5 เคล็ดลับสุขภาพผิดๆ ที่ควรเลิกเชื่อได้แล้ว

5 เคล็ดลับสุขภาพผิดๆ ที่ควรเลิกเชื่อได้แล้ว

หนุ่มๆ สาวๆ ที่รักสุขภาพฟังกันทางนี้ด่วนๆ เลยค่ะ ในโลกอินเตอร์มีเคล็ดลับสุขภาพที่แชร์ต่อๆ กันมามากมายให้เราได้ลองทำตามกัน ที่น่าตกใจคือหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ แถมบางเรื่องยังส่งผลเสียต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลองดู 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพเหล่านี้ดูสิ เชื่อเถอะว่าคุณต้องเคยอ่านเจอที่ไหนมาแล้วแน่ๆ

 

  1. ยิ่งดีท็อกซ์ ยิ่งช่วยลดน้ำหนัก

มีสูตรดีท็อกซ์อยู่มากมายในอินเตอร์เน็ต กินแล้วจะช่วยล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกไปจนหมด คงเหลือไว้แต่อวัยวะภายในที่สะอาด สุขภาพดี แต่อันที่จริงแล้วเรากำลังใช้คำว่า “ดีท็อกซ์” กันอย่างผิดๆ เราจะดีท็อกซ์ก็ต่อเมื่อเราได้รับสารพิษอันตรายเข้าไป แล้วเราพยายามนำสารพิษนั้นออกมาจากร่างกาย นั่นต่างหากที่เป็นความหมายที่แท้จริงของดีท็อกซ์

การดื่มน้ำมะนาว น้ำผึ้ง หรืออะไรก็แล้วที่เป็นสูตรดีท็อกซ์ ล้างลำไส้ต่างๆ ช่วยแค่เรื่องของการขับถ่ายที่ดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นน้ำหนักที่ลดลงในชั่วคราวหลังการขับถ่าย ไม่ใช่การลดน้ำหนักที่ยั่งยืน หากอยากดีท็อกซ์ร่างกายจริงๆ ไม่ใช่เพื่อลดน้ำหนัก สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการทานผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารมากขึ้น ดื่มน้ำให้มากขึ้น และลดการทานคาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ไม่ดี เท่านี้ก็ทำให้อวัยวะภายในของคุณมีสุขภาพดีขึ้นได้

 

  1. ผักผลไม้ปั่น ทานแทนมื้ออาหารได้เลย

ใครที่กำลังลดน้ำหนักคงวิ่งไปซื้อเครื่องปั่นมาใช้ที่บ้านกันมากขึ้น หวังว่าจะปั่นสารพัดผักผลไม้ดื่มเพื่อสุขภาพเก๋ๆ ทานเป็นเครื่องดื่มก็โอเคอยู่หรอก แต่หากคิดจะปั่นผักผลไม้ทานแทนมื้ออาหารปกติ อย่าเลยดีกว่า เพราะแม้ว่าผักผลไม้จะเต็มไปด้วยเกลือแร่และวิตามินที่ดีต่อร่างกายมากเพียงใด แต่ไม่สามารถแทนอาหารมื้อหลักได้เลย เพราะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ครบ 5 หมู่นั่นเอง

นอกจากนี้การทานผักผลไม้ปั่นแบบแยกกาก ยิ่งไม่ได้ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด เพราะสิ่งที่มีประโยชน์อยู่ในกากใยอาหารที่คุณแยกออกไป รวมไปถึงเกลือแร่ และวิตามินที่มีประโยชน์บางชนิดจะอยู่ที่กากใยอาหารเหล่านั้นด้วย ที่คุณดื่มเข้าไปเพียวๆ อาจจะเป็นเศษเสี้ยววิตามิน และน้ำตาลเพียวๆ จากผลไม้ชนิดนั้นๆ ดังนั้นครั้งหน้าอย่าแยกกากออกจะดีกว่า

 

  1. นับแคลอรี่ให้ได้เป๊ะๆ อย่าให้เกินกว่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน

การนับแคลอรี่อาจได้ผลกับหลายๆ คน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน นักโภชนาการบอกไว้ว่าการนับแคลอรี่เป็นวิธีที่ล้าหลัง เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญไปกว่าจำนวนแคลอรี่ คือการจำกัดปริมาณสารอาหารที่เราทานอย่างสมดุลมากกว่า ไม่ใช่เอะอะๆ ก็ตัดสินอาหารจานนั้นจากจำนวนแคลอรี่

หากเราพิจารณาว่าอาหารจานนั้นมีคุณประโยชน์เต็มๆ มีครบ 5 หมู่ มีกากใยอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม มีไขมันดี ไม่มีไขมันที่ทำร้ายร่างกาย สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตสมดุลกับโปรตีน และขนาดของมื้ออาหารไม่มากจนเกินไป เท่านี้คุณก็ตักเข้าปากได้เลยโดยไม่ต้องกังวล

 

  1. อาหารเสริม และวิตามินเสริมสำคัญ

อาหารเสริม และวิตามินในรูปแบบของเม็ด ไม่ได้สำคัญต่อร่างกายของเรามากขนาดที่ต้องไปหาซื้อมาทานทุกคน สารอาหารต่างๆ เราสามารถหาได้จากอาหารจริงๆ เช่น หากอยากได้วิตามินซี สามารถทานมะเขือเทศ ส้ม ฝรั่ง หรือหากอยากได้ธาตุเหล็ก สามารถหาทานได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ ตับ และผักใบเขียวได้

หรือแม้กระทั่งวิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงาม และสมองอย่างคอลลาเจน หรือโอเมก้า 3 ก็สามารถหาทานได้จากเมนูไทยๆ อย่างซุปเปอร์ขาไก่ น้ำซุปต้มกระดูกหมู หรืออาหารทะเล ปลาทะเลน้ำลึกได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ การทานวิตามิน และอาหารเสริมมากจนเกินความจำเป็น อาจทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น ที่จะต้องกรองเอาสารอาหารที่เกินความจำเป็นต่อร่างกายออกไป แทนที่จะช่วยบำรุงร่างกายให้ดีขึ้น อาจก่อให้เกิดผลเสียกับไตในเวลาต่อมาได้เสียอย่างนั้น

 

  1. ซูเปอร์ฟู้ด ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อสุขภาพ

เทรนด์ซูเปอร์ฟู้ดกำลังมาแรงในบ้านเรา รวมไปถึงทั่วโลก ทั้งเมล็ดเจีย ควินัว เมล็ดแฟล็กซ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงแม้ว่าสมญานามว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” จะมาจากสารอาหารหลายชนิดที่แทบจะครอบจักรวาล ทำให้หลายคนมุ่งแต่จะทานแต่เจ้าซูเปอร์ฟู้ดจนละเลยอาหารประเภทอื่นๆ เพราะคิดว่าแค่ซูเปอร์ฟู้ดก็คงจะให้สารอาหารที่ดีต่อร่างกายจนครบหมดแล้ว

แต่อันที่จริง ความหลากหลายของอาหารนั้นสำคัญไปไม่น้อยกว่าสารอาหารที่ได้รับ หากเราอยากได้วิตามินซีสูงๆ แต่เราทานแต่ฝรั่งอย่างเดียว เราอาจพลาดโอกาสที่จะได้สารอาหารอื่นๆ ที่อาจมาจากการทานมะเขือเทศ ที่ให้ได้ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ เบตาแคโรทีน ลูทีน วิตามินบี และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นแม้ว่าซูเปอร์ฟู้ดจะดีต่อร่างกายของเรามากเท่าไร ก็อย่าลืมทานอาหารอื่นๆ เพื่อความหลากหลายในมื้ออาหารของเราด้วย

 

อีกเรื่องที่อยากจะขอแถมทิ้งท้าย หากคุณควบคุมอาหารที่ทานได้แล้ว คิดว่าน้ำหนักจะลดลงอย่างรวดเร็วและยั่งยืนล่ะก็ คุณก็ยังคิดผิดอยู่ดี เพราะหากคุณอยากลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน และสุขภาพดีจริงๆ ควรออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 45 นาทีเป็นอย่างต่ำ หากทำได้ตามนี้รับรองว่าคุณไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มดีท็อกซ์ อาหารเสริม หรือเคล็ดลับใดๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตอีกต่อไปค่ะ

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!