ยอดขาย 'ซูซูกิ' สวนกระแสโตขึ้นจากปีที่แล้ว เปิดตัวกรรมการผจก.ใหญ่ลุยตลาดปี 59

ยอดขาย 'ซูซูกิ' สวนกระแสโตขึ้นจากปีที่แล้ว เปิดตัวกรรมการผจก.ใหญ่ลุยตลาดปี 59
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงผลประกอบการประจำปี 2558 และนโยบายการดำเนินงานในปี 2559 นำโดย มร. โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คนล่าสุด ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรของซูซูกิเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ โรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559


     มร. โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2558 ด้วยยอดขาย 21,285 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 5.5% ส่งผลถึงภาพรวมส่วนแบ่งการตลาด เป็น 2.66% ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเราได้ทำการแนะนำยนตรกรรมจากซูซูกินับตั้งแต่ ซูซูกิ สวิฟท์ ซูซูกิ เซเลริโอ้ โดยทั้งสองรุ่นนี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจกับวงการรถยนต์ประเภทประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโคคาร์  ทำให้กระแสนิยมในแบรนด์ซูซูกิเพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ซูซูกิก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำรถยนต์ชนิดคอมแพคคาร์อย่างรวดเร็ว

     และในไตรมาศที่ 3 ปี 2558 ซูซูกิได้เปิดตัวแนะนำ ซูซูกิ เซียส รถยนต์ซีดาน อีโคคาร์ รุ่นใหม่สู่ตลาดประเทศไทย ที่ให้ความคุ้มค่าทั้งด้านความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน มีจุดเด่นที่เหนือกว่ารถซีดานในระดับเดียวกัน ตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความภูมิฐานหรูหราสง่างาม ห้องโดยสารกว้างขวาง และเหนือชั้นด้วยสมรรถนะการขับขี่ผสานประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

     และในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 ที่ผ่านมา ซูซูกิ ได้ทำการแนะนำ ซูซูกิ เซียส อาร์เอส ที่มาพร้อมชุดแต่งสไตล์โมเดิร์นสปอร์ตรอบคัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น Sporty Eco car สำหรับคนรุ่นใหม่ และช่วยตอบรับกระแสนิยมของลูกค้าให้เข้าถึงรถยนต์ที่มีมาตรฐานสูงทั้งด้านความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว และในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งที่ซูซูกิค้นคว้าและพัฒนาจนสามารถตอบโจทย์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าคนสำคัญของซูซูกิมาโดยตลอด

 

     นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ซูซูกิถือว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง จากยอดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิอยู่ที่ 21,285 คัน คิดเป็นยอดที่สูงขึ้น 5.5% สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 2.66% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ผ่านมา ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 2.29% แม้ในปี 2559 นี้หลายๆ ภาคส่วนจะมีความกังวลในเรื่องเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอันเนื่องมาจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลกำลังซื้อโดยรวมมีจำกัด

     แต่เรายังคงมองทุกอย่างในด้านบวก เร่งพัฒนา และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ ตลอดจนเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรให้มีความรู้และทักษะเป็นระดับสากลทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งซูซูกิยังคงมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ  เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงแบรนด์ซูซูกิมากยิ่งขึ้น

 

     ในส่วนกิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ ซูซูกิ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาพร้อมชูกลยุทธ์ Sport Marketing นั่นคือ AFF SUZUKI CUP 2016 ที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งซูซูกิ สนับสนุนอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง

     ในส่วนของการทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ของซูซูกิ ยังมีให้สื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมอย่างเช่นเคย ครั้งนี้เช่นกัน ซูซูกิ ได้ให้ท่านสื่อมวลชนร่วมเดินทางมากับ ซูซูกิ เซียส อาร์เอส รถยนต์ซีดาน อีโคคาร์ สไตล์สปอร์ต ผสมผสานความเป็นเลิศแห่งสมรรถนะ มาพร้อมชุดแต่งสไตล์โมเดิร์นสปอร์ตรอบคัน ทั้งบริเวณด้านล่างกระจังหน้า และด้านท้ายรถยนต์ สปอยเลอร์หลัง และล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว อีกด้วย

     ในส่วนภายในระบบอำนวยความสะดวกได้เพิ่มเติมในส่วนของจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ ซูซูกิ สมาร์ท คอนเนค สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนพร้อมฟังก์ชั่นแอปเปิ้ล คาร์เพล์ ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเบาะหนังสไตล์สปอร์ต และอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่ครบครันในราคาที่ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้

 

มร. โยจิ มุโรซากะ

 

     นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องสายการผลิตรถยนต์เพื่อขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซูซูกิยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยในปีที่ผ่านมา ซูซูกิ ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 39,072 จำหน่ายภายในประเทศจำนวน 21,285 คัน ซึ่งซูซูกิ รุ่น เซเลริโอ้ เป็นรุ่นที่ส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปได้จำนวน 37,914 คัน

     ส่วนในด้านการบริการหลังการขาย ซูซูกิยังคงยึดแผนยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าซูซูกิ ภายใต้แนวคิด 3S คือ Sales, Service, Spare Parts นั่นคือ การแนะนำสินค้าที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมควบคู่ไปกับการบริการอย่างประทับใจ จำหน่ายอะไหล่แท้จากผู้ผลิต

 

     อีกทั้งมุ่งเน้นพัฒนาการบริการหลังการขายพร้อมบริการจัดส่งอะไหล่ภายใต้การบริการภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อตอบรับทุกความต้องการ ซึ่งซูซูกิทุ่มเทมาโดยตลอดกับการฝึกอบรมบุคคลากรด้านการช่างให้กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของซูซูกิ เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดและต่อเนื่องตลอดจนโปรแกรมส่งเสริมหลังการขาย (บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง)

     ซึ่งในปีที่ผ่านมาซูซูกิ มีศูนย์บริการที่ครอบคลุมจำนวน 99 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 110 แห่งทั่วประเทศไทย ภายในปี 2559 ทั้งนี้เพื่อยกระดับรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวของประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์อย่างพอใจสูงสุดและเชื่อมั่นไว้วางใจในซูซูกิ