ซักทุกวันยังเหม็น! ทำไมผ้าขนหนูถึงเหม็นอับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น?

ซักทุกวันยังเหม็น! ทำไมผ้าขนหนูถึงเหม็นอับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น?

ซักทุกวันยังเหม็น! ทำไมผ้าขนหนูถึงเหม็นอับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนเคยเจอปัญหาเดียวกัน เพิ่งอาบน้ำเสร็จ หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว แต่กลับได้กลิ่นอับติดจมูก ทั้งที่ซักเป็นประจำและดูสะอาดดี บางครั้งยิ่งใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม กลิ่นก็ยังไม่หายไป

คำถามคือ ทำไมผ้าขนหนูถึงเหม็นอับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น ทั้งที่ใช้งานไม่นานและซักบ่อยกว่าเสื้อผ้าหลายชนิด?

คำตอบอยู่ที่ "หน้าที่ของผ้าขนหนู" และ "สภาพแวดล้อมที่มันต้องเจอทุกวัน"

ผ้าขนหนูถูกออกแบบมาให้อมน้ำมากกว่าผ้าทั่วไป

ผ้าขนหนู ถูกผลิตจากเส้นใยที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี แม้จะเป็นข้อดีในการเช็ดตัว แต่ก็กลายเป็นจุดอ่อนเช่นกัน 

เพราะหลังใช้งาน ผ้าขนหนูจะกักเก็บความชื้นไว้ในเส้นใยจำนวนมาก ทำให้แห้งช้ากว่าผ้าเสื้อทั่วไป

ยิ่งหากแขวนไว้ในห้องน้ำที่อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นก็จะสะสมอยู่ในผ้านานขึ้น

ห้องน้ำคือสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชอบ

หลังอาบน้ำ ผ้าขนหนูมักถูกแขวนไว้ในห้องน้ำ ปัญหาคือห้องน้ำมักเป็นบริเวณที่มี

  • ความชื้นสูง
  • อากาศถ่ายเทน้อย
  • ไอน้ำสะสมอยู่ตลอดเวลา

สภาพแวดล้อมลักษณะนี้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด เมื่อจุลินทรีย์เหล่านี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นอับที่หลายคนคุ้นเคย

ผ้าขนหนูไม่ได้สัมผัสแค่น้ำ

หลายคนคิดว่าหลังอาบน้ำ ร่างกายสะอาดแล้ว แต่ความจริงผ้าขนหนูยังต้องสัมผัสกับ

  • เซลล์ผิวหนังที่หลุดออก
  • เหงื่อที่ตกค้าง
  • น้ำมันตามผิวหนัง
  • เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิด

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ยิ่งใช้ผืนเดิมซ้ำหลายวันโดยไม่ซัก กลิ่นอับก็ยิ่งเกิดได้ง่าย

ทำไมซักแล้วบางครั้งก็ยังเหม็น?

หลายคนแปลกใจว่า ซักแล้วแต่กลิ่นยังอยู่ สาเหตุอาจมาจาก

  • ใส่ผ้ามากเกินไปในเครื่องซัก ทำให้ผ้าถูกล้างไม่สะอาด
  • ทิ้งผ้าไว้ในเครื่องซักนานเกินไป หลังซักเสร็จ ความชื้นยังคงอยู่ และอาจเริ่มเกิดกลิ่นอับได้
  • เครื่องซักผ้าสกปรก คราบตกค้างในถังซักสามารถสะสมเชื้อราและแบคทีเรียได้
  • ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป สารเคลือบผ้าอาจตกค้างในเส้นใย ทำให้ผ้าดูดซับน้ำได้น้อยลงและเกิดกลิ่นสะสมง่ายขึ้น

วิธีลดกลิ่นอับในผ้าขนหนู

หากไม่อยากให้ผ้าขนหนูมีกลิ่น ควรทำดังนี้

1. ตากให้แห้งทันทีหลังใช้  อย่าพับหรือกองทิ้งไว้

2. แขวนในจุดที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการแขวนในมุมอับชื้น

3. ซักเป็นประจำ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนหรือซักหลังใช้งานประมาณ 2-3 ครั้ง

4. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

5. ตากแดดเมื่อมีโอกาส แสงแดดช่วยลดความชื้นและลดการสะสมของจุลินทรีย์ได้

ผ้าขนหนูมีกลิ่นอับ อันตรายไหม?

กลิ่นอับไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ป่วยทันที แต่เป็นสัญญาณว่ามีการสะสมของจุลินทรีย์และความชื้นในผ้า

สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ภูมิแพ้ หรือปัญหาผิวหนัง การใช้ผ้าขนหนูที่อับชื้นเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้

สรุป

สาเหตุที่ผ้าขนหนูเหม็นอับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น ไม่ได้เกิดจากการซักไม่สะอาดเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นเพราะผ้าขนหนูถูกออกแบบมาให้กักเก็บน้ำได้ดี ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้น และสัมผัสกับเซลล์ผิว เหงื่อ และน้ำมันจากร่างกายอยู่ทุกวัน

ดังนั้นหากอยากให้ผ้าขนหนูหอมสดชื่นอยู่เสมอ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การซัก แต่คือการทำให้ผ้าแห้งสนิทและลดความชื้นสะสมให้มากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล