เบบี้ โฮเต็ล (Baby Hotel) ที่พึ่งคลายเครียดของพ่อแม่ในแอฟริกาใต้


คอลัมน์ ร่อนตามลม
โดย raikorn@hotmail.com
การได้ใช้เวลาช่วงวีกเอ็นด์อย่างมีความสุข... ได้นั่งดูหนังจนจบเรื่องโดยไม่ถูกขัดจังหวะ ต้องลุกขึ้นไปทำอะไร... ได้นั่งทำงานจนดึก โดยไม่รู้สึกผิดว่ากำลังทิ้งใครไว้ที่บ้าน ไม่ใช่ "ความฝัน" ที่ไกลเกินจริงสำหรับ พ่อแม่ในแอฟริกาใต้อีกต่อไปแล้ว เมื่อมีโรงแรมเปิดใหม่ชื่อว่า เบบี้ โฮเต็ล (Baby Hotel) ที่เปิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดความเครียดให้คุณพ่อ-คุณแม่โดยเฉพาะ!!!
ตอนนี้ทั้งพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพัง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า ซิงเกิล แพเรนต์ (single parent) และพ่อแม่ที่มีฐานะดี แต่ไม่ค่อยมีเวลา สามารถหาเวลา "ปลดล็อค" ให้ตัวเองมีโอกาสได้พักบ้าง ได้ไปทำอะไรโดยไม่ต้องเป็นห่วงลูกว่าจะไม่มีใครดูแล ด้วยการนำลูกไปฝากไว้ที่โรงแรมกลางย่านธุรกิจในนครโยฮันเนสเบิร์กแห่งนี้ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
เบบี้ โฮเต็ล ต้องการเจาะตลาดกลุ่มผู้ปกครองที่รู้สึกตึงเครียดกับสภาพชีวิตที่ต้องผสมผสานการทำงานและดูแลลูกให้ลงตัว แต่ก็ทำได้ยากมาก ขณะที่การพึ่งบริการของสถานรับเลี้ยงเด็กก็เจอปัญหาน่ารำคาญใจ เรื่อง "เงินค่าปรับ" ที่บรรดาเนิร์สเซอรี่ต่างปรับอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่มีคำว่าผ่อนผันเลยสักนิด หากพ่อแม่ไปรับลูกเกินเวลาที่กำหนดไว้แม้จะเกินไปแค่ 1 ชั่วโมงก็ตาม!
"พวกเนิร์สเซอรี่จะเฮี้ยบเรื่องเวลามาก คุณต้องไปรับลูกตรงเวลาเป๊ะๆ ไม่มีการยืดหยุ่นเลย" เอสเม่ สเวนนิส ผู้อำนวยการเบบี้ โฮเต็ล เล่าให้นักข่าวเอเอฟพีฟัง พร้อมทั้งเล่าถึง "ความต่าง" ระหว่างเบบี้ โฮเต็ล กับเนิร์สเซอรี่ทั่วไปว่า สถานรับเลี้ยงเด็กส่วนใหญ่จะรับเด็กตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่โฮเต็ลขนาด 50 เตียงของเธอ พร้อมรับเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ขวบ โดยมีเจ้าหน้าที่ 10 ชีวิตคอยดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิด ด้วยค่าบริการทั้งวัน 545 แรนด์ (ราว 2,397 บาท) ซึ่งราคานี้ได้รวมค่าอาหารมื้อค่ำและบริการอาบน้ำไว้ด้วย ส่วนเด็กคนใดที่เกิดฝันร้ายขึ้นมากลางดึก ก็มีบริการกอดฟรีแถมให้ ไม่ต้องเสียตังค์
สำหรับพ่อแม่ที่นำทารกแบเบาะไปฝากไว้ แล้วกลัวว่าลูกอาจจะถูกสลับตัวกับทารกคนอื่น ก็ไม่ต้องกังวล เพราะทางโฮเต็ลได้เตรียมการป้องกันปัญหานี้ไว้แล้ว ด้วยการทำป้ายชื่อเด็กทุกคนไปแปะติดไว้ที่หัวเตียง เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สลับเด็กผิดตัวกัน!
นางเชอรี่ กัลจาร์ด ซึ่งแยกทางกับสามี แล้วนำเอ็มม่า ลูกสาววัย 8 เดือนไปฝากไว้ที่เบบี้ โฮเต็ลบอกว่า ที่นี่เปรียบเหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ เพราะทำให้นักบัญชีอย่างเธอสามารถรับนัดช่วงค่ำที่อาจมีเข้ามาอย่างเร่งด่วน หรืองานที่อาจมีเข้ามาอย่างไม่คาดฝันทำให้เธอต้องอยู่ทำงานจนดึกได้อย่างสบายใจ
"หรืออย่างตอนเช้าวันเสาร์ หากฉันอยากออกไปทำธุระส่วนตัว อยากไปช็อปปิ้ง การจะหอบหิ้วลูกเล็กๆ ไปด้วย ก็ไม่สะดวก และคงไม่ใช่ความคิดที่ดี นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันเลือกไปส่งลูกไว้ที่เบบี้ โฮเต็ล หรือวันไหนที่ฉันอยากไปตัดผม ฉันก็ไม่สามารถหอบหิ้วลูกไปด้วยแน่นอน"
เอสเม่ สเวนนิส เล่าว่า ที่เธอตัดสินใจเปิดเบบี้ โฮเต็ล ขึ้นมาเมื่อปี 2547 ก็เพราะเธอเคยเจอความรู้สึกและปัญหาแบบนี้มากับตัว ตอนที่ต้องกลายเป็นแม่หม้ายลูก 3 หลังจากหย่ากับสามีแล้วก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครช่วยเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เพราะที่แอฟริกาใต้นับวันครอบครัวที่อยู่รวมกันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวใหญ่ยิ่งหายาก
"ฉันมั่นใจว่าต้องมีลูกค้าแน่ พ่อแม่ที่อาจจะมาใช้บริการเราเป็นบางโอกาส หรือจำเป็นต้องมาฝากลูกไว้กับเราเป็นประจำ"
แล้วเอสเม่ก็คิดไม่ผิด แถมอีกไม่นานเธอยังมีโครงการจะเปิดเบบี้ โฮเต็ล สาขาที่ 2 ขึ้นที่พอร์ต เอลิซาเบธ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศภายในปีนี้
การเกิดขึ้นของเบบี้ โฮเต็ลยังช่วยให้ครอบครัวที่พ่อแม่ต่างต้องทำงานนอกบ้านอย่างครอบครัวของ ทาสลีม ซาเยด สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องเป็นห่วงลูกฝาแฝดที่เธอไม่คิดจะจ้างพี่เลี้ยงเด็ก เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจ
"พอเราออกจากบ้าน พวกพี่เลี้ยงก็จะนั่งดูทีวี ทำโน่นทำนี่ของตัวเอง โดยไม่สนใจดูแลลูกเรา"
ทาสลีม คิดเหมือนกับเชอรี่ ที่บอกเช่นกันว่า เธอก็ไม่คิดจะจ้างพี่เลี้ยงลูก หนึ่งในเหตุผลนั้นก็เพราะการเอาเอ็มม่ามาฝากไว้ที่เบบี้ โฮเต็ลยังทำให้ลูกของเธอมี "สังคม" รู้จักเล่นกับเด็กคนอื่น
"แต่ถ้าอยู่บ้านกับพี่เลี้ยง เขาก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการกระตุ้น หรือมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการในการเรียนรู้เลย"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


