งขัดแรงคราบก็จะยิ่งหลุดง่าย แต่ความจริงแล้ววิธีนี้อาจทำให้พื้นผิวของอ่างเกิดรอย และทำให้คราบสกปรกเกาะติดได้ง่ายขึ้น

การขจัดคราบสนิมจึงควรเริ่มจากการดูว่า อ่างทำจากวัสดุอะไร และคราบมีลักษณะอย่างไร จากนั้นจึงเลือกวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม

คราบสนิมบนอ่างล้างหน้าเกิดจากอะไร?

คราบที่เห็นเป็นสีส้ม น้ำตาล หรือแดงบนอ่างล้างหน้า มักเกี่ยวข้องกับสารประกอบของเหล็กที่สัมผัสกับน้ำและออกซิเจน

บางครั้งคราบไม่ได้เกิดจากตัวอ่างโดยตรง แต่อาจมาจาก น้ำที่มีธาตุเหล็กหรือแร่ธาตุ รวมถึงชิ้นส่วนโลหะบริเวณก๊อกน้ำ ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกิดการกัดกร่อน แล้วมีคราบไหลมาติดบนพื้นผิว

หากสังเกตว่าคราบสนิมเกิดซ้ำบริเวณเดิม แม้ทำความสะอาดแล้ว อาจต้องตรวจสอบสาเหตุจากแหล่งน้ำหรืออุปกรณ์รอบอ่างร่วมด้วย

ทำไมไม่ควรขัดคราบสนิมแรง ๆ?

การใช้ฝอยเหล็กหรืออุปกรณ์ขัดที่หยาบมากอาจทำให้พื้นผิวอ่างเกิดรอยขีดข่วน โดยเฉพาะพื้นผิวเคลือบหรือวัสดุที่มีผิวเงา

เมื่อพื้นผิวเกิดรอย ความสกปรกและคราบต่าง ๆ อาจเข้าไปสะสมตามร่องเล็ก ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ในระยะยาวอ่างดูทำความสะอาดยากกว่าเดิม

ดังนั้น วิธีที่ดีกว่าคือ เลือกสารทำความสะอาดที่เหมาะกับชนิดของคราบ แล้วใช้ฟองน้ำหรืออุปกรณ์ที่ไม่ทำลายพื้นผิว

วิธีที่ 1 ใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบสนิมโดยเฉพาะ

หากคราบสนิมเห็นได้ชัดและเกาะอยู่บนพื้นผิวเป็นบริเวณกว้าง การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับขจัดคราบสนิมโดยเฉพาะอาจเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด

ควรอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง และตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์สามารถใช้กับวัสดุของอ่างล้างหน้าได้หรือไม่

วิธีใช้งานโดยทั่วไปคือ ทาผลิตภัณฑ์บริเวณคราบตามคำแนะนำ ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ จากนั้นเช็ดหรือขัดเบา ๆ แล้วล้างน้ำออกให้สะอาด

ไม่ควรเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์หรือทิ้งไว้นานกว่าที่ฉลากกำหนด เพราะไม่ได้หมายความว่าคราบจะหลุดเร็วขึ้น และอาจส่งผลต่อพื้นผิวได้

วิธีที่ 2 ใช้น้ำส้มสายชูเจือจางกับคราบบางประเภท

น้ำส้มสายชูมีกรดอะซิติก ซึ่งมีความเป็นกรด จึงสามารถช่วยจัดการคราบแร่ธาตุบางชนิดได้

สำหรับคราบสนิมบางลักษณะ อาจใช้น้ำส้มสายชูเจือจางเป็นตัวช่วยได้ แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของคราบและวัสดุของอ่าง

หากจะทดลองใช้ ควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาก่อน และไม่ควรใช้กับวัสดุที่ไวต่อกรด เช่น หินธรรมชาติบางชนิด

หลังทำความสะอาดควรล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง

วิธีที่ 3 ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับวัสดุของอ่าง

อ่างล้างหน้ามีหลายวัสดุ เช่น เซรามิก พอร์ซเลน สเตนเลส หรือวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งแต่ละชนิดอาจมีข้อจำกัดในการใช้สารเคมีแตกต่างกัน

ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดเหมาะสม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุบนฉลากว่าสามารถใช้กับวัสดุนั้นได้

หลักสำคัญคือ อย่าเลือกน้ำยาจากความแรงเพียงอย่างเดียว แต่เลือกให้ตรงกับพื้นผิวด้วย

วิธีที่ 4 ใช้ฟองน้ำหรือแปรงขนนุ่มช่วยขจัดคราบ

หลังจากใช้น้ำยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว สามารถใช้ฟองน้ำหรือแปรงขนนุ่มช่วยขจัดคราบได้

ควรเริ่มจากการขัดเบา ๆ ก่อน หากคราบยังไม่ออกจึงค่อยทำซ้ำตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

หลีกเลี่ยงการใช้ฝอยเหล็ก กระดาษทราย หรือวัสดุหยาบกับพื้นผิวที่อาจเกิดรอยได้ง่าย

อ่างแต่ละประเภทควรทำความสะอาดเหมือนกันหรือไม่?

ไม่ควรใช้วิธีเดียวกับทุกวัสดุ

อ่างเซรามิกหรือพอร์ซเลน

โดยทั่วไปมีพื้นผิวเคลือบที่ค่อนข้างทน แต่ก็ไม่ควรใช้วัสดุขัดหยาบหรือสารเคมีที่รุนแรงเกินความจำเป็น

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถใช้กับสุขภัณฑ์หรือพื้นผิวประเภทดังกล่าวได้

อ่างสเตนเลส

ควรระวังการขัดในทิศทางที่ทำให้เกิดรอย และหลีกเลี่ยงสารที่อาจกัดกร่อนพื้นผิว

หลังทำความสะอาดควรล้างน้ำและเช็ดให้แห้ง เพื่อช่วยลดการเกิดคราบน้ำและคราบต่าง ๆ

อ่างหินธรรมชาติ

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะวัสดุหินธรรมชาติบางชนิดไวต่อกรด

จึงไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกรดโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่าปลอดภัยต่อพื้นผิวหรือไม่

หากไม่แน่ใจ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้กับหินธรรมชาติชนิดนั้นได้

คราบสนิมกับคราบหินปูนไม่เหมือนกัน

บางครั้งสิ่งที่เห็นเป็นคราบสีส้มอาจมีทั้งคราบสนิมและคราบแร่ธาตุสะสมอยู่ด้วย

คราบสนิม มักมีสีส้ม น้ำตาล หรือแดง ขณะที่ คราบหินปูนหรือตะกรัน มักมีลักษณะขาว ขุ่น หรือเป็นคราบแข็ง

การแยกประเภทคราบให้ได้จึงช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ขจัดสนิมกับผลิตภัณฑ์ขจัดคราบหินปูนอาจมีส่วนประกอบและวิธีใช้งานแตกต่างกัน

ถ้าคราบสนิมกลับมาอีก ควรแก้ที่ต้นเหตุ

หากทำความสะอาดคราบสนิมแล้ว แต่กลับมาเกิดซ้ำอย่างรวดเร็ว ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการขัดซ้ำเพียงอย่างเดียว

ลองสังเกตบริเวณก๊อกน้ำ ท่อ หรืออุปกรณ์โลหะรอบอ่างว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ รวมถึงสังเกตคุณภาพน้ำว่ามีปัญหาเรื่องตะกอนหรือแร่ธาตุหรือเปล่า

หากคราบเกิดจากแหล่งน้ำหรืออุปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุ การแก้ที่สาเหตุจะช่วยลดการเกิดคราบซ้ำได้มากกว่าการทำความสะอาดอย่างเดียว

ข้อควรระวังเมื่อต้องใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบสนิม

ผลิตภัณฑ์ขจัดสนิมบางชนิดมีสารเคมีที่ค่อนข้างเข้มข้น จึงควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ควรสวมถุงมือเมื่อฉลากแนะนำให้ใช้ และเปิดประตูหรือหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ที่สำคัญ ไม่ควรผสมผลิตภัณฑ์ขจัดสนิมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น หากผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เป็นอันตราย

วิธีป้องกันคราบสนิมบนอ่างล้างหน้า

หลังจากกำจัดคราบสนิมออกแล้ว การดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสที่คราบจะสะสมกลับมาอีก

  • เช็ดอ่างให้แห้งหลังใช้งานเมื่อทำได้

  • ไม่ปล่อยให้น้ำขังเป็นเวลานาน

  • เช็ดคราบที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มเห็น

  • ตรวจสอบก๊อกน้ำและอุปกรณ์โลหะรอบอ่าง

  • ทำความสะอาดอ่างเป็นประจำ

  • หากคราบเกิดซ้ำบ่อย ควรหาสาเหตุจากน้ำหรืออุปกรณ์รอบอ่าง

สรุป อ่างล้างหน้ามีรอยสนิมทำอย่างไรดี?

เมื่อพบ คราบสนิมบนอ่างล้างหน้า สิ่งแรกที่ไม่ควรทำคือรีบใช้ฝอยเหล็กหรืออุปกรณ์หยาบ ๆ ขัดแรง ๆ เพราะอาจทำให้พื้นผิวเกิดรอยและเสียความเงางามได้

ควรเริ่มจากการสังเกตว่าคราบเป็นสนิมจริงหรือเป็นคราบแร่ธาตุ จากนั้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับประเภทของคราบและวัสดุของอ่าง หากใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดสนิม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากและทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อนเมื่อไม่แน่ใจ

สำหรับคราบบางประเภท น้ำส้มสายชูเจือจางอาจเป็นตัวเลือกได้ แต่ต้องระวังพื้นผิวที่ไวต่อกรด โดยเฉพาะหินธรรมชาติบางชนิด

สุดท้าย หากคราบสนิมเกิดขึ้นซ้ำบ่อย การทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรตรวจสอบต้นเหตุจาก น้ำ ก๊อกน้ำ ท่อ หรืออุปกรณ์โลหะรอบอ่าง เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและลดการเกิดคราบซ้ำในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล