ลิปสติกที่ใช้...คุณกล้าพอไหมที่จะกิน?

ลิปสติกที่ใช้...คุณกล้าพอไหมที่จะกิน?
สบายอารมณ์

สนับสนุนเนื้อหา

เสน่ห์ยวนใจจากเมคอัพคู่กายหญิงสาวทุกคน คงต้องมีลิปสติกเป็นหนึ่งในอาวุธลับมัดใจที่ผู้หญิงทุกคนต้องพกพาประจำตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าตอนเช้าแต่งหน้าไปทำงาน แต่งแต้มเครื่องสำอางช่วงพักเบรค เตรียมตัวประชุมโปรเจ็คใหม่ หรือกระทั่งแต่งสวยไปปาร์ตี้ยามค่ำคืน ด้วยสีสันที่เสริมเติมความสวย และความชุ่มชื่นให้แก่ริมฝีปากของเรา ไม่ให้แตกแห้งกร้าน แลดูสุขภาพดีแล้ว ลิปสติกยังเป็นเครื่องสำอางที่อาจจะแฝงความเป็นอันตรายใกล้ตัวของสาวๆ ได้เหนือความคาดหมาย เนื่องจากมีโอกาสสูงที่เราจะเผลอกลืนกินเข้าไปสู่ร่างกาย และอาจจะหมายถึงอันตรายจากสารเคมีที่ปนเปื้อนในลิปสติก เป็นความสวยที่เคลือบสารที่สาวๆ ทุกท่านต้องพึงระวังไว้ค่ะ


 

 

อันตรายอยู่ใกล้แค่ริมฝีปาก
ไม่อยากจะคาดคิดว่า เพียงแค่ลิปสติกแท่งเล็กๆ เพียงแท่งเดียว ที่สาวๆ สามารถหยิบจับขึ้นมาใช้ได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการแต่งเติมความสวยงามกันได้อย่างง่ายดายนั้น สาวๆ ก็ควรเพิ่มความใส่ใจ พิถีพิถันในการเลือกสรรลิปสติกแท่งสวยให้มากกว่าเดิมเสียแล้วล่ะค่ะ เพราะลิปสติกในแท่งหนึ่งๆ นั้นประกอบด้วยสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวริมฝีปาก และสารช่วยให้ลิปสติกนั้นคงรูปอยู่ได้ สีสังเคราะห์ต่างๆ  น้ำหอม สารแต่งกลิ่นแต่งรส วัตถุที่ใช้กันเสีย และสารป้องกันแสงแดด เป็นต้น นอกจากนี้สีสังเคราะห์ในลิปสติกบางชนิด อาจทำปฏิกิริยากับแสงแดด ทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ ส่วนลิปสติกที่มีไขมันและน้ำมันน้อย อาจทำให้ริมฝีปากแห้งแตก ทำให้แพ้ง่าย และโดยสถิติแล้วมักพบว่าสีลิปสติกที่ทำให้ผู้ใช้แพ้มากที่สุดคือ ลิปสติกที่มีสีสันสดคือ สีส้ม ชมพู และสีแดง เป็นต้นค่ะ

และที่ร้ายไปกว่านั้น ลิปสติกที่ไม่ได้มาตรฐาน ยังมีสารอันตรายปนเปื้อนที่สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิต เช่น น้ำมันปิโตรเลียม Synthetic Colors สารปรอท สารตะกั่ว สารนิเกิล ซึ่งจะอยู่ในสีที่ใช้ใน ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง เกิดพิษรุนแรง และพิษดูดซึมเข้าระบบทางเดินอาหาร ริมฝีปากปวดแสบปวดร้อน และลอกออกมาเป็นขุย


แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นลิปสติกตามเคาน์เตอร์แบรนด์ทั่วไป แต่ถ้านำมาใช้ทาริมฝีปากซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนไม่มีต่อมเหงื่อ และต่อมไขมันเหมือนผิวหนัง และความบอบบางกว่าผิวหน้าถึง 3 เท่า วันละหลายๆ ครั้ง และสัมผัสริมฝีปากเป็นเวลานานๆ ก็อาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่าผิวหนังบริเวณอื่น โดยสาเหตุของการแพ้นั้น มาจากน้ำหอมที่เป็นส่วนผสมในลิปสติกนั่นเองค่ะ และจากการเปิดเผยข้อมูลที่รวบรวมใน www.safecosmetics.orgโดยการวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการลิปสติก 33 แบรนด์ดังในสหรัฐอเมริกาประจำเดือนตุลาคม 2007 พบว่า 61% ของตัวอย่างลิปสติก ตรวจพบสารตะกั่วปนเปื้อนในปริมาณสูงสุดถึง 0.65 ppm. (Part per million) ต่อมาองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้ทำการทดสอบอีกครั้งในปี 2009 ก็พบสารตะกั่วปนเปื้อนในทุกตัวอย่างของลิปสติกในปริมาณตั้งแต่0.09 – 3.06 ppm. ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าปี 2007 ถึง4เท่า แล้วสาวๆ คิดดูสิคะว่า โดยเฉลี่ยตลอดชีวิตผู้หญิงเราเผลอกลืนลิปสติกเข้าไปในร่างกายโดยไม่รู้ตัวถึง1.8-3 กิโลกรัม แล้วแบบนี้ร่างกายของเราจะสะสมสารเคมีไว้มากขนาดไหน

คืนเสน่ห์สไตล์ธรรมชาติสู่ผิวปาก
แต่อย่างน้อยผู้หญิงเราก็มีทางออกเสมอสำหรับความสวยงามค่ะ เทรนด์ความงามจากผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากสูตรธรรมชาติถึง 99% ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะมอบความนุ่มชุ่มชื่น และคืนความปลอดภัย โดยที่สาวๆ ไม่ต้องเป็นห่วงและกังวลเรื่องสารสารสังเคราะห์จากปิโตรเคมี ซิลิโคน และสีสังเคราะห์ เช่น ลิปสติกที่สกัดจากน้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง น้ำมันรำข้าวหรือจมูกข้าวหอมมะลิที่ผ่านกรรมวิธีแบบหีบเย็น อุดมไปด้วยสารจากธรรมชาติ เช่น วิตามินอี กรดไขมันไลโนเลอิค และ Oryza Ceramide และไม่ใช้สารเคมีเป็นตัวทำลายจึงคงคุณค่าของสารอาหารตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์...แล้วทีนี้สาวๆ จะเลือกเติมอาหารให้ริมฝีปากด้วยวิธีไหนกันดีคะ?

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!