รู้จัก "ผักพ่อค้าตีเมีย" ผักพื้นบ้านชื่อแปลก แต่มีแร่ธาตุและวิตามินครบมาก

รู้จัก "ผักพ่อค้าตีเมีย" ผักพื้นบ้านชื่อแปลก แต่มีแร่ธาตุและวิตามินครบมาก

รู้จัก "ผักพ่อค้าตีเมีย" ผักพื้นบ้านชื่อแปลก แต่มีแร่ธาตุและวิตามินครบมาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ผักพ่อค้าตีเมีย" ผักป่าพื้นบ้านภาคเหนือ หนึ่งปีมีครั้งเดียว เผยที่มาของชื่อและประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา

พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของพืชพรรณธัญญาหาร โดยเฉพาะ "ผักป่า" หรือผักพื้นบ้านที่เจริญเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติในป่าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวบ้านนิยมเก็บส่วนต่างๆ มาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด หนึ่งในผักป่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีชื่อเรียกชวนสะดุดตาที่สุดในยุคนี้ คงต้องยกให้ "ผักพ่อค้าตีเมีย" ผักป่าหายากที่มาพร้อมเรื่องเล่าสุดแปลกและรสสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร

ทำความรู้จัก "ผักพ่อค้าตีเมีย" คืออะไร?

  • ชื่อเรียกอื่น: ชาวลำพูนเรียกว่า "ผักกับแก้" ส่วนภาคกลางรู้จักกันในชื่อ "เฟินแผง"

  • ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: จัดเป็นพืชกึ่งล้มลุกขนาดเล็ก และเป็นญาติใกล้ชิดในตระกูลเฟิน

  • แหล่งที่พบ: เติบโตเฉพาะในป่าเบญจพรรณที่มีอากาศเย็นและมีความชุ่มชื้นสูง มักขึ้นตามบริเวณดินทรายปนกรวดหินแถบจังหวัดลำพูนและแม่ฮ่องสอน โดยจุดที่ผักชนิดนี้ขึ้นมักมีพืชตระกูลขิงหรือกระเจียวขึ้นอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า

  • ฤดูกาลเก็บเกี่ยว: เจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝนช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม โดยชาวบ้านจะเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่กำลังคลี่ใบเท่านั้น และปล่อยต้นที่โตเต็มที่ไว้เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป ทำให้เป็นผักหายากที่มีให้รับประทานเพียงปีละครั้ง

  • ราคาในท้องตลาด: ขายตามตลาดชุมชนเป็นมัดเล็กมัดละ 10 บาท แต่เมื่อคำนวณตามน้ำหนักจริงจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 ถึง 200 บาทเลยทีเดียว

เมนูเด็ดและคุณค่าทางโภชนาการ

  • เมนูยอดฮิต: ชาวเหนือล้านนานิยมนำยอดอ่อนไปแกงใส่เห็ดนางรมปลาแห้ง หรือนำไปลวกจิ้มรับประทานคู่กับน้ำพริกตาแดงและน้ำพริกหนุ่ม

  • สารอาหารสำคัญ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด โดยมีปริมาณธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแคลเซียมค่อนข้างสูง อีกทั้งยังประกอบไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ที่มาของชื่อ "พ่อค้าตีเมีย" กับความลับเรื่องรสสัมผัส

เบื้องหลังชื่อแปลกของผักชนิดนี้ มาจากนิทานพื้นบ้านที่เล่าต่อกันมาว่า มีพ่อค้าคนหนึ่งเดินทางไปค้าขายกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยและหิวจัด จึงเรียกให้ภรรยาจัดสำรับอาหารมาให้ ซึ่งในมื้อนั้นมีแกงผักป่าชนิดนี้อยู่ด้วย เมื่อพ่อค้าเคี้ยวผักเข้าไปแล้วพบว่าผักยังมีความกรอบ ไม่นุ่มนิ่มเหมือนผักทั่วไป จึงเข้าใจผิดว่าภรรยาต้มแกงไม่สุก ด้วยความโมโหและหิวจึงคว้าไม้ไล่ตีภรรยา

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว นั่นคือ "เอกลักษณ์เฉพาะตัว" ของผักชนิดนี้ที่มีเนื้อสัมผัสกรอบกรุบ ไม่เปื่อยยุ่ยหรือเละง่ายเมื่อโดนความร้อน จึงกลายเป็นที่มาของชื่อผักป่าสุดแปลกจวบจนปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล