ซักผ้าทีไรไม่หอมเหมือนแม่? เผย 7 เคล็ดลับที่ทำให้ผ้าหอมติดทนนาน

ซักผ้าทีไรไม่หอมเหมือนแม่? เผย 7 เคล็ดลับที่ทำให้ผ้าหอมติดทนนาน

ซักผ้าทีไรไม่หอมเหมือนแม่? เผย 7 เคล็ดลับที่ทำให้ผ้าหอมติดทนนาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมแม่ซักผ้าหอมกว่าเรา? ทั้งที่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มแค่นิดเดียว เปิดเคล็ดลับง่ายๆ

หลายคนน่าจะเคยมีโมเมนต์แบบเดียวกัน คือเวลาแม่ซักผ้า เสื้อผ้าจะหอมสะอาด กลิ่นติดทนนาน ใส่แล้วรู้สึกสดชื่น แต่พอลองซักเอง กลับต้องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเยอะกว่าเดิม กลิ่นก็ยังไม่หอมติดผ้าเท่าที่ควร จนอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า

ความจริงแล้ว ความหอมของเสื้อผ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำยาปรับผ้านุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่วิธีการซัก การตากผ้า ไปจนถึงการดูแลเครื่องซักผ้า ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้เสื้อผ้าหอมสะอาดและกลิ่นติดทนนาน

1. ซักผ้าให้สะอาดก่อน กลิ่นหอมถึงจะติดทน

เสื้อผ้าที่มีคราบเหงื่อ ความมัน หรือกลิ่นอับตกค้าง แม้จะใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากแค่ไหน กลิ่นหอมก็จะติดได้ไม่เต็มที่ เพราะสิ่งสกปรกยังเกาะอยู่บนเส้นใยผ้า ดังนั้นขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการซักให้สะอาดก่อน แล้วน้ำยาปรับผ้านุ่มจึงจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่พอดี

หลายคนเข้าใจว่ายิ่งใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมาก เสื้อผ้าก็จะยิ่งหอม แต่ความจริงแล้วการใส่มากเกินไปอาจทำให้มีสารตกค้างบนเนื้อผ้า ส่งผลให้ผ้าดูเหนียว ระบายอากาศได้ไม่ดี และบางครั้งยังทำให้กลิ่นหอมไม่ฟุ้งอย่างที่คิดอีกด้วย

วิธีที่ดีที่สุดคือใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มตามปริมาณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการเคลือบเส้นใยผ้าและช่วยให้กลิ่นติดทนนาน

3. ซักเสร็จแล้วควรนำผ้าไปตากทันที

หากปล่อยผ้าชื้นค้างไว้ในเครื่องซักผ้านานเกินไป จะทำให้เกิดกลิ่นอับจากความชื้นและแบคทีเรีย แม้จะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นโปรด กลิ่นอับก็สามารถกลบความหอมได้ ดังนั้นเมื่อเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จ ควรนำผ้าออกมาตากทันที

4. ตากผ้าในที่อากาศถ่ายเท

การตากผ้าในบริเวณที่มีลมผ่านหรือมีแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว ลดการสะสมของความชื้น และช่วยให้กลิ่นหอมติดผ้าได้นานกว่าเดิม หากตากในที่อับหรือชื้น ผ้าอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แม้จะซักสะอาดแล้วก็ตาม

5. อย่าใส่ผ้าแน่นเครื่องซักผ้ามากเกินไป

การยัดผ้าจนเต็มถังซักทำให้น้ำและผงซักฟอกหมุนเวียนได้ไม่ทั่วถึง เสื้อผ้าจึงอาจซักไม่สะอาด และน้ำยาปรับผ้านุ่มไม่สามารถกระจายตัวได้ดี ส่งผลให้ความหอมติดผ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

6. ล้างถังซักเป็นประจำ

อีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนมองข้ามคือความสกปรกภายในเครื่องซักผ้า หากมีคราบผงซักฟอก เชื้อรา หรือแบคทีเรียสะสมอยู่ ก็อาจทำให้เสื้อผ้าที่ซักใหม่มีกลิ่นอับได้ การล้างถังซักอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้เสื้อผ้าหอมสะอาดยิ่งขึ้น

7. ประสบการณ์ของแม่ คือเคล็ดลับที่เลียนแบบได้

เหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าแม่ซักผ้าหอมกว่า อาจไม่ใช่เพราะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อพิเศษ แต่เป็นเพราะคุณแม่มีประสบการณ์ในการซักผ้ามาอย่างยาวนาน รู้ว่าควรใช้น้ำยาเท่าไร ซักแบบไหน ตากเวลาใด และแยกประเภทผ้าอย่างไร จึงทำให้เสื้อผ้าสะอาด นุ่ม และหอมติดทนนานทุกครั้ง

สรุป

หากอยากให้เสื้อผ้าหอมเหมือนที่แม่ซัก ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณมาก เพราะเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การซักผ้าให้สะอาด ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่เหมาะสม รีบนำผ้าไปตากในที่อากาศถ่ายเท และหมั่นทำความสะอาดเครื่องซักผ้าอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมสะอาด ติดทนนาน และน่าใส่ได้ไม่แพ้ฝีมือคุณแม่เลย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล