เปิด 4 ปัญหาของรถใช้น้อย จอดทิ้งไว้นานมีผลเสียมากกว่าที่คิด

เปิด 4 ปัญหาของรถใช้น้อย จอดทิ้งไว้นานมีผลเสียมากกว่าที่คิด

เปิด 4 ปัญหาของรถใช้น้อย จอดทิ้งไว้นานมีผลเสียมากกว่าที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สายจอดเช็กด่วน! 4 ปัญหายอดฮิตของรถใช้น้อย พร้อมวิธีดูแลให้พร้อมใช้งาน

หลายคนเข้าใจว่าการใช้รถน้อยย่อมช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถยนต์ที่จอดทิ้งไว้เป็นเวลานานก็มีโอกาสเกิดปัญหาได้ไม่ต่างจากรถที่ใช้งานหนัก หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงโดยไม่จำเป็น

Sanook Auto รวบรวม 4 ปัญหาที่มักพบในรถยนต์ที่ใช้งานไม่บ่อย พร้อมวิธีดูแลเบื้องต้น เพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

1. แบตเตอรี่หมดหรือเสื่อมเร็วกว่าปกติ

แม้จะไม่ได้ขับรถ แต่แบตเตอรี่ยังคงจ่ายไฟให้กับระบบต่างๆ ภายในรถ เช่น ระบบกันขโมย นาฬิกา และกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้แบตเตอรี่ค่อยๆ คายประจุ หากจอดรถไว้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แบตเตอรี่อาจหมดจนสตาร์ทรถไม่ติด

วิธีดูแล

  • สตาร์ทรถและขับใช้งานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20-30 นาที
  • หากไม่สามารถใช้งานรถได้เป็นเวลานาน ควรใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่แบบรักษาประจุ (Battery Maintainer)
  • หากแบตเตอรี่เริ่มเก็บไฟไม่อยู่ ควรเปลี่ยนลูกใหม่ก่อนเกิดปัญหาระหว่างใช้งาน

2. ลมยางอ่อนและยางเสียรูป

รถที่จอดอยู่กับที่เป็นเวลานาน น้ำหนักของรถจะกดลงบนหน้ายางในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ส่งผลให้ลมยางอ่อน ยางเสียรูป หรือเกิดรอยแตกลายงาได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยขณะขับขี่

วิธีดูแล

  • ตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และเติมลมตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด
  • ขยับรถหรือขับออกไปใช้งานเป็นระยะ เพื่อเปลี่ยนจุดรับน้ำหนักของยาง

3. ของเหลวในรถเสื่อมสภาพ

น้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และของเหลวอื่นๆ มีอายุการใช้งานตามระยะเวลา ไม่ใช่เฉพาะตามระยะทาง แม้รถจะวิ่งน้อย ของเหลวเหล่านี้ก็สามารถเสื่อมคุณภาพได้เมื่อเวลาผ่านไป

วิธีดูแล

  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและของเหลวต่างๆ ตามระยะเวลาที่ระบุในคู่มือรถ
  • หมั่นตรวจสอบระดับของเหลว หากพบว่าพร่องหรือผิดปกติควรรีบแก้ไข

4. หนูและแมลงเข้ามาทำรัง

รถที่จอดนิ่งเป็นเวลานานอาจกลายเป็นที่หลบอาศัยของหนู แมลงสาบ หรือสัตว์ขนาดเล็ก ซึ่งอาจกัดแทะสายไฟ ฉนวน หรือวัสดุต่างๆ ภายในห้องเครื่อง จนทำให้เกิดความเสียหายและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง

วิธีดูแล

  • ทำความสะอาดรถทั้งภายในและภายนอกอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการทิ้งเศษอาหารหรือของกินไว้ในรถ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่หนูหรือไล่แมลง และจอดรถในบริเวณที่สะอาดหรือมีหลังคา หากเป็นไปได้

สรุป

การใช้รถน้อยไม่ได้หมายความว่ารถจะไม่ต้องดูแล เพราะชิ้นส่วนหลายอย่างยังคงเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน การสตาร์ทรถ ขยับรถเป็นประจำ ตรวจสอบลมยาง และดูแลของเหลวต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รถพร้อมใช้งานทุกครั้งที่ต้องการ และยังช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล