เตือนกินเจ ระวังผักปนเปื้อน! พบ "หัวไชโป๊-ผักกาดดอง" ใส่สารกันเสียเกินมาตรฐาน

เตือนกินเจ ระวังผักปนเปื้อน! พบ "หัวไชโป๊-ผักกาดดอง" ใส่สารกันเสียเกินมาตรฐาน
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

(9 ต.ค.58) นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้เฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2558 นี้ ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารเจจากตลาดเยาวราช รวมทั้งสิ้น 68 ตัวอย่าง แยกเป็น 1.อาหารประเภทผักดอง จำนวน 21 ตัวอย่าง ได้แก่ ผักกาดดอง หัวไชโป๊ และกานาฉ่าย เพื่อตรวจสอบหาสารกันรา สารบอแรกซ์ และวัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิค)

นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า 2.อาหารเจทั่วไปที่ทำมาจากแป้งสาลีหรือบุก จำนวน 14 ตัวอย่าง ได้แก่ หมี่กึ่งสำเร็จรูป ลูกชิ้นเจต่างๆ เพื่อตรวจสอบสารบอแรกซ์ 3.อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ที่ระบุว่าเป็นอาหารเจที่แบ่งขายทั่วไปที่ไม่มีฉลาก จำนวน 9 ตัวอย่าง เช่น ทอดมันเจ ก้ามปูเทียมเจ หอยจ้อเจ ไส้กรอกจูเนียร์เจ เต้าหู้ปลาสามเหลี่ยมเจ ลูกชิ้นกุ้งเจ ก้ามปูเจ ลูกชิ้นเจ เต้าหู้และปลาเจ เพื่อตรวจหา DNA เนื้อสัตว์จำเพาะ และ 4.ผักที่นิยมบริโภคในช่วงเทศกาลกินเจมาตรวจสอบยาฆ่าแมลง ได้แก่ คะน้า แครอท และผักโขมที่จำหน่ายในตลาดในกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 24 ตัวอย่าง มาทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

นพ.อภิชัย เปิดเผยว่า จากผลจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการพบว่า 1.ผักดอง มีวัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 13 ตัวอย่าง โดยพบมากสุดในหัวไชโป๊ รองลงมา คือ ผักกาดดอง และกานาฉ่าย แต่ตรวจไม่พบสารกันราและบอแรกซ์ทุกตัวอย่าง 2.อาหารเจทั่วไปที่ทำมาจากแป้งสาลีหรือบุก ตรวจไม่พบผงกรอบทุกตัวอย่าง 3.อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ที่ไม่มีฉลากทุกตัวอย่างตรวจพบ DNA เนื้อสัตว์ และ 4.ผักสด (ตรวจโดยไม่ปอกเปลือกและไม่ล้าง) ตรวจพบสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 2 ตัวอย่าง ในคะน้า 1 ตัวอย่าง และแครอท 1 ตัวอย่าง โดยพบในปริมาณที่ยอมรับได้หรือปริมาณที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี เพื่อความปลอดภัยก่อนที่จะนำพืชผักและผลไม้มาบริโภคจะต้องล้างทำความสะอาด เพื่อช่วยลดลดปริมาณสารพิษตกค้าง

นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า ขณะที่ฟองเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารเจ ที่เคยมีข่าวฟองเต้าหู้ปลอมทำจากพลาสติกจำหน่ายในตลาดนั้น ได้มีการตรวจตัวอย่าง ฟองเต้าหู้ที่มีผู้ร้องเรียนและที่ผู้ประกอบการผลิตฟองเต้าหู้นำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 5 ตัวอย่าง พบว่า ตรวจพบ DNA ของถั่วเหลืองซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของในการผลิตฟองเต้าหู้และไม่พบพลาสติก และ DNA ของข้าวสาลี ข้าว มันฝรั่ง และข้าวโพด แสดงว่าเป็นฟองเต้าหู้แท้ ข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริงตามที่มีการแชร์ต่อกันทางสื่อต่างๆ

“วิธีการลดสารพิษตกค้างในพืชผักและผลไม้โดยการล้างให้สะอาด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ แยกส่วน ตัดแต่งโดยผักมีก้านหรือใบซ้อนกัน ควรแยกออกเพื่อทำความสะอาดทั่วถึง ล้างน้ำเบื้องต้นโดยการเริ่มล้างดินหรือสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้ออกก่อน แช่ผัก ลดสารพิษโดยนำผักมาแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 10 นาที โดยอาจเติมสารบางชนิด เช่นน้ำส้มสายชู หรือ เกลือป่น อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 4 ลิตร ลดได้ร้อยละ 27-38, น้ำด่างทับทิม อัตราส่วน 20-30 เกล็ดผสมน้ำ 4 ลิตรลดได้ร้อยละ 35–43, น้ำปูนใส ลดได้ร้อยละ 34-52, น้ำซาวข้าว ลดได้ร้อยละ 29–38 ส่วนผักที่บริโภคแบบปอกเปลือกให้ปอกเปลือกก่อนนำไปแช่ในน้ำยา ล้างน้ำสะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแช่โดยการเติมสารบางชนิดข้างต้นลงไป ควรนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคอย่างปลอดภัย” นพ.อภิชัยกล่าว