สาเหตุ “ผมแห้ง ผมขาดน้ำหนัก ผมชี้ฟู” จากพฤติกรรมที่อาจทำบ่อยๆ จนชิน

สาเหตุ “ผมแห้ง ผมขาดน้ำหนัก ผมชี้ฟู” จากพฤติกรรมที่อาจทำบ่อยๆ จนชิน

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของผมมีน้ำหนัก ไม่แห้ง ชี้ฟู หลายคนพยายามบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ก็ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น จริงๆ แล้วสุขภาพผมที่ดีควรเริ่มต้นแก้ไขตั้งแต่สาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลายอย่างมาจากพฤติกรรมในการดูแลผมผิดๆ ของเราเองทั้งสิ้น

รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป (หมอโบนัส) หัวหน้าศูนย์โรคเส้นผมและหนังศีรษะ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และแพทย์ประจำคลินิก Absolute Hair Clinic มีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำให้เส้นผมของเราเสียสุขภาพ แห้ง ขาดน้ำหนัก และชี้ฟู พร้อมเคล็ดลับดารดูแลผมที่ถูกต้องมาฝากกัน

doctor-hair-2รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป (หมอโบนัส) หัวหน้าศูนย์โรคเส้นผมและหนังศีรษะ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และแพทย์ประจำคลินิก Absolute Hair Clinic

สาเหตุ “ผมแห้ง ผมขาดน้ำหนัก ผมชี้ฟู”

ความเงางามสละสวยของผมมักพบในเส้นผมที่มีสุขภาพดี ที่มีการสร้างเคราตินสมบูรณ์ เกล็ดผมหรือ cuticle ปิดสนิท ทำหน้าที่ให้ผมมีความแข็งแรง เส้นผมที่ถูกทำลายจากสารเคมี จะเห็นว่าเกล็ดผมเปิด หรือเผยอ ส่งผมให้ผมอ่อนแอ แห้งเสีย ชี้ฟูและไม่เงางาม

  1. การสระผมที่ไม่ถูกต้อง ใช้แชมพูที่มีความเป็นด่างสูง ซึ่งจะทำให้เกล็ดผมบวม และเส้นผมเสี่ยงต่อการถูกทำลายได้ง่าย ควรเลือกใช้แชมพูอ่อนโยนที่มีค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH เป็นกลาง เข้าใกล้ค่า pH ของหนังศีรษะ คือ pH น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5.5
  2. การแกะเกาหนังศีรษะ อาจทำให้เกิดผื่นคันเรื้อรัง ผมหักขาดเป็นหย่อมๆ 
  3. การสระผมด้วยน้ำร้อนจัด หรือการเป่าผมด้วยความร้อนจัด จะทำให้ผมแห้งเสีย
  4. หวีผม หนีบผมด้วยความร้อนจัด ขณะผมเปียก ซึ่งเป็นช่วงที่เกล็ดผมบวม และอ่อนแอ
  5. การทำเคมีทุกชนิด ทำให้ผมแห้งเสียได้ เช่นการกัดสีผม การย้อมผมที่บ่อยจนเกินไป การยืด การดัดผม โดยเฉพาะการทำเคมีหลายๆ ชนิดในเวลาใกล้ๆ กัน ถ้าจะดัดผมหรือยืดผม ควรทำก่อนการย้อมผมอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  6. อาการแพ้ยาย้อมผม ทำให้เกิดผื่นคัน บางรายที่อาการแพ้รุนแรงอาจทำให้เกิดผมร่วงได้
  7. การใช้โรลม้วนผมไว้ทั้งคืน จะส่งผลให้โคนผมหักงอ และหลุดร่วงได้ 
  8. หวีผมขณะที่ผมเปียก เพราะผมเปียกเกล็ดผมจะบวม ความแข็งแรงของเส้นผมลดลง การหวีผมขณะที่เปียกจะทำให้เกล็ดผมฉีกขาด ผมไม่เงางาม และจะหักขาดง่าย
  9. การหนีบผมให้ตรงในขณะที่ผมเปียก จะทำให้ผมถูกยึดจนหักขาดง่าย 
  10. การทำเคมีหลายอย่างพร้อมกัน หรือในเวลาใกล้กัน เช่น การยืด หรือ ดัดผม ร่วมกับการย้อมผม คำแนะนำคือ ถ้าจะดัดผมหรือยืดผมด้วย ควรทำก่อนการย้อมผมอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  11. การกัดสีผม หรือการย้อมผมด้วยสีที่ห่างกับสีผมตนเองเกิน 2 เฉดสี ทุกชนิดทำให้ผมแห้งเสียได้ ในการย้อมผมที่ต้องการทำให้สีผมอ่อนลง ต้องมีการกัดสีผมธรรมชาติให้อ่อนลงเสียก่อนที่จะย้อมสีใหม่ ขั้นตอนนี้มีการใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงหลายชนิดเช่น hydrogen peroxide ร่วมกับ alkalizing agents หรือ boosters ในกลุ่ม ammonium persulfate, potassium sulfate ไป ซึ่งส่งผลทำให้ผมแห้งเสียได้บ่อย
  12. ภาวะขาดสารอาหาร รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ขาดโปรตีน แร่ธาตุ หรือวิตามิน บางชนิด เช่นธาตุเหล็ก วิตามินบี สังกะสี เป็นต้น โดยเฉพาะการขาดโปรตีนส่งผลให้ผมเส้นเล็ก หรือร่วง
  13. ความเครียดรุนแรง ส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม
  14. การถอนหรือดึงผมตนเอง ถ้าถอนต่อเนื่องกันนานๆ อาจทำให้ผมไม่ขึ้นกลับมาใหม่ ผมบริเวณที่ดีงถอนผมเป็นประจำจะบางลง

วิธีลดการทำร้ายสุขภาพเส้นผม ไม่ให้ผมแห้ง ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก

  1. ไม่ควรเกาหนังศีรษะเวลาสระผม ให้ใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะ เพราะจะทำให้หนังศีรษะเป็นแผลได้
  2. หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดในการสระผม สามารถใช้น้ำอุ่นได้ น้ำร้อนจะทำให้ผมแห้ง ชี้ฟู
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมนวดผมลงบนหนังศีรษะ ครีมนวดผมแนะนำให้ใส่บริเวณปลายผม ในบางคนครีมนวดผมที่ตกค้างที่หนังศีรษะอาจก่อให้เกิดสิว หรือรูขุมขนอักเสบได้ 
  4. หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนจัด 
  5. หวีหรือแปรงผมแต่น้อย ด้วยหวีซี่ใหญ่ หรือแปรงที่มีตุ่มจะได้ไม่เกี่ยวผมขาด
  6. ไม่ควรหวีผมขณะที่ผมเปียก เพราะขณะที่ผมเปียกจะหัก และขาดง่าย
  7. หลีกเลี่ยงการหนีบผม หรือไดร์ยืดผมตอนผมเปียก เพราะผมที่เปียกจะถูกยืดให้ขาดหักง่าย 
  8. ถ้าเป็นคนที่มีปัญหาผมแห้งเสีย ควรหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีสารซัลเฟต เช่น lauryl sulfate หรือ sulfosuccinate สารเหล่านี้จะทำให้ผมยิ่งแห้ง และเกล็ดผมบวม