หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง กินอย่างไรไม่ให้ได้รับโซเดียมเกิน

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง กินอย่างไรไม่ให้ได้รับโซเดียมเกิน

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง กินอย่างไรไม่ให้ได้รับโซเดียมเกิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง และกะหล่ำปลีดอง เป็นเครื่องเคียงที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารได้ดี โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการรสเปรี้ยว เค็ม หรือกรอบ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ผักดองบางชนิดมีโซเดียมค่อนข้างสูง เพราะกระบวนการดองมักเกี่ยวข้องกับเกลือ น้ำเกลือ หรือส่วนผสมที่มีโซเดียม

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกกินผักดองทั้งหมด หากชอบรับประทาน สามารถปรับวิธีกินและควบคุมปริมาณ เพื่อไม่ให้โซเดียมจากผักดองรวมกับอาหารอื่นจนได้รับมากเกินไป

ทำไมผักดองจึงมีโซเดียม?

โซเดียมในผักดองส่วนใหญ่มาจากส่วนผสมที่ใช้ในการดอง โดยเฉพาะเกลือหรือน้ำเกลือ ซึ่งช่วยสร้างรสชาติและมีบทบาทในกระบวนการถนอมอาหารบางรูปแบบ

แต่ผักดองแต่ละชนิดไม่ได้มีโซเดียมเท่ากันเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับสูตร วิธีผลิต ระยะเวลาการดอง และปริมาณเกลือที่ใช้

ดังนั้น หากต้องการรู้ว่าผักดองหนึ่งขวดมีโซเดียมมากเพียงใด ควรดูข้อมูลโภชนาการบนฉลาก มากกว่าคาดเดาจากชื่ออาหาร

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง และกะหล่ำปลีดอง เหมือนกันไหม?

แม้จะเรียกรวมว่า “ผักดอง” แต่กระบวนการผลิตอาจแตกต่างกัน

หัวไชเท้าดองอาจใช้เกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู หรือส่วนผสมอื่น ขึ้นอยู่กับสูตร

แตงกวาดองก็มีทั้งแบบที่ใช้น้ำส้มสายชูและแบบหมัก ซึ่งให้รสชาติและคุณลักษณะที่แตกต่างกัน

ส่วนกะหล่ำปลีดองบางประเภทผ่านกระบวนการหมักด้วยเกลือ ซึ่งอาจทำให้เกิดจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการหมัก แต่ไม่ได้หมายความว่าผักดองทุกชนิดจะมีโพรไบโอติกเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น อย่าตัดสินว่าผักดองทุกชนิดมีคุณค่าหรือปริมาณโซเดียมเท่ากัน

กินผักดองอย่างไรให้ไม่รับโซเดียมมากเกินไป?

หลักสำคัญคือ “กินพอดี และลดโซเดียมจากอาหารส่วนอื่นในมื้อเดียวกัน”

ตัวอย่างเช่น หากมื้ออาหารมีผักดองเป็นเครื่องเคียงแล้ว ก็อาจลดการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส หรือเครื่องปรุงรสเค็มอื่น ๆ ลง

วิธีนี้ช่วยให้เรายังรับประทานอาหารที่ชอบได้ โดยไม่เพิ่มแหล่งโซเดียมหลายอย่างพร้อมกัน

1. กินเป็นเครื่องเคียง ไม่ใช่กินแทนผักสด

ผักดองสามารถเพิ่มรสชาติให้อาหารได้ แต่ไม่ควรใช้แทนผักสดทั้งหมดในมื้ออาหาร

การกินผักสดหลากหลายชนิดร่วมด้วยช่วยให้มื้ออาหารมีความหลากหลายทางโภชนาการ และช่วยลดการพึ่งพาผักดองที่มีรสเค็มเป็นหลัก

ลองจัดจานให้มีผักสดเป็นส่วนใหญ่ และใช้ผักดองเพียงปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

2. ตักแต่น้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่ม

หลายคนอาจตักผักดองในปริมาณมากเพราะเป็นเครื่องเคียงที่กินง่าย แต่หากต้องการควบคุมโซเดียม การเริ่มจากปริมาณเล็กน้อยเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

หากยังต้องการเพิ่มรสชาติ ค่อยเติมทีละน้อย

เพราะถึงแม้ผักดองจะมีผักเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ปริมาณโซเดียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณผักเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสูตรและน้ำดองด้วย

3. เทน้ำดองออกก่อนรับประทาน

สำหรับผักดองที่มีน้ำดองติดมามาก การสะเด็ดน้ำก่อนรับประทานสามารถช่วยลดปริมาณน้ำดองที่ติดไปกับอาหารได้

แต่ไม่ควรเข้าใจว่า การเทน้ำดองออกจะทำให้โซเดียมหายไปทั้งหมด เพราะโซเดียมบางส่วนสามารถอยู่ในเนื้อผักได้แล้ว

ดังนั้น วิธีนี้ควรมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีลดการได้รับน้ำดอง ไม่ใช่การกำจัดโซเดียมออกทั้งหมด

4. ล้างน้ำก่อนกินได้ไหม?

ผักดองบางประเภทสามารถนำมาสะเด็ดน้ำหรือล้างผ่านน้ำก่อนรับประทานได้ ซึ่งอาจช่วยลดเกลือหรือน้ำดองที่อยู่บริเวณผิวได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผักและกระบวนการดอง และการล้างไม่ได้หมายความว่าจะลดโซเดียมในเนื้อผักได้ทั้งหมด

หากต้องควบคุมโซเดียมอย่างจริงจัง ควรให้ความสำคัญกับ การเลือกผลิตภัณฑ์และปริมาณที่กิน ร่วมด้วย

5. อย่ากินคู่กับอาหารเค็มหลายอย่าง

นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุด

ตัวอย่างมื้ออาหารที่มีโซเดียมหลายแหล่ง ได้แก่ ผักดอง + น้ำปลา + ซีอิ๊ว + น้ำจิ้ม + อาหารแปรรูป

แม้แต่ละอย่างจะใส่เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันอาจทำให้โซเดียมในมื้อเดียวเพิ่มขึ้นมาก

หากมีผักดองเป็นเครื่องเคียงแล้ว ลองลดเครื่องปรุงเค็มอื่น ๆ ลง จะช่วยควบคุมโซเดียมได้ง่ายกว่า

6. อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ

วิธีที่แม่นยำกว่าการเดาคือดู ปริมาณโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค บนฉลาก

สิ่งที่ควรดูมี 3 จุดสำคัญ ได้แก่

  • ปริมาณโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • หนึ่งบรรจุภัณฑ์มีกี่หน่วยบริโภค
  • ปริมาณที่เรารับประทานจริงมากกว่าหนึ่งหน่วยบริโภคหรือไม่

จุดสุดท้ายสำคัญมาก เพราะบางคนเห็นตัวเลขโซเดียมบนฉลากแล้วคิดว่าเป็นปริมาณของทั้งขวด ทั้งที่ตัวเลขอาจระบุไว้เพียงต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

7. เลือกสูตรโซเดียมต่ำเมื่อมีตัวเลือก

หากรับประทานผักดองเป็นประจำ ลองเปรียบเทียบฉลากของหลายผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ และเลือกสูตรที่มีโซเดียมต่ำกว่าเมื่อเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ควรดู โซเดียมต่อปริมาณที่เท่ากัน เพื่อให้เปรียบเทียบกันได้อย่างถูกต้อง

ไม่ควรดูเพียงคำว่า “โซเดียมต่ำ” บนด้านหน้าบรรจุภัณฑ์แล้วละเลยข้อมูลโภชนาการ

8. ระวังโซเดียมจากอาหารทั้งวัน ไม่ใช่แค่จากผักดอง

การควบคุมโซเดียมไม่ควรมองเฉพาะอาหารชนิดเดียว เพราะโซเดียมสามารถมาจากอาหารหลายแหล่ง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป น้ำจิ้ม ซอส และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ

ดังนั้น หากในมื้อหนึ่งรับประทานผักดองแล้ว มื้ออื่นอาจเลือกอาหารที่ปรุงรสอ่อนลง

การกระจายปริมาณโซเดียมตลอดทั้งวันจึงทำได้ง่ายกว่าการพยายาม “งดผักดอง” เพียงอย่างเดียว

กะหล่ำปลีดองมีโพรไบโอติกทุกชนิดหรือไม่?

หลายคนอาจได้ยินว่ากะหล่ำปลีดองดีต่อลำไส้เพราะมีโพรไบโอติก แต่ควรแยกให้ออกระหว่าง อาหารหมัก กับ อาหารที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโพรไบโอติก

กะหล่ำปลีดองที่ผ่านการหมักแบบธรรมชาติอาจมีจุลินทรีย์จากกระบวนการหมัก แต่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการให้ความร้อนหรือใช้กระบวนการผลิตบางรูปแบบอาจมีจุลินทรีย์มีชีวิตเหลืออยู่น้อยหรือไม่มี

ดังนั้น ไม่ควรเหมารวมว่ากะหล่ำปลีดองทุกชนิดมีโพรไบโอติก

ใครควรระวังผักดองเป็นพิเศษ?

ผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม เช่น ผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ควบคุมอาหารเค็ม ควรให้ความสำคัญกับปริมาณผักดองและตรวจสอบฉลากอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรยึดคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเป็นหลัก เพราะปริมาณโซเดียมที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

ไม่จำเป็นต้องงด แค่รู้จักกิน

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง และกะหล่ำปลีดองไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็น “อาหารต้องห้าม” เพียงเพราะมีโซเดียม

สิ่งสำคัญคือรับประทานในปริมาณเหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมไม่สูงเกินไป และลดการเติมเครื่องปรุงเค็มอื่น ๆ ในมื้อเดียวกัน

หากรับประทานผักดองเป็นครั้งคราว ปริมาณเล็กน้อยในมื้ออาหารก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้

สรุป: กินผักดองอย่างไรให้ได้รสชาติและไม่โซเดียมเกิน?

หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง และกะหล่ำปลีดองสามารถเพิ่มรสชาติให้อาหารได้ แต่ควรใส่ใจเรื่องโซเดียม โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารหรือเครื่องปรุงรสเค็มอื่น ๆ

วิธีที่ทำได้ง่ายคือ ตักในปริมาณพอดี สะเด็ดน้ำดองหรือล้างก่อนกินเมื่อเหมาะสม เลือกสูตรที่มีโซเดียมต่ำกว่า อ่านฉลากโภชนาการ และลดเครื่องปรุงเค็มอื่น ๆ ในมื้อเดียวกัน

สุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องตัดอาหารที่ชอบออกทั้งหมด แต่ควรเรียนรู้ว่าอาหารแต่ละชนิดมีอะไรที่ต้องระวัง และปรับปริมาณให้เหมาะกับการกินในแต่ละวัน เท่านี้ก็สามารถเพลิดเพลินกับผักดองได้อย่างสมดุลมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม หมอไตเตือน! 5 อาหารทำลายตับและไต แต่หลายคนกลับชื่นชอบ กินแทบทุกวัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล