9 เรื่องท่องจำให้ขึ้นใจถ้าไม่อยากกลับไปอ้วนอีก

9 เรื่องท่องจำให้ขึ้นใจถ้าไม่อยากกลับไปอ้วนอีก
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

คนบางคนพูดเรื่องการลดความอ้วนมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่เคยผอมได้นานเกิน 3 เดือน ฟังดูเป็นความจริงที่ชวนให้เจ็บปวด ทั้งที่จริงๆ แล้วการลดความอ้วนไม่ได้ยากขนาดนั้น และไม่จำเป็นต้องอาศัยแรงฮึดเป็นพักๆ อย่างที่หลายคนกำลังทำอยู่

วิธีลดความอ้วนอาจจะมีหลายวิธี แต่จริงๆ แล้วคงไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าวิธีที่ทำได้ตลอดชีวิตจนกลายเป็นนิสัย พูดง่ายๆ คือเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองหากอยากเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ

มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างที่เราควรทำ เพื่อรูปร่างที่ดีขึ้นในระยะยาว

1. เลือกทานอาหารเช้าที่ดี

หลังจากปล่อยให้ท้องว่างระหว่างการนอนหลับในยามค่ำคืนมาหลายชั่วโมง การเลือกทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพคือสิ่งจำเป็น แน่นอนว่าไม่ใช่ปาท่องโก๋จิ้มนมข้นหวาน เพราะสิ่งที่ร่างกายต้องการในตอนเช้าคืออาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน (ชนิดดี) ถ้ามีเวลาเตรียมมื้อเช้าเองก็ลองเลือกทานไข่ต้ม ขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่ว แบบนี้น่าจะดีกว่า

2. กินให้มากขึ้น

ไม่ได้หมายถึงกินไม่เลือกนะ!

บางคนอาจจะแบ่งมื้ออาหารเป็น 3 มื้อหลักๆ กับ 2 มื้อย่อยๆ ในแต่ละวัน ไอ้ของว่างในมื้อย่อยๆ นี่แหละ มันสำคัญตรงที่ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกาย และจะทำให้เราไม่หิวโหยมากจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จนต้องซัดโฮกมากเกินความจำเป็นในมื้อหลัก

แนะนำให้เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาเป็นของว่างในมื้อย่อย อย่างเช่น ถั่วประเภทต่างๆ ถั่วอัลมอนด์อาจจะแพงเกินไป ลองเลือกถั่วลิสงต้มก็ได้ หรือจะกินมันนึ่งเผือกนึ่งก็ได้ รวมทั้งผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง เป็นต้น

3. หลีกเลี่ยงแป้งขัดสีหรือแป้งขาว

อาหารจำพวกข้าวขัดสีหรือขนมปังขาวไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้อ้วนโดยตรง แต่มันส่งผลต่อระดับน้ำตาลในร่างกาย แถมยังไม่ช่วยให้คุณอิ่มได้นาน ลองเปลี่ยนเป็นแบบไม่ขัดสีจะดีกว่า เพราะมีไฟเบอร์และวิตามินที่ร่างกายต้องการ ช่วยให้อิ่มทนอยู่ท้อง ไม่ต้องเรียกหาของกินจุบจิบบ่อยๆ สำหรับบ้านเรา หากินได้ไม่ยาก ยิ่งเดี๋ยวนี้มีข้าวกล้องขายทั่วไป ถ้ากินขนมปังก็เลือกแบบโฮลวีต ที่สำคัญคือ กินให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย 

4. งานกล้ามต้องมา!

ใช่แล้ว คุณต้องไปฟิตเนส การสร้างกล้ามเนื้อไม่เพียงแต่จะช่วยให้รูปร่างดีขึ้นเท่านั้น แต่มันยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ช่วยให้เบิร์นแคลอรีที่รับเข้าไปได้อย่างต่อเนื่อง

ในกรณีที่ไม่อยากเสียเงินค่าเมมเบอร์ จะออกกำลังกายที่บ้านก็ไม่ใช่เรื่องยาก ท่าออกกำลังกายพื้นฐานอย่างการวิดพื้น แพลงก์ ซิทอัพ หรือสควอท ก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อได้เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความมีวินัยและทำอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับคุณผู้หญิง ไม่ต้องกลัวว่ากล้ามคุณจะใหญ่เหมือนอาร์โนลด์ เพราะมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน

5. คิดก่อนกิน

ตามนั้น ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ทำกิจกรรมอะไรที่ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ก็จงเลือกกินแต่ของดี มีประโยชน์กับร่างกาย เพราะสุดท้ายแล้ว มันก็ตัวเราเองนี่แหละ ที่ต้องรับกรรมจากการกินไม่เลือก

6. อย่าลืม “วันปล่อยผี”

แม้แต่นักกีฬาที่มีตารางการกินอย่างเคร่งครัด ยังต้องมีวันปล่อยผี หรือ Cheat Day ที่เราจะกินอาหารขยะ หรืออะไรก็ตามที่อยากกิน เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกเก็บกดจากการเลือกกินอาหารมากจนเกินไปจนอาจทำให้เกิดอาการ “ตบะแตก” ในตอนหลัง

ในหนึ่งสัปดาห์ เราอาจจะกำหนดให้เป็นวันชีทเดย์สักวันหนึ่งก็ได้ แต่อย่าลืมว่าควรกินแค่พอดีๆ นะ ไม่ใช่ซัดพิซซ่าคนเดียวทั้งถาด แบบนั้นก็เยอะไป

7. วิ่ง วิ่ง วิ่ง!

การวิ่งมีหลายแบบ สำหรับคนที่อยากลดความอ้วน ควรเลือกการวิ่งแบบ Interval หรือช้าสลับเร็ว ซึ่งจะช่วยเผาผลาญได้มากกว่า หรือถ้าคุณไม่ชอบวิ่ง จะหันไปพึ่งการออกกำลังกายประเภทอื่นเพื่อเรียกเหงื่อก็ได้ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การกระโดดเชือก ก็ช่วยเบิร์นได้ดีไม่แพ้กัน

8. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวานๆ

เครื่องดื่มเป็นสิ่งที่คนมักจะมองข้าม ไม่คิดว่ามันจะทำให้เราอ้วนได้ แต่น้ำตาลในเครื่องดื่มนี่แหละ ตัวการที่ทำให้อ้วนแบบเพลินๆ โดยไม่รู้ตัว นอกจากน้ำอัดลมแล้วก็ยังรวมไปถึงเครื่องดื่มแช่เย็นที่ขายกันอยู่ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ เพราะส่วนมากจะมีการเติมน้ำตาลมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ กินเข้าไปแล้วก็กลายเป็นไขมันสะสม

ยกตัวอย่างเช่น ชาเขียวบรรจุขวดยี่ห้อหนึ่ง มีปริมาณน้ำตาลราวๆ 15 ช้อนชา ในขณะที่ร่างกายคนเราควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน...แค่นี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก 

9. อย่ากลัวไขมัน

ไขมันแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือไขมันดี (HDL) และไขมันเลว (LDL) สิ่งที่คนรักสุขภาพควรทำคือการเพิ่มปริมาณไขมันดีในร่างกาย เพราะมันช่วยให้เราอิ่มนาน ควบคุมความหิวกระหายได้ดี และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติ

อาหารที่จะช่วยสร้างไขมันดีให้กับร่างกายได้แก่ อาหารจำพวกถั่ว ปลาทะเล ข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก หรืออะโวคาโด้ (นานๆ กินทีนึงละกันนะ มันแพง) แล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะได้ผลมากขึ้น

อ่านจบแล้วอย่าแชร์อย่างเดียว เอาไปทำตามด้วยนะ