อบผ้าแล้วแต่ยังไม่แห้ง เพราะอะไร? เช็ก 7 สาเหตุที่หลายคนมองข้าม

อบผ้าแล้วแต่ยังไม่แห้ง เพราะอะไร? เช็ก 7 สาเหตุที่หลายคนมองข้าม

อบผ้าแล้วแต่ยังไม่แห้ง เพราะอะไร? เช็ก 7 สาเหตุที่หลายคนมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เครื่องอบผ้าเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่ตากผ้า หรือในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่เคยหรือไม่ที่เปิดเครื่องอบจนจบรอบแล้ว กลับพบว่าเสื้อผ้าบางส่วนยังชื้น โดยเฉพาะผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ หรือเสื้อผ้าเนื้อหนา

ปัญหาอบผ้าแล้วไม่แห้งไม่ได้หมายความว่าเครื่องอบผ้าเสียเสมอไป เพราะอาจเกิดจากปริมาณผ้า โปรแกรมที่เลือก การปั่นหมาด รวมถึงการดูแลทำความสะอาดเครื่องที่ไม่เหมาะสม ลองเช็ก 7 สาเหตุที่หลายคนมองข้าม ก่อนรีบเรียกช่างมาตรวจสอบ

1. ใส่ผ้าในเครื่องอบมากเกินไป

การใส่ผ้าจนเต็มถังอาจดูเหมือนช่วยประหยัดเวลา เพราะไม่ต้องแบ่งอบหลายรอบ แต่ในความเป็นจริง หากผ้ามีปริมาณมากเกินความจุที่เครื่องรองรับ เสื้อผ้าอาจหมุนเวียนได้ไม่ทั่วถึง และลมร้อนหรืออากาศที่ใช้ในการอบอาจเข้าถึงผ้าแต่ละชิ้นได้ไม่เต็มที่

ผลที่ตามมาคือเสื้อผ้าบางชิ้นแห้ง แต่ผ้าที่อยู่รวมกันเป็นก้อนหรือมีเนื้อหนากลับยังชื้นอยู่ ดังนั้นควรใส่ผ้าตามปริมาณที่ผู้ผลิตแนะนำ และหลีกเลี่ยงการอัดผ้าจนแน่นถัง

2. ผ้ายังเปียกมากก่อนนำเข้าเครื่องอบ

หากผ้าที่นำเข้าเครื่องอบยังมีน้ำอยู่มาก เครื่องก็ต้องใช้เวลาและพลังงานมากขึ้นในการดึงความชื้นออก ยิ่งผ้าเปียกมากเท่าไร ระยะเวลาในการอบก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการปั่นหมาดที่ไม่เพียงพอ เช่น เลือกรอบปั่นต่ำเกินไป หรือมีปัญหากับเครื่องซักผ้าจนไม่สามารถปั่นน้ำออกจากผ้าได้ตามปกติ ก่อนนำผ้าเข้าเครื่องอบจึงควรตรวจสอบว่าผ่านการปั่นหมาดอย่างเหมาะสมแล้ว

3. เลือกโปรแกรมอบไม่เหมาะกับชนิดของผ้า

เสื้อผ้าแต่ละชนิดมีความหนาและสามารถเก็บความชื้นได้แตกต่างกัน โปรแกรมที่เหมาะกับเสื้อผ้าบางอาจไม่เพียงพอสำหรับผ้าขนหนู ผ้ายีนส์ หรือเสื้อผ้าที่มีหลายชั้น

หากเลือกโปรแกรมที่ใช้ความร้อนหรือระยะเวลาไม่เหมาะสม จึงอาจทำให้เครื่องทำงานจบรอบแล้ว แต่ผ้ายังไม่แห้งสนิท ควรเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับชนิดของผ้า และตรวจสอบคำแนะนำบนฉลากเสื้อผ้าก่อนนำเข้าเครื่องอบทุกครั้ง

4. ฟิลเตอร์ดักฝุ่นมีเศษใยผ้าสะสม

ฟิลเตอร์ดักฝุ่นเป็นส่วนที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่มีหน้าที่สำคัญในการดักจับเส้นใยผ้าและเศษฝุ่นที่หลุดออกมาระหว่างการอบ หากมีสิ่งสกปรกสะสมมากเกินไป อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของอากาศภายในเครื่อง

เมื่ออากาศหมุนเวียนได้ไม่ดี ประสิทธิภาพการอบก็อาจลดลง ทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าผ้าจะแห้ง จึงควรทำความสะอาดฟิลเตอร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานเครื่องอบเป็นประจำ

5. ช่องระบายอากาศหรือระบบจัดการความชื้นมีปัญหา

เครื่องอบผ้าแต่ละประเภทมีระบบจัดการความชื้นแตกต่างกัน หากช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการระบายอากาศหรือความชื้นมีสิ่งสกปรกสะสม หรือเกิดการอุดตัน อาจทำให้อากาศและความชื้นภายในระบบระบายออกได้ไม่ดีเท่าที่ควร

หากพบว่าเครื่องใช้เวลาอบนานผิดปกติและผ้ายังชื้นอยู่เป็นประจำ ควรตรวจสอบส่วนต่างๆ ตามคู่มือของเครื่อง ไม่ควรแกะชิ้นส่วนที่ไม่มั่นใจด้วยตัวเอง และหากพบความผิดปกติควรให้ช่างที่มีความชำนาญตรวจสอบ

6. นำผ้าหนาและผ้าบางมาอบรวมกัน

เสื้อยืด ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ และเสื้อผ้าที่มีเนื้อหนา ล้วนมีระยะเวลาในการแห้งไม่เท่ากัน หากนำมารวมกันในรอบเดียว ผ้าบางอาจแห้งก่อน ขณะที่ผ้าหนาและผ้าที่ซ้อนกันหลายชั้นยังมีความชื้นเหลืออยู่

นอกจากนี้ ผ้าชิ้นใหญ่หรือผ้าที่มีน้ำหนักมากอาจพันกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นจนเป็นก้อน ทำให้อากาศเข้าถึงได้ไม่ทั่วถึง หากต้องการให้แห้งสม่ำเสมอ ควรแยกผ้าหนาออกจากผ้าบางเมื่อเหมาะสม และไม่ใส่ผ้าจำนวนมากเกินไปในแต่ละรอบ

7. เครื่องอบผ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดและดูแลตามระยะ

การดูแลเครื่องอบผ้าไม่ได้มีเพียงการนำเศษผ้าออกจากฟิลเตอร์เท่านั้น เพราะเครื่องแต่ละประเภทอาจมีส่วนประกอบที่ต้องทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากปล่อยให้สิ่งสกปรกสะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง

หากสังเกตว่าเครื่องอบใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ ผ้ายังชื้นแม้ผ่านการอบหลายรอบ หรือเครื่องมีอาการผิดปกติ ควรตรวจสอบคู่มือและพิจารณาให้ช่างเข้าตรวจเช็ก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงแทนการเพิ่มเวลาอบไปเรื่อยๆ

อบผ้าแล้วไม่แห้ง ควรเช็กอะไรก่อน?

เมื่อพบว่าผ้ายังไม่แห้งหลังอบ ไม่จำเป็นต้องสรุปทันทีว่าเครื่องเสีย ควรเริ่มจากตรวจสอบปริมาณผ้าว่าใส่มากเกินไปหรือไม่ ผ้าผ่านการปั่นหมาดมาเพียงพอหรือไม่ และเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับชนิดของผ้าหรือเปล่า

จากนั้นควรตรวจสอบฟิลเตอร์และส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายอากาศตามคู่มือของเครื่อง หากลองแก้ไขปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้แล้ว แต่เครื่องยังอบไม่แห้งเหมือนเดิมหลายครั้งติดต่อกัน จึงควรให้ช่างตรวจสอบระบบของเครื่องโดยตรง

สรุป

ปัญหาอบผ้าแล้วแต่ยังไม่แห้งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ใส่ผ้ามากเกินไป ผ้าเปียกมากก่อนเข้าเครื่อง เลือกโปรแกรมไม่เหมาะสม ไปจนถึงฟิลเตอร์หรือระบบระบายอากาศที่ต้องได้รับการดูแล การตรวจสอบสาเหตุเหล่านี้ก่อนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้เครื่องอบผ้าตามความจุที่กำหนด เลือกโปรแกรมให้เหมาะกับเนื้อผ้า และทำความสะอาดส่วนต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่ต้องอบผ้าซ้ำหลายรอบโดยไม่จำเป็น

อ่านเพิ่มเติม

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล