Ford focus ใหม่ พิสูจน์ด้านการประหยัดน้ำมันขับจริงประหยัดเฉลี่ย 18 ก.ม./ลิตร

Ford focus ใหม่ พิสูจน์ด้านการประหยัดน้ำมันขับจริงประหยัดเฉลี่ย 18 ก.ม./ลิตร
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านอัตราการประหยัดน้ำมัน ด้วยการทดสอบในระยะทางไกลโดยใช้น้ำมันเพียงหนึ่งถังจากจังหวัดกรุงเทพฯ สู่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในการทดสอบครั้งนี้บริษัทฯ ได้นำฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาใช้ในการทดสอบทั้งหมด 12 คัน และได้รับเกียรติจากผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ทั้งหมด 12 ท่าน เป็นผู้ขับเพื่อทำการทดสอบ โดยฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ทั้ง 12 คันนี้ได้แบ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค ขนาด 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi ใหม่ จำนวน 6 คัน และเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค ขนาด 1.6 ลิตร Ti-VCT จำนวน 6 คัน ทั้งหมดติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด

การทดสอบการประหยัดน้ำมันของฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ในครั้งนี้ได้รับการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นอิสระโดยนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ   ซึ่งหลังสิ้นสุดการทดสอบพบว่า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่นสปอร์ต พลัส แฮทช์แบค  5 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค ขนาด 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 18.84 กิโลเมตร/ลิตร โดยใช้น้ำมันเพียงหนึ่งถังสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,048 กิโลเมตร

คุณยุคนธร วิเศษโกสิน รองประธานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย และบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "ผลการทดสอบอัตราการประหยัดน้ำมันของฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่เกิดขึ้นจากการขับด้วยความเร็วแบบการใช้งานจริง ตามสภาพการจราจรที่เกิดขึ้นจริงนั้น ชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันในรถเซกเม้นต์นี้"

 "การประหยัดน้ำมันได้อย่างเหนือชั้นนี้เอง คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ขับรถฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของได้ดีเยี่ยมที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรถระดับเดียวกัน"

ทั้งนี้ ตลอดการทดสอบ ฟอร์ด ประเทศไทย ยังได้กำหนดมาตรฐานในการทดสอบรถทุกคัน และกำหนดวิธีการขับขี่ให้เป็นไปตามการใช้งานจริง ทำให้ผู้ทดสอบต้องใช้ความเร็วเฉลี่ยตลอดระยะเวลาในการเดินทางไม่ต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอยู่ภายใต้กฎจราจรอย่างเคร่งครัด อาทิ การขับผ่านเข้าเมืองใหญ่ต่างๆ ต้องใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด นั่นหมายความว่า บางช่วงเวลาเช่นการเร่งแซง ผู้ขับต้องทำความเร็วสูงกว่า 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อรักษาความเร็วเฉลี่ยให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการทดสอบ

 

นอกจากนี้ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ทุกคันจะต้องเปิดระบบปรับอากาศ ตั้งค่าความเย็นไว้ที่ระดับกึ่งกลาง และตั้งค่าพัดลมที่หมายเลข 2 สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค 1.6 ลิตร Ti-VCT และค่าพัดลมที่ระดับ 3 สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi  รวมทั้งต้องใช้แรงดันลมยางตามมาตรฐานการใช้งานที่กำหนดจากโรงงาน ซึ่งกำหนดในคู่มือประจำรถทุกคันคือ 33 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว


รายงานผลการทดสอบจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน มีรายละเอียดดังนี้

 

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด (รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส ซีดาน 4 ประตู )

ระยะทางรวม:                                                 

1,024 กิโลเมตร

ความเร็วเฉลี่ย:                                               

79.79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราสิ้นเปลือง:                    

18.40 กิโลเมตรต่อลิตร


ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Ti-VCT GDi พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด (รุ่นสปอร์ต พลัส แฮทช์แบค  5 ประตู)

ระยะทางรวม:                                                 

1,048 กิโลเมตร

ความเร็วเฉลี่ย:                                                

79.80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราสิ้นเปลือง:                    

18.83 กิโลเมตรต่อลิตร

 

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์  1.6 ลิตร Ti-VCT พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด แบบซีดาน 4 ประตู

ระยะทางรวม:                                                 

1,044 กิโลเมตร.

ความเร็วเฉลี่ย:                                               

78.79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

อัตราสิ้นเปลือง:                    

18.76 กิโลเมตรต่อลิตร

 

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์  1.6 ลิตร Ti-VCT พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด แบบแฮทช์แบค  5 ประตู

ระยะทางรวม:                                                 

989 กิโลเมตร

ความเร็วเฉลี่ย:                                               

80.30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราสิ้นเปลือง:                    

17.77 กิโลเมตรต่อลิตร