"สมองฝ่อ" กับ "อัลไซเมอร์" ต่างกันยังไง? รู้ทันก่อนกังวลเกิน

"สมองฝ่อ" กับ "อัลไซเมอร์" ต่างกันยังไง? รู้ทันก่อนกังวลเกิน

"สมองฝ่อ" กับ "อัลไซเมอร์" ต่างกันยังไง? รู้ทันก่อนกังวลเกิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สมองฝ่อ กับ  อัลไซเมอร์ เหมือนกันไหม หรือต่างกันยังไง? รู้จัก 4 พฤติกรรมทำร้ายสมอง และอาหารที่ควรกินเสริมให้มากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนอาจเริ่มมีอาการหลงลืมง่าย อารมณ์เปลี่ยน หรือเคลื่อนไหวช้าลง จนเผลอคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัย แต่ในบางกรณี อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสมองที่ควรตรวจให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อมีคำว่า “สมองฝ่อ” ปรากฏในผล CT Scan หรือ MRI

คำถามที่หลายคนกังวลคือ สมองฝ่อหมายถึงอัลไซเมอร์หรือไม่? คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะสมองฝ่อเป็นภาพรวมของการที่สมองมีปริมาตรลดลง ส่วนอัลไซเมอร์เป็นโรคความเสื่อมของสมองชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ และต้องวินิจฉัยจากอาการร่วมกับผลตรวจอื่น ๆ ไม่ใช่ดูจากภาพสแกนเพียงอย่างเดียว

สมองฝ่อคืออะไร?

ภาวะสมองฝ่อ คือภาวะที่ปริมาตรสมองลดลง ร่องสมองกว้างขึ้น หรือโพรงสมองมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ซึ่งมักพบได้จากการตรวจภาพสมอง เช่น CT Scan หรือ MRI โดยเกิดจากการสูญเสียเซลล์ประสาท หรือการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทบางส่วน

สมองฝ่ออาจเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการตามวัยและมักค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่ในบางคนอาจเกิดจากโรคหรือภาวะผิดปกติ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บที่สมอง การดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นเวลานาน โรคทางระบบประสาท หรือภาวะสมองเสื่อมบางชนิด

แล้วอัลไซเมอร์ต่างจากสมองฝ่ออย่างไร?

โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่ส่งผลต่อความจำ ความคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีนบางชนิดในสมอง เช่น เบต้า-อะไมลอยด์ และเทา ซึ่งทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง

พูดให้เข้าใจง่ายคือ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จำนวนมากอาจมีภาวะสมองฝ่อร่วมด้วย แต่คนที่มีสมองฝ่อในผลสแกนไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นอัลไซเมอร์ทุกคน สิ่งที่แพทย์ใช้ประเมินจึงต้องดูทั้งอาการจริง การทำกิจวัตรประจำวัน การทดสอบความจำ และผลตรวจทางการแพทย์ร่วมกัน

ประเด็น สมองฝ่อ อัลไซเมอร์
ความหมาย ปริมาตรสมองลดลง เห็นได้จากภาพ CT หรือ MRI โรคความเสื่อมของสมองที่กระทบความจำและการใช้ชีวิต
สาเหตุ อายุ โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บ แอลกอฮอล์ หรือโรคอื่น ๆ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในสมองและการเสื่อมของเซลล์ประสาท
แปลว่าเป็นโรคเสมอไหม ไม่เสมอไป บางรายเป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัย เป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและติดตามอาการ
ต้องดูอะไรประกอบ อาการ ความจำ พฤติกรรม การเคลื่อนไหว และผลตรวจอื่น ๆ ความจำ การใช้ชีวิตประจำวัน การทดสอบสมอง และการประเมินโดยแพทย์

สัญญาณที่ไม่ควรมองว่าเป็นแค่ “แก่ตามวัย”

อาการหลงลืมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากมีอาการต่อเนื่อง ชัดเจนขึ้น หรือกระทบชีวิตประจำวัน ควรพาไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณต่อไปนี้

1. ความจำลดลงจนกระทบชีวิตประจำวัน

เช่น ลืมนัดบ่อย ๆ ถามคำถามเดิมซ้ำหลายครั้ง วางของผิดที่เป็นประจำ ลืมกินยา จัดการเงินไม่ได้ หรือหลงทางในสถานที่ที่เคยคุ้นเคย หากอาการเหล่านี้เกิดซ้ำและมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรตรวจให้ชัด

2. บุคลิกหรืออารมณ์เปลี่ยนไปชัดเจน

บางคนอาจหงุดหงิดง่าย วิตกกังวลมากขึ้น ไม่อยากเข้าสังคม หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ หรือกลายเป็นคนหวาดระแวงผิดปกติ หากการเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วหรือเห็นได้ชัด ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงนิสัยของผู้สูงอายุ

3. การเคลื่อนไหวช้าลง ทรงตัวแย่ หรือหกล้มบ่อย

เมื่อสมองหรือระบบประสาทบางส่วนได้รับผลกระทบ อาจทำให้เดินช้าลง เดินเซ ล้มบ่อย ก้าวเท้าสั้นลง หรือทำกิจวัตรง่าย ๆ ได้ยากขึ้น เช่น แต่งตัว กินข้าว หรือหยิบจับของ ซึ่งอาการเหล่านี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

4 พฤติกรรมที่อาจทำร้ายสมองโดยไม่รู้ตัว

1. กินอาหารที่มีไขมันทรานส์และไขมันไม่ดีบ่อยเกินไป

ขนมอบสำเร็จรูป คุกกี้ มาการีน ฟาสต์ฟู้ด และอาหารทอดบางชนิด อาจมีไขมันทรานส์หรือไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หากกินเป็นประจำ อาจส่งผลเสียต่อหลอดเลือด หัวใจ และสุขภาพสมองในระยะยาว

2. ดื่มแอลกอฮอล์มากหรือดื่มต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจกระทบความจำ การตัดสินใจ คุณภาพการนอน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงปัญหาทางระบบประสาทในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

3. กินอาหารแปรรูปขั้นสูงมากเกินไป

อาหารอย่างไส้กรอก เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ขนมถุง และขนมหวานอุตสาหกรรม มักมีน้ำตาล เกลือ ไขมัน และสารปรุงแต่งสูง แต่สารอาหารจำเป็นไม่มากนัก หากกินบ่อยเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบเรื้อรังและปัญหาหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมองได้

4. นอนดึก นอนน้อย หรือหลับไม่มีคุณภาพ

การนอนเป็นช่วงเวลาที่สมองได้ฟื้นตัวและจัดการของเสียบางส่วน หากนอนน้อยเรื้อรัง หรือนอนครบชั่วโมงแต่หลับไม่ลึก อาจทำให้ความจำแย่ลง สมาธิลดลง อารมณ์แกว่ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน

หากนอนครบแล้วยังง่วงมาก กรนดัง ตื่นมาปวดหัว หรือมีคนบอกว่าหยุดหายใจขณะหลับ ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งกระทบต่อสมองและหัวใจได้

อาหาร 4 กลุ่มที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพสมอง

อาหารไม่สามารถรักษาสมองฝ่อหรืออัลไซเมอร์ได้โดยตรง แต่การกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของสมอง หลอดเลือด และลดปัจจัยเสี่ยงบางอย่างได้

1. ปลาทะเลและอาหารที่มีโอเมก้า 3

ปลาแซลมอน แมคเคอเรล ซาร์ดีน เฮอร์ริง หรือทูน่า เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA ซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ประสาทและสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

2. ไข่

ไข่มีโปรตีน วิตามิน และโคลีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาทที่มีบทบาทต่อความจำและการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคไต ควรปรับปริมาณให้เหมาะสมกับคำแนะนำของแพทย์

3. ผักใบเขียว

ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี ผักกาดเขียว หรือผักใบเข้มอื่น ๆ มีโฟเลต วิตามินเค วิตามินอี ลูทีน และสารพฤกษเคมีหลายชนิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอาหารที่ดีต่อสมองและหลอดเลือด

4. ถั่วและเมล็ดพืช

วอลนัท อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทอง และเมล็ดพืชต่าง ๆ มีวิตามินอี แมกนีเซียม ไขมันไม่อิ่มตัว และสารต้านอนุมูลอิสระ ควรเลือกแบบไม่เคลือบน้ำตาล ไม่เค็มจัด และกินในปริมาณพอดี เพราะถั่วให้พลังงานค่อนข้างสูง

ดูแลสมองต้องทำหลายด้าน ไม่ใช่แค่กินอาหาร

การดูแลสมองให้เสื่อมช้าลงควรทำหลายอย่างร่วมกัน ทั้งอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และการจัดการโรคประจำตัว โดยเฉพาะความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด เพราะปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและการทำงานของสมองโดยตรง

  • ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างสม่ำเสมอ ตามสภาพร่างกาย
  • ควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่ และลดแอลกอฮอล์
  • ฝึกสมองด้วยการอ่านหนังสือ เล่นดนตรี เรียนภาษา หรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ
  • พบปะพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน ลดความโดดเดี่ยว
  • พบแพทย์เมื่อความจำ พฤติกรรม หรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปจนกระทบชีวิตประจำวัน

สรุป สมองฝ่อไม่เท่ากับอัลไซเมอร์ แต่ไม่ควรมองข้าม

สมองฝ่อคือภาวะที่ปริมาตรสมองลดลง ซึ่งอาจเกิดได้จากอายุหรือโรคบางชนิด ส่วนอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่ต้องวินิจฉัยจากอาการและการตรวจอย่างละเอียด ดังนั้น การเห็นคำว่าสมองฝ่อในผลตรวจไม่ได้แปลว่าเป็นอัลไซเมอร์ทันที

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการหลงลืมชัดเจน บุคลิกเปลี่ยน เดินช้าลง ทรงตัวแย่ หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัด เพราะการรู้เร็ว ดูแลเร็ว และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม อาจช่วยรักษาคุณภาพชีวิตและการทำงานของสมองไว้ได้นานขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล