เทียบสเป็ค Mazda2 และ Honda City 2017 รุ่นท็อปทั้งคู่ อ็อพชั่นใครแน่นกว่า

เทียบสเป็ค Mazda2 และ Honda City 2017 รุ่นท็อปทั้งคู่ อ็อพชั่นใครแน่นกว่า
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เทียบสเป็ค Mazda2 และ Honda City รุ่นปี 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ทั้งคู่ มาลองกางสเป็คดู-อ็อพชั่นใครแน่นกว่ากัน

     เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Mazda2 รุ่นปรับโฉมย่อยใหม่ ซึ่งแม้ว่าดีไซน์ภายนอกจะดูไม่เปลี่ยนแปลงนัก แต่มีจุดเด่นอยู่ที่ระบบ G-Vectoring Control รวมถึงการปรับปรุงรายละเอียดภายในให้ดูน่าใช้งานยิ่งขึ้น

200.jpg

05.jpg

     ขณะที่ Honda City ไมเนอร์เชนจ์ แม้ว่าหากพิจารณาตามการแบ่งเซ็กเมนต์ในบ้านเรา จะพบว่าอยู่ในคนละกลุ่มกับ Mazda2 ที่ผันตัวเป็นอีโคคาร์ไปแล้ว แต่ด้วยราคาจำหน่ายที่สูสีกัน ทำให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ขนาดเล็ก คราวนี้ Sanook! Auto จึงจับเอาสเป็คของ Mazda2 1.5 XD High Plus L ตัวถังซีดานและ Honda City 1.5 SV+ รุ่นท็อปทั้งคู่มาให้พิจารณากัน

 

เครื่องยนต์และมิติตัวถัง

2.jpg

     จุดต่างสำคัญของ Mazda2 กับคู่แข่งในตลาด ก็คือ เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ รวมถึงระบบช่วยควบคุมการกระจายแรงบิด G-Vectoring Control เช่นเดียวกับใน Mazda3

     ขณะที่เครื่องยนต์ของ City ให้ตัวเลขแรงม้าสูงกว่าเล็กน้อย แต่หากดูกันที่แรงบิดก็ถือว่าต่างกันชัดเจน จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า ความยาวฐานล้อที่มากกว่า ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกว่าด้วย

 

อุปกรณ์ภายนอก

3.jpg

     ทั้งคู่ถูกติดตั้งไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED มาให้ รวมถึงไฟ Daytime Running Light แบบ LED ก็มีมาให้เช่นกัน ขณะที่ Mazda2 ตัวถังซีดานจะมีสปอยเลอร์หลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อยด้วย

 

อุปกรณ์ภายใน

4.jpg

     ภายในของ Mazda2 ใหม่ เน้นความหรูหราพรีเมียม ตกแต่งแผงคอนโซลและประตูด้วยวัสดุหนัง พร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ติดตั้งมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก+ดิจิตอล พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display เวอร์ชั่นใหม่ที่แสดงผลได้สวยงามและหลากหลายขึ้น รวมถึงระบบกล้องมองหลังที่มีเซ็นเซอร์กะระยะด้านท้ายให้ 4 จุดด้วย

     ขณะที่ Honda City เน้นโทนสีดำเป็นหลัก ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้า เพิ่มลูกเล่นความทันสมัยด้วยไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED ทั้งด้านหน้าและตรงกลาง รวมถึงมีช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ให้ถึง 3 ตำแหน่ง พร้อมโหมดช่วยขับขี่ประหยัดน้ำมันด้วยปุ่ม ECON

 

ระบบเครื่องเสียง

5.jpg

     Mazda2 ติดตั้งหน้าจอขนาด 7 นิ้วเหนือแผงคอนโซล สามารถควบคุมได้ทั้งสัมผัส (ขณะรถหยุดนิ่ง) และปุ่ม Center Commander บริเวณใกล้กับคันเกียร์ มีปุ่มช็อตคัตเพื่อเข้าไปยังเมนูต่างๆได้สะดวกรวดเร็ว รองรับแผ่น CD/MP3 ได้ 1 แผ่นโหลดด้านหน้า พร้อมช่อง AUX และ USB อีก 2 ตำแหน่ง สามารถรองรับระบบนำทางได้โดยซื้ออุปกรณ์เสริม รวมถึงมีระบบสั่งงานด้วยเสียงมาให้ในตัว

     ส่วน Honda City ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว พร้อม Interface แบบใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ รองรับพอร์ต AUX, USB และ HDMI อย่างละ 1 ช่อง และมีจุดเด่นที่ลำโพงรอบคันถึง 8 จุดด้วยกัน

 

ระบบความปลอดภัย

6.jpg

     ทั้ง Mazda2 และ Honda City ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานมาให้คล้ายกัน เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพ, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเบรก ABS และ EBD โดยที่ Honda City เหนือกว่าที่ถุงลมนิรภัยจำนวนถึง 6 ใบรอบคัน ช่วยปกป้องผู้โดยสารได้ทั้งด้านหน้าและหลัง

     ขณะที่ Mazda2 มีการเพิ่มฟีเจอร์ระบบความปลอดภัยขั้นสูง i-ACTIVSENSE ได้แก่ ระบบเตือนมุมอับสายตา และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหลังมาให้ด้วย

     ด้านราคาจำหน่ายของ Mazda2 รุ่น XD High Plus L จะอยู่ที่ 789,000 บาท สูงกว่า Honda City รุ่น 1.5 SV+ ที่มีราคาจำหน่ายอยู่ 751,000 บาท หรือต่างกันราว 38,000 บาท ซึ่งจุดเด่นที่แตกต่างกันชัดเจนของทั้งคู่ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณผู้อ่านแล้วล่ะครับว่าเหมาะสมกับรถรุ่นไหนมากกว่ากัน