สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพถ่าย ทำไดอารี่"ในร่มเงาวังสระปทุม"

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพถ่าย ทำไดอารี่"ในร่มเงาวังสระปทุม"
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในวังสระปทุม จัดทำเป็นไดอารี่"ในร่มเงาวังสระปทุม" ทรงเผยจะอนุรักษ์ธรรมชาติ ความร่มรื่นให้อยู่คู่วังต่อไป ที่มีสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข ปลาทอง กระรอก รวมทั้งบัวในอ่างน้ำที่เพียรปลูก แต่ถูกสุนัขทับจมหมด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และการแนะนำสมุดบันทึก "ในร่มเงาวังสระปทุม" จัดโดยมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ เฝ้าฯรับเสด็จ ภายหลังสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯถึง เสด็จพระราชดำเนินสู่ห้องแสดงนิทรรศการ นายบัณฑูร ล่ำซำ เหรัญญิกมูลนิธิ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการ จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงบรรยายเรื่อง "ในร่มเงาวังสระปทุม" ว่า ภาพถ่ายในไดอารี่นี้ เป็นภาพที่ถ่ายในวังสระปทุม ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาฯ เป็นผู้คัดเลือกนำมาทำเป็นไดอารี่ ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมซื้อกัน "วังสระปทุมนั้น มีเรื่องเล่าว่า เป็นสถานประทับและพักผ่อนสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ต่อมาได้มอบให้กับรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ก่อนที่รัชกาลที่ 6 จะมอบให้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นผู้ดูแล ซึ่งขณะนั้น พระองค์ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ส่วนเรื่องสีของวังสระปทุมนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นสีอะไร เพราะมีทั้งสีเหลือง สีแดง และสีเทา พระตำหนักใหญ่ที่บูรณะใหม่ล่าสุด หรือพระตำหนักเหลือง มีอายุมากกว่าพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า รวมทั้งเป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานน้ำสังข์ ในการพระราชพิธีราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ควรจดจำ หลังจากนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ ประทับอยู่ที่วังสระปทุม จนเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงรับสั่งให้ข้าพเจ้า มาประทับที่นี่ เพื่อบูรณะดูแล พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงงานไว้ ซึ่งมีทั้งโรงสี ทำธุรกิจต่างๆ" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบรรยายต่อว่า ภายในวังสระปทุมนั้น จะมีอ่างบัวมากมาย มีปลาเลี้ยงอยู่ในอ่างบัว ซึ่งภายหลังต้องย้ายปลาออกจากอ่างบัว เพราะปลาชอบกินบัว ทำให้บัวในอ่างตาย จึงซื้อโอ่งมังกรจากราชบุรี เพื่อเอาบัวมาไว้ในโอ่ง นอกจากนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข ซึ่งมีเพื่อนจากประเทศเยอรมนีนำสุนัขมาให้ชื่อ "ทิฟฟี่" ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ไวร์แฮร์ เจ้าสุนัขตัวนี้ชอบเล่นซน ชอบคลุกโคลน แล้วชอบว่ายน้ำในอ่างบัวทำให้ปลูกบัวไม่สำเร็จเสียที ภายหลังมีตำรวจนำสุนัขมาให้อีก 2 ตัว ชื่อ "วิค" กับ "วาเป๊ก" นำมาเป็นแฟนเจ้า "ทิฟฟี่" แต่เจ้า 2 ตัวนี้ทำบุญมาน้อย ตายไปก่อนที่จะได้เป็นแฟนกับเจ้าทิฟฟี่ จากนั้น ก็มีเพื่อนนำสุนัขมาเป็นแฟนใหม่ให้ทิฟฟี่ ชื่อว่า "พิมเสน" แล้วก็มีแฟนใหม่เพิ่มอีกตัว มาจากประเทศเบลเยียม แฟนใหม่ของทิฟฟี่ทั้งสองตัวมีลูกด้วยกันตัวละ 4 ตัว สุนัขทุกตัวชอบกินน้ำในอ่างบัวเหลือเกิน "จากนั้น ก็มีคนนำสุนัขทั้งพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ มาให้อีก สุนัขพวกนี้ชอบกินผลไม้มาก ชอบวิ่งเล่นสนุกในวังสระปทุม โดยเจ้าทิฟฟี่ชอบเล่นลูกฟุตบอลกับข้าพเจ้า ชอบให้ข้าพเจ้าโยนลูกบอล แล้วทิฟฟี่ก็วิ่งไปคาบฟุตบอลกลับมาให้ จนเดี๋ยวนี้เราโยนไม่ค่อยไหวแล้ว ต้องเปลี่ยนมาเป็นเตะฟุตบอลแทน ส่วนเจ้ามะระลูกของทิฟฟี่ ชอบกินมะม่วงมาก จนเกิดเหตุการณ์กลืนลูกมะม่วงลงไปติดลำไส้ ต้องพาไปให้หมอผ่าตัดนานถึง 5 ชั่วโมง ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบรรยายว่า นอกจากสุนัข ยังมีปลาทองอีกหลายชนิดที่เลี้ยงไว้ในสระน้ำ รวมทั้งยังมีบัวที่ปลูกอยู่ในอ่างน้ำ แต่บัวพวกนี้ก็จะถูกเจ้าสุนัขลงไปว่ายน้ำทับบัวกดจมน้ำลงไปหมด "บัวพวกนี้ไม่ได้โง่เอง แต่เพราะถูกสุนัขไปกดให้มันจมน้ำ ครอบครัวของเจ้าทิฟฟี่ชอบกินน้ำในอ่างบัวมาก ทำให้บัวปลูกเท่าไหร่ก็ไม่เป็นเสียที นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทั้งนก งู งูเหลือม และงูหลาม ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าเป็นงูชนิดใด พอเปิดพจนานุกรมดูก็บอกว่า งูเหลือมมีลักษณะคล้ายงูหลาม เลยไม่แน่ใจว่า เป็นงูชนิดใดกันแน่ ภายหลังต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่จากสวนสัตว์เขาดินนำงูไปปล่อยที่อุทยานเขาใหญ่เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสุนัข" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบรรยายบรรยากาศในวังสระปทุมต่ออีกว่า แล้วยังมีกระรอกที่ชอบมาวิ่งเล่นตามต้นไม้ ซึ่งกระรอกเป็นสัตว์ที่ถ่ายรูปยากมาก เพราะวิ่งเร็ว และชอบกินผลไม้ ไม่เผื่อแผ่คนอื่น ชอบกินแบบบุฟเฟ่ต์ กินทิ้งกินขว้าง บางครั้งก็วิ่งไปเหยียบสายไฟ ทำให้ไฟดับทั้งวังก็เคยมีมาแล้ว แต่เราก็รู้สึกว่ามีความสุข เพราะเป็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสิ่งมีชีวิต วันหนึ่งได้ดูทีวีแล้วเห็นปลาทอง จึงอยากจะเลี้ยงปลาทอง แล้วมีคนนำปลาทองมาให้ ตอนนี้ก็ออกลูกออกหลานมามากมาย นอกจากนี้กรมประมง ได้นำปลาเทวดามาให้เลี้ยงอีกหลายพันธุ์ ความจริงแล้วที่ใครบอกว่าปลาทองไม่มีสมองนั้น ไม่เป็นความจริง จากที่เราเลี้ยงมา พอนำอาหารมาให้มันก็จะรีบวิ่งมารออย่างฉลาด เพราะจะได้กินอาหารแล้ว "สิ่งที่จะทำต่อไปคือ เราต้องการทำให้วังสระปทุม มีความร่มรื่น เป็นธรรมชาติ มีต้นไม้นานาพันธุ์ ซึ่งจะอนุรักษ์ให้คงอยู่กับวังแห่งนี้สืบต่อไป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า วังสระปทุมนั้นเป็นเหมือนประวัติศาสตร์ของราชวงศ์จักรี ควรจะอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ตอนที่สร้างห้างสยามพารากอน ก็มีการตัดต้นไม้มากมาย ซึ่งเราก็ขอต้นไทรไว้ต้นหนึ่ง ไม่ให้ตัดต้นไทร และย้ายเข้ามาปลูกไว้ในวัง" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบรรยายว่า นอกจากนี้ยังมีคนเล่าเกี่ยวกับเรื่องผีว่า ที่พระตำหนักใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาฯ ชอบมีไฟเปิดได้เอง คนงานก็พูดกันจนรู้สึกกลัว ไม่มีใครกล้าไปที่พระตำหนักนั้น ซึ่งเราได้พิจารณาดูแล้วว่า สมเด็จพระพันวัสสาฯ เป็นคนชอบทำมาค้าขาย เก็บเงินเก็บทองเก่ง ไม่น่าจะเปิดไฟไว้ให้สิ้นเปลืองเงินไว้ทำไม (ทรงพระสรวล) น่าจะเป็นคนงานที่เปิดไฟไว้แล้วลืมปิดมากกว่า "ทุกวันนี้ ตื่นเช้ามา เราก็จะเดิน บางทีก็วิ่ง เพื่อออกกำลังกายในทุกๆ เช้า ซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีความสุขมากๆ" ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบรรยายเสร็จ ได้เสด็จพระราชดำเนินตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชุด "ในร่มเงาวังสระปทุม" ก่อนเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ นอกจากนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงจำหน่ายสมุดบันทึก "ในร่มเงาวังสระปทุม" ด้วยพระองค์เอง โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าคิวซื้อกันอย่างคึกคัก รวมทั้งแขกผู้ใหญ่ที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ อาทิ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี นายแก้วขวัญ วัชโรทัย ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ฯลฯ จนกระทั่งเวลา 18.30 น. จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับวังสระปทุม โดยมีประชาชนเฝ้าฯ ส่งเสด็จบริเวณห้างสยามดิสคัฟเวอรี่เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแซ่ซ้อง "ทรงพระเจริญ" ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ทั้งนี้ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้เปิดจำหน่ายสมุดบันทึก "ในร่มเงาวังสระปทุม" ซึ่งเป็นไดอารี่ ที่ประกอบด้วยรูปภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ขณะทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายในวังสระปทุม รูปเล่มปกแข็งพิมพ์สี่สีสวยงาม ราคาเล่มละ 255 บาท มีจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าทุกแห่ง และร้านจำหน่ายหนังสือชั้นนำทั่วไป โทร.0-2252-9137 และ 0-2251-3999 ต่อ 201, 202 รายได้จากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าในวังสระปทุม ส่วนนิทรรศการจะแสดงจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน ศกนี้ ณ ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!