ดอกงิ้วในน้ำเงี้ยวคืออะไร? ทำไมขนมจีนน้ำเงี้ยวต้องใส่?

ดอกงิ้วในน้ำเงี้ยวคืออะไร? ทำไมขนมจีนน้ำเงี้ยวต้องใส่?

ดอกงิ้วในน้ำเงี้ยวคืออะไร? ทำไมขนมจีนน้ำเงี้ยวต้องใส่?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครเคยกิน ขนมจีนน้ำเงี้ยว น่าจะคุ้นตากับวัตถุดิบสีน้ำตาลแดงที่อยู่ในน้ำแกง บางคนอาจสงสัยว่า “นี่คืออะไร?” คำตอบก็คือ ดอกงิ้ว วัตถุดิบพื้นบ้านที่ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำเงี้ยว และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้อาหารจานนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ดอกงิ้วดอกงิ้ว

ดอกงิ้วคืออะไร?

ดอกงิ้วมาจาก ต้นงิ้ว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “งิ้วป่า” โดยดอกมีลักษณะสีแดงสด และเมื่อดอกบานจะมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก

สำหรับการนำมาทำอาหาร ส่วนที่ใช้กันในน้ำเงี้ยวคือ เกสรตัวผู้ของดอกงิ้ว ซึ่งมักนำมาตากแห้งก่อนเก็บไว้ใช้ปรุงอาหาร จึงมีลักษณะเป็นเส้นสีน้ำตาลแดงที่เราเห็นอยู่ในชามน้ำเงี้ยวนั่นเอง

ทำไมขนมจีนน้ำเงี้ยวต้องใส่ดอกงิ้ว?

ดอกงิ้วถือเป็นส่วนประกอบที่พบได้ในสูตรน้ำเงี้ยวแบบดั้งเดิม โดยนอกจากช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับเมนูแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่สะท้อนภูมิปัญญาการถนอมอาหารของคนในภาคเหนือ

การนำเกสรดอกงิ้วมาตากแห้งช่วยให้สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน และเมื่อนำมาต้มในน้ำแกงก็จะช่วยเพิ่มทั้งสีและกลิ่นเฉพาะตัวให้กับน้ำเงี้ยว

พูดง่าย ๆ คือ ดอกงิ้วไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่งชาม แต่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ทำให้น้ำเงี้ยวมีลักษณะเฉพาะของอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ

ดอกงิ้วกินได้ไหม?

ดอกงิ้วกินได้ โดยส่วนที่นำมาประกอบอาหารที่พบได้ทั่วไปคือเกสรตัวผู้ของดอกงิ้ว และไม่ได้มีเฉพาะในน้ำเงี้ยวเท่านั้น แต่ยังสามารถพบการนำดอกงิ้วแห้งไปใช้ในอาหารพื้นเมืองภาคเหนือบางชนิด เช่น แกงแค และเมนูพื้นบ้านอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม หากซื้อดอกงิ้วแห้งมาประกอบอาหาร ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สะอาด มีแหล่งที่มาชัดเจน และเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

จากดอกไม้สู่เครื่องปรุงในชามน้ำเงี้ยว

เสน่ห์ของดอกงิ้วไม่ได้อยู่แค่รสชาติ แต่ยังสะท้อนวิถีการกินของคนในภาคเหนือที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์และรู้จักแปรรูปเพื่อเก็บไว้กินได้นาน

ครั้งหน้าถ้าได้กินขนมจีนน้ำเงี้ยว แล้วเห็นเส้นสีน้ำตาลแดงในน้ำแกง ก็ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป เพราะนั่นคือ เกสรดอกงิ้วแห้ง วัตถุดิบพื้นบ้านที่ช่วยเติมเอกลักษณ์ให้กับน้ำเงี้ยว และเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอาหารเหนือจานนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล