อย่ารอให้เจองู! รวมวิธีป้องกัน "งูเข้าบ้าน" ช่วงหน้าฝน ลดความเสี่ยงทำตามได้จริง

อย่ารอให้เจองู! รวมวิธีป้องกัน "งูเข้าบ้าน" ช่วงหน้าฝน ลดความเสี่ยงทำตามได้จริง

อย่ารอให้เจองู! รวมวิธีป้องกัน "งูเข้าบ้าน" ช่วงหน้าฝน ลดความเสี่ยงทำตามได้จริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ทำอย่างไรให้ได้ผล? รวม 10 วิธีลดความเสี่ยง งูไม่อยากเข้าบ้าน

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่งูและสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ ออกจากแหล่งอาศัยเพื่อหาอาหารหรือหาที่หลบภัย ทำให้มีโอกาสเลื้อยเข้ามาในบริเวณบ้านมากกว่าปกติ

หากบ้านมีวัชพืชรก มีเศษวัสดุกองไว้ มีหนู กบ หรือแหล่งน้ำขัง ก็อาจกลายเป็นจุดดึงดูดให้งูเข้ามาอาศัยได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้ Sanook รวบรวมวิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ทำได้จริง พร้อมแนะนำวิธีรับมือเมื่อเจองูอย่างปลอดภัย

วิธีป้องกันงูเข้าบ้านวิธีป้องกันงูเข้าบ้าน

ทำไมงูถึงเข้าบ้าน?

งูเป็นสัตว์เลือดเย็นที่มักอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ชอบพื้นที่ที่มีอุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป และต้องมีทั้งแหล่งน้ำ ที่หลบซ่อน และอาหาร

สาเหตุหลักที่งูเลื้อยเข้ามาในบ้าน ได้แก่

  • มีหนูจำนวนมาก ซึ่งเป็นอาหารหลักของงู

  • มีแหล่งน้ำขังหรือพื้นที่ชื้น

  • บ้านรก มีเศษไม้ กองอิฐ กองใบไม้ หรือวัสดุเหลือใช้

  • มีช่องว่างใต้บ้านหรือรอยแตกตามผนังที่งูสามารถเข้าไปหลบซ่อนได้

  • ช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือช่วงหากินในหน้าฝน

งูชอบซ่อนตัวบริเวณไหนของบ้าน?

หากต้องการป้องกันงู ควรหมั่นตรวจสอบบริเวณที่งูมักใช้เป็นที่หลบซ่อน เช่น

  • ใต้กองไม้ กองอิฐ หรือกองวัสดุเหลือใช้

  • ใต้พุ่มไม้หรือหญ้าสูง

  • ใต้ถุนบ้าน

  • รอยทรุดหรือโพรงใต้ตัวบ้าน

  • ท่อระบายน้ำที่ไม่มีตะแกรงปิด

  • ห้องเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

หากพื้นที่เหล่านี้มีหนูหรือสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่ งูก็มักจะตามเข้ามาหาอาหาร

10 วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ได้ผลจริง ทำได้ไม่ยาก

1. เก็บกวาดบริเวณบ้านให้สะอาด

อย่าปล่อยให้มีหญ้ารก กองใบไม้ หรือกองวัสดุที่ไม่ได้ใช้งาน เพราะเป็นแหล่งหลบซ่อนของงูได้เป็นอย่างดี

2. กำจัดแหล่งอาหารของงู

หากไม่มีหนู กบ คางคก หรือสัตว์ขนาดเล็ก งูก็จะไม่มีเหตุผลที่จะเข้ามาหากินในบ้าน

3. ป้องกันหนูภายในบ้าน

เก็บเศษอาหารให้เรียบร้อย ปิดฝาถังขยะ และดูแลครัวไม่ให้มีอาหารตกค้าง เพื่อลดจำนวนหนูซึ่งเป็นเหยื่อหลักของงู

4. อุดรอยแตกและช่องว่าง

ตรวจสอบรอยแตกของผนัง ช่องใต้ประตู ช่องใต้บ้าน หรือโพรงต่าง ๆ แล้วอุดให้เรียบร้อย เพื่อลดทางเข้าของงู

5. ติดตะแกรงป้องกันท่อระบายน้ำ

งูหลายชนิดสามารถเลื้อยผ่านท่อระบายน้ำได้ การติดตะแกรงจึงช่วยลดโอกาสที่งูจะเข้าบ้านได้

6. ตัดแต่งกิ่งไม้และพุ่มไม้

ไม่ควรปล่อยให้กิ่งไม้พาดเข้าหลังคาหรือกำแพง เพราะอาจเป็นทางผ่านของงูและสัตว์อื่น

7. ใช้ตาข่ายกันงู

สามารถติดตั้งตาข่ายบริเวณรั้ว กำแพง หรือจุดเสี่ยง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้ามา

8. กำจัดแหล่งน้ำขัง

น้ำขังเป็นแหล่งอาศัยของกบและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งเป็นอาหารของงู

9. หมั่นตรวจพื้นที่รอบบ้านหลังฝนตก

ช่วงหลังฝนตกเป็นช่วงที่งูออกหากินมากกว่าปกติ ควรเดินสำรวจรอบบ้านเป็นประจำ

10. ดูแลพื้นที่ใต้บ้านให้โปร่ง

หากเป็นบ้านยกสูง ควรจัดพื้นที่ใต้บ้านให้โล่ง ไม่ใช้เป็นที่เก็บของจำนวนมาก

เจองูในบ้าน ควรทำอย่างไร?

หากพบงู อย่าตื่นตระหนก และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ โดยควรปฏิบัติดังนี้

  • ตั้งสติ และอย่าพยายามตีหรือจับงูด้วยตัวเอง

  • หากงูกำลังเลื้อยผ่าน ให้เว้นระยะและปล่อยให้ออกจากพื้นที่

  • หากงูซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ให้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อไม่ให้งูเคลื่อนย้ายไปยังจุดอื่น

  • รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น หน่วยกู้ภัยหรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ เพื่อเข้ามาช่วยจับงูอย่างปลอดภัย

สังเกตอย่างไรว่างูมีพิษหรือไม่มีพิษ?

การแยกชนิดงูด้วยสายตาอาจทำได้ยาก และไม่ควรเข้าใกล้เพื่อพิสูจน์ เพราะเสี่ยงต่อการถูกกัด

งูพิษที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ได้แก่

  • งูเห่า

  • งูเห่าพ่นพิษ

  • งูจงอาง

  • งูสามเหลี่ยม

  • งูทับสมิงคลา

  • งูแมวเซา

  • งูกะปะ

  • งูเขียวหางไหม้

ส่วนงูไม่มีพิษที่พบได้บ่อย เช่น

  • งูเหลือม

  • งูหลาม

  • งูเขียวพระอินทร์

  • งูสิง

  • งูแสงอาทิตย์

  • งูปี่แก้ว

อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจว่าเป็นงูชนิดใด ควรถือว่าเป็นงูที่อาจมีอันตราย และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ทุกกรณี

งูกลัวอะไร? ความเชื่อที่ควรรู้

หลายคนเชื่อว่างูจะไม่กล้าเข้าใกล้สิ่งของบางชนิด เช่น

  • ปูนขาว

  • กำมะถัน

  • ขี้เถ้า

  • น้ำมันเครื่องใช้แล้ว

  • การปลูกต้นไม้กันงู

แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าวิธีเหล่านี้สามารถป้องกันงูได้จริง งูจำนวนมากยังสามารถเลื้อยผ่านสิ่งเหล่านี้ได้ตามปกติ

วิธีที่ได้ผลที่สุดคือ การจัดสภาพแวดล้อมไม่ให้เอื้อต่อการอยู่อาศัยของงู ได้แก่ การกำจัดแหล่งอาหาร เก็บบ้านให้สะอาด อุดช่องทางเข้า และหมั่นตรวจสอบพื้นที่รอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หน้าฝนงูเข้าบ้านบ่อยจริงไหม?

จริง เพราะเป็นช่วงที่งูออกหากินและหนีน้ำ ทำให้มีโอกาสพบงูในบริเวณบ้านมากกว่าฤดูอื่น

ปลูกต้นไม้กันงูได้จริงหรือไม่?

ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าได้ผล การดูแลบ้านให้สะอาดและไม่มีแหล่งอาหารของงูเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

หากถูกงูกัดควรทำอย่างไร?

รีบโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที พยายามอยู่นิ่งเพื่อลดการกระจายของพิษ และไม่ควรกรีดแผล ดูดพิษ หรือขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล