"หัวใจวาย" กับ "ไหลตาย" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

"หัวใจวาย" กับ "ไหลตาย" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

"หัวใจวาย" กับ "ไหลตาย" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คำว่า “หัวใจวาย” และ ไหลตาย มักถูกนำมาใช้ปะปนกัน โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวคนเสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับ

แต่ในทางการแพทย์ทั้งสองภาวะ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และมีสาเหตุรวมถึงลักษณะการเกิดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างจึงมีความสำคัญ เพราะบางกรณีการสังเกตอาการและให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วอาจช่วยชีวิตได้

หัวใจวาย คืออะไร?

“หัวใจวาย” ในภาษาทั่วไปมักหมายถึง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือถูกอุดกั้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนและเริ่มได้รับความเสียหาย โดยภาวะนี้แตกต่างจาก “หัวใจหยุดเต้น” ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ระบุว่า ภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลันอาจมีหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และหากอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหันได้

 featured-image-man-clutching-

ไหลตาย” คืออะไร?

“ไหลตาย” เป็นคำที่ใช้ในประเทศไทยสำหรับการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) หรือ Sudden Unexpected Death Syndrome (SUDS)

โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นขณะหลับ ในทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตฉับพลัน สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือโรคทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น Brugada syndrome

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า Brugada syndrome เป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจที่สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรงและเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรงก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของการเสียชีวิตขณะหลับจะเกิดจาก Brugada syndrome ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปสาเหตุจากลักษณะการเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว

 zcuykbmgzh4jskmcepd2xh-800-80

หัวใจวาย กับ ไหลตาย ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น หัวใจวาย ไหลตาย
กลไกหลัก เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนสูญเสียความสามารถในการสูบฉีดเลือด
อาการก่อนเกิดเหตุ มักมีอาการเตือน เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย บางรายอาจไม่มีอาการเตือน และอาจหมดสติหรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
เกิดขณะนอนหลับได้หรือไม่ เกิดได้ พบได้ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด
เกี่ยวข้องกันหรือไม่ หัวใจวายสามารถกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงและนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากหัวใจวาย แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือสาเหตุอื่น


American Heart Association อธิบายว่า Heart Attack กับ Cardiac Arrest เป็นคนละภาวะ โดย Heart Attack เป็นปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ส่วน Cardiac Arrest เป็นปัญหาทางไฟฟ้าที่ทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หัวใจวายสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

 medium_heart_failure_in_young

สังเกตอาการ “หัวใจวาย” เบื้องต้นอย่างไร?

อาการที่ควรระวัง ได้แก่

  • เจ็บ แน่น หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณกลางหน้าอก โดยอาจเป็นอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำ
  • เจ็บหรือแน่นร้าวไปยังแขน ไหล่ หลัง คอ ขากรรไกร หรือบริเวณท้องส่วนบน
  • หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • เวียนศีรษะ อ่อนแรง หรือรู้สึกจะเป็นลม
  • อ่อนเพลียผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่น

อาการของหัวใจวายไม่ได้จำเป็นต้องรุนแรงหรือชัดเจนเสมอไป และบางคนอาจมีอาการแตกต่างกัน ดังนั้นหากสงสัยว่าเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ไม่ควรรอดูอาการเอง แต่ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะการรักษาที่รวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ

 sleep-death

แล้ว “ไหลตาย” สังเกตอาการล่วงหน้าได้หรือไม่?

ประเด็นนี้แตกต่างจากหัวใจวาย เพราะ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ผู้ที่เกิดเหตุอาจหมดสติทันที ไม่ตอบสนอง และหยุดหายใจหรือมีเพียงการหายใจเฮือกๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิดอาจมีอาการเตือน เช่น ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม หรือมีประวัติชักโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่บางคนไม่แสดงอาการใดๆก่อนเกิดเหตุเลย

กรมการแพทย์แนะนำให้ใส่ใจเป็นพิเศษหากครอบครัวมีประวัติญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่อายุน้อย รวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น กรนเสียงดัง สะดุ้งตื่น หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

ถ้าพบคนหมดสติและสงสัยหัวใจหยุดเต้น ต้องทำอย่างไร?

หากพบคนหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ ให้ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างและติดต่อบริการฉุกเฉิน จากนั้นเริ่มทำ CPR โดยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่อง และใช้เครื่อง AED หากมีและสามารถใช้งานได้

Mayo Clinic ระบุว่า เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED อย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ โดยหากผู้ช่วยเหลือไม่ได้รับการฝึก CPR มาก่อน อย่างน้อยควรเริ่มกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องจนกว่าทีมฉุกเฉินจะมาถึงหรือมี AED พร้อมใช้งาน

 npr.brightspotcdn

ใครควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นพิเศษ?

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่เคยเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการใจสั่นผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจอื่นๆ ตามอาการและประวัติของแต่ละคน

หัวใจวายกับไหลตายไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หัวใจวาย โดยทั่วไปหมายถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากปัญหาการไหลเวียนเลือด ส่วน ไหลตาย มักเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตฉับพลันจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิด ทั้งสองภาวะจึงแตกต่างกัน แต่หัวใจวายสามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมอย่างผิดปกติ อย่ารอให้อาการหายเอง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว และหากพบผู้หมดสติไม่หายใจตามปกติ ต้องรีบขอความช่วยเหลือและเริ่ม CPR/AED ทันที เพราะในภาวะหัวใจหยุดเต้น ทุกนาทีมีความสำคัญ

 medic

แหล่งอ้างอิง

  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – ข้อมูลภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและกลุ่มเสี่ยง
  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – แนวทางช่วยเหลือผู้เกิดภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหัน
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อมูลโรคไหลตายและความผิดปกติของจังหวะหัวใจ
  • American Heart Association – Cardiac Arrest vs. Heart Attack
  • Mayo Clinic – Sudden Cardiac Arrest: Symptoms and Causes
  • NHS – Brugada Syndrome

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ หากมีอาการที่สงสัยภาวะหัวใจฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล