"หัวใจวาย" กับ "ไหลตาย" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

คำว่า “หัวใจวาย” และ “ไหลตาย” มักถูกนำมาใช้ปะปนกัน โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวคนเสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับ
แต่ในทางการแพทย์ทั้งสองภาวะ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และมีสาเหตุรวมถึงลักษณะการเกิดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างจึงมีความสำคัญ เพราะบางกรณีการสังเกตอาการและให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วอาจช่วยชีวิตได้
หัวใจวาย คืออะไร?
“หัวใจวาย” ในภาษาทั่วไปมักหมายถึง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือถูกอุดกั้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนและเริ่มได้รับความเสียหาย โดยภาวะนี้แตกต่างจาก “หัวใจหยุดเต้น” ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ระบุว่า ภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลันอาจมีหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และหากอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหันได้

“ไหลตาย” คืออะไร?
“ไหลตาย” เป็นคำที่ใช้ในประเทศไทยสำหรับการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) หรือ Sudden Unexpected Death Syndrome (SUDS)
โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นขณะหลับ ในทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตฉับพลัน สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือโรคทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น Brugada syndrome
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า Brugada syndrome เป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจที่สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรงและเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรงก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของการเสียชีวิตขณะหลับจะเกิดจาก Brugada syndrome ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปสาเหตุจากลักษณะการเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว

หัวใจวาย กับ ไหลตาย ต่างกันอย่างไร?
| ประเด็น | หัวใจวาย | ไหลตาย |
|---|---|---|
| กลไกหลัก | เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตัน | หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนสูญเสียความสามารถในการสูบฉีดเลือด |
| อาการก่อนเกิดเหตุ | มักมีอาการเตือน เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย | บางรายอาจไม่มีอาการเตือน และอาจหมดสติหรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน |
| เกิดขณะนอนหลับได้หรือไม่ | เกิดได้ | พบได้ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด |
| เกี่ยวข้องกันหรือไม่ | หัวใจวายสามารถกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงและนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นได้ | ไม่จำเป็นต้องเกิดจากหัวใจวาย แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือสาเหตุอื่น |
American Heart Association อธิบายว่า Heart Attack กับ Cardiac Arrest เป็นคนละภาวะ โดย Heart Attack เป็นปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ส่วน Cardiac Arrest เป็นปัญหาทางไฟฟ้าที่ทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หัวใจวายสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

สังเกตอาการ “หัวใจวาย” เบื้องต้นอย่างไร?
อาการที่ควรระวัง ได้แก่
- เจ็บ แน่น หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณกลางหน้าอก โดยอาจเป็นอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- เจ็บหรือแน่นร้าวไปยังแขน ไหล่ หลัง คอ ขากรรไกร หรือบริเวณท้องส่วนบน
- หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- เวียนศีรษะ อ่อนแรง หรือรู้สึกจะเป็นลม
- อ่อนเพลียผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่น
อาการของหัวใจวายไม่ได้จำเป็นต้องรุนแรงหรือชัดเจนเสมอไป และบางคนอาจมีอาการแตกต่างกัน ดังนั้นหากสงสัยว่าเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ไม่ควรรอดูอาการเอง แต่ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะการรักษาที่รวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ

แล้ว “ไหลตาย” สังเกตอาการล่วงหน้าได้หรือไม่?
ประเด็นนี้แตกต่างจากหัวใจวาย เพราะ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ผู้ที่เกิดเหตุอาจหมดสติทันที ไม่ตอบสนอง และหยุดหายใจหรือมีเพียงการหายใจเฮือกๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิดอาจมีอาการเตือน เช่น ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม หรือมีประวัติชักโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่บางคนไม่แสดงอาการใดๆก่อนเกิดเหตุเลย
กรมการแพทย์แนะนำให้ใส่ใจเป็นพิเศษหากครอบครัวมีประวัติญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่อายุน้อย รวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น กรนเสียงดัง สะดุ้งตื่น หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์
ถ้าพบคนหมดสติและสงสัยหัวใจหยุดเต้น ต้องทำอย่างไร?
หากพบคนหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ ให้ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างและติดต่อบริการฉุกเฉิน จากนั้นเริ่มทำ CPR โดยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่อง และใช้เครื่อง AED หากมีและสามารถใช้งานได้
Mayo Clinic ระบุว่า เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED อย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ โดยหากผู้ช่วยเหลือไม่ได้รับการฝึก CPR มาก่อน อย่างน้อยควรเริ่มกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องจนกว่าทีมฉุกเฉินจะมาถึงหรือมี AED พร้อมใช้งาน

ใครควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นพิเศษ?
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่เคยเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการใจสั่นผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจอื่นๆ ตามอาการและประวัติของแต่ละคน
หัวใจวายกับไหลตายไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หัวใจวาย โดยทั่วไปหมายถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากปัญหาการไหลเวียนเลือด ส่วน ไหลตาย มักเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตฉับพลันจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิด ทั้งสองภาวะจึงแตกต่างกัน แต่หัวใจวายสามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมอย่างผิดปกติ อย่ารอให้อาการหายเอง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว และหากพบผู้หมดสติไม่หายใจตามปกติ ต้องรีบขอความช่วยเหลือและเริ่ม CPR/AED ทันที เพราะในภาวะหัวใจหยุดเต้น ทุกนาทีมีความสำคัญ

แหล่งอ้างอิง
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – ข้อมูลภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและกลุ่มเสี่ยง
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – แนวทางช่วยเหลือผู้เกิดภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหัน
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อมูลโรคไหลตายและความผิดปกติของจังหวะหัวใจ
- American Heart Association – Cardiac Arrest vs. Heart Attack
- Mayo Clinic – Sudden Cardiac Arrest: Symptoms and Causes
- NHS – Brugada Syndrome
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ หากมีอาการที่สงสัยภาวะหัวใจฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

