Computer Vision Syndrome อันตรายจากการใช้สายตาของคนติดจอ

Computer Vision Syndrome อันตรายจากการใช้สายตาของคนติดจอ

Computer Vision Syndrome อันตรายจากการใช้สายตาของคนติดจอ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วัยเรียน วันทำงานอย่างเราๆ มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ทำงานทั้งวัน เล่นมือถือ ดูแท็บเล็ต โดยที่เราอาจไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาได้ เพราะเราอาจละเลยอาการผิดปกติที่อาจขึ้น เช่น ตาล้า พร่ามัว ตาแห้ง หรือในบางรายอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย

แพทย์หญิงชรัญญา แก้วไกรสร จักษุแพทย์โรคกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก ให้ข้อมูลดีๆ เอาไว้ใสรายการ Sanook Call From Nowhere ให้วันเรียนวัยทำงานอย่างเราได้อ่านกัน ก่อนที่อาการทางดวงตาจะรุนแรงจนต้องพบแพทย์


Computer Vision Syndrome คืออะไร?

Computer Vision Syndrome คืออาการผิดปกติของดวงตาที่เกิดขึ้นจากการจ้องมองจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือมากเกินไป นานเกินกว่า 1-2 ชั่วโมงโดยที่เราไม่ปรับเปลี่ยนหรือขยับสายตาไปมองสิ่งอื่นเลย เมื่อเราจ้องเพ่งนานๆ ม่านตาเราจะหดเล็กลง กล้ามเนื้อจะกลอกไปมาตามที่เรามองตัวอักษรต่างๆ บนจอ รวมถึงภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น คลิปวิดีโอ การชมละครหรือซีรีส์เป็นระยะเวลานานๆ กล้ามเนื้อตาของเราก็จะทำงานหนักตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการผิดปกติกับดวงตาได้


อาการของ Computer Vision Syndrome

อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ มีอยู่หลายลักษณะ เช่น

อาการที่เกิดขึ้นกับดวงตา

  • ปวดตา

  • ตาพร่ามัว

  • แสบตา

  • เคืองตา

  • ตาแห้ง

อาการที่เกิดขึ้นกับส่วนอื่นๆ ใกล้เคียง เช่น

  • ปวดกระบอกตา

  • ปวดศีรษะ

  • อาจลามปวดไปถึงบริเวณท้ายทอยได้


Work From Home เสี่ยง Computer Vision Syndrome มากกว่าทำงานปกติ

การทำงาน หรือเรียนออนไลน์ที่บ้าน อาจทำให้เราใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์นานมากกว่าปกติ เพราะเราไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอเพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ ตื่นขึ้นมาแปบเดียวก็จ้องคอมพิวเตอร์แล้ว ดังนั้นเราจึงอาจจ้องคอมพิวเตอร์ และหน้าจออื่นๆ ในการทำงานนานกว่าเดิม จึงอาจเสี่ยง Computer Vision Syndrome มากกว่าการเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศ หรือเดินทางไปเรียนตามปกติ


อาการผิดปกติมากขนาดไหน ควรไปพบแพทย์

อาการปวดตา เมื่อยล้าดวงตา ตามัว ตาพร่า อาจเป็นอาการชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจ้องมองหน้าจอนานๆ เมื่อหยุดใช้งานหน้าจอไป อาการที่เกิดขึ้นอาจหายไปด้วย

แต่หากใครที่พักสายตาออกจากหน้าจอแล้วยังมีอาการอยู่ เช่น ตาพร่ามัว เคืองตา แสบตา ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเร่งด่วน


วิธีถนอมสายตา เมื่อต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือนานๆ

  1. เลือกใช้แว่นสายตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาของเรา ใครที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยควรสวมแว่นที่เลนส์สามารถกรองแสงสีฟ้าได้ เพื่อช่วยให้มองหน้าจอได้สบายตามากขึ้น ตัดแว่นให้ค่าสายตาเหมาะสมโดยจักษุแพทย์ โดยเฉพาะวัย 40 ปีขึ้นไป ควรเลือกแว่นที่มีเลนส์ที่สามารถมองในระยะใกล้ได้ด้วย

  2. ใช้แผ่นกรองแสงวางทับหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงแผ่นฟิล์มติดอุปกรณ์ที่มีหน้าจอทั้งหมด เพื่อช่วงกรองแสงที่สว่างจ้าออกไปบ้าง หรือสามารถเลือกโหมดถนอมสายตาบนหน้าจอมือถือ และแท็บเล็ตได้

  3. กระพริบตาให้บ่อยขึ้น ป้องกันอาการตาแห้ง

  4. ใช้กฎ 20-20-20
    - ทุกๆ 20 นาที ให้ละสายตาออกจากหน้าจอ

    - ใช้สายตากันมองสิ่งของที่อยู่ไกลๆ มากกวา 20 ฟุต (เป็นต้นไม้สีเขียวได้ยิ่งดี)

    - ใช้เวลามองค้างไว้นาน 20 วินาที

ก่อนจะกลับมามองที่หน้าจอเหมือนเดิม และหลังจากจ้องหน้าจอมาทั้งวัน ควรมีเวลาพักสายตาบ้างด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น อาบน้ำ กินข้าว เดินเล่น ทำอาหาร ฯลฯ เพื่อลดการใช้สายตาจ้องเพ่งหน้าจอ

รับชมรายการ Sanook Call From Nowhere กับแพทย์หญิงชรัญญา แก้วไกรสร จักษุแพทย์โรคกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก ได้ที่นี่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล