
หนึ่งในผลไม้ที่ถูกใจทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ แถมราคายังไม่แพง และหาซื้อได้ง่ายสุดๆ คงหนีไม่ “มะม่วง” ที่อร่อยได้ทั้งแบบดิบ และสุก แถมแต่ละสายพันธุ์ยังมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

มะม่วงดิบ มีรสเปรี้ยว เคี้ยวมัน เหมาะกับการจิ้มน้ำปลาหวานหรือพริกเกลือ จึงมักเป็นของว่างยอดฮิต แต่ต้องระวังเรื่องโซเดียมและน้ำตาลจากน้ำจิ้มด้วย
มะม่วงดิบ มีทั้งรสหวานมัน และเปรี้ยวจี๊ด ด้วยเหตุนี้เองถึงทำให้มะม่วงเต็มไปด้วยวิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน และแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ

มะม่วงสุกอุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินเอและซี ช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และยังให้พลังงานสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังระหว่างวัน
มะม่วงสุก จะมีสีเหลือง จึงเต็มไปด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันสายตามัวมองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน และยังมีฤทธิ์เป็นยาระบาย มีกากใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายอีกด้วย
หลายคนอาจมีปัญหาท้องอืด หนักท้องเมื่อทานมะม่วงดิบมากเกินไป จึงควรทานครึ่งลูกใหญ่ หรือ 1 ลูกเล็กหลังมื้ออาหาร ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องอืด รู้สึกอึดอัดเหมือนอาหารไม่ย่อยได้
สำหรับมะม่วงสุก เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงเช่นกัน ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นผลไม้ที่มีพลังงานสูง ยิ่งทานเป็นเมนูข้าวเหนียวมะม่วงยิ่งแล้วใหญ่ สำหรับคนปกติที่ไม่มีโรคประจำตัวอะไร สามารถทานมะม่วงสุกได้ ¾ ผล หลังมื้ออาหาร
อ่านเพิ่มเติม
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข