รู้จัก "ถุงยางลิ้น" ไอเทมลับของสายเบิร์น ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเสียว!

รู้จัก "ถุงยางลิ้น" ไอเทมลับของสายเบิร์น ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเสียว!

รู้จัก "ถุงยางลิ้น" ไอเทมลับของสายเบิร์น ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเสียว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

 

รู้จัก "ถุงยางลิ้น" ไอเทมลับของสายเบิร์น ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเสียว!

เมื่อพูดถึงเรื่อง "Safe Sex" หรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ภาพแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวของทุกคนร้อยทั้งร้อยคงหนีไม่พ้น "ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย" ใช่ไหมคะ? แต่รู้หรือไม่ว่า ในโลกของกิจกรรมบนเตียงอันเร่าร้อน ยังมีอวัยวะอีกส่วนหนึ่งที่ถูกใช้งานบ่อยไม่แพ้กัน และเสี่ยงต่อการติดโรคไม่ต่างกันเลย... สิ่งนั้นก็คือ "ลิ้น" นั่นเองค่ะ!

วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดโลก ทำความรู้จักกับ "ถุงยางลิ้น" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า แผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ไอเทมลับฉบับสายเบิร์นที่บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีไม่ได้แล้ว เพราะมันไม่ได้มีดีแค่การเพิ่มอรรถรส แต่เป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

"ถุงยางลิ้น" (Dental Dams) คืออะไร?

สารภาพมาเสียดีๆ ว่าแวบแรกที่ได้ยินคำว่าถุงยางลิ้น หลายคนแอบจินตนาการถึงถุงยางทรงกระบอกอันเล็กๆ ที่เอาไว้สวมครอบลิ้นใช่ไหมคะ? (หัวเราะ) แต่จริงๆ แล้วหน้าตาของมันไม่ใช่แบบนั้นค่ะ

ถุงยางลิ้น หรือ Dental Dams แท้จริงแล้วมีลักษณะเป็น "แผ่นยางสี่เหลี่ยมผืนผ้า" บางๆ มีความยืดหยุ่นสูง ทำมาจากน้ำยางธรรมชาติ (Latex) หรือโพลียูรีเทน (สำหรับคนแพ้เลเท็กซ์) วิธีการใช้คือ นำแผ่นยางนี้ไปวางทาบลงบนอวัยวะเพศหญิง (คริตอริส/แคม) หรือบริเวณรอบทวารหนัก ก่อนที่จะเริ่มบทเพลงรักด้วยปากและลิ้น (Oral Sex) เพื่อเป็นฉากกั้นระหว่างน้ำลายกับสารคัดหลั่งโดยตรงค่ะ

ทำไมสายออร์รัลเซ็กซ์ต้องใช้? ไม่สอดใส่ก็ติดโรคได้นะ!

"แค่ใช้ปากและลิ้น ไม่ได้มีการสอดใส่ แถมไม่ได้ทำให้ท้อง จะต้องป้องกันไปทำไม?"

นี่คือความเข้าใจผิดที่อันตรายมากๆ ค่ะ! แม้ว่าการทำออร์รัลเซ็กซ์จะไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ แต่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) สามารถเดินทางผ่านน้ำลาย แผลเล็กๆ ในช่องปาก หรือสารคัดหลั่งได้อย่างง่ายดาย และนี่คือสารพัดโรคร้ายที่มากับ "สายเบิร์น" แฟนตาซีแบบไม่ป้องกัน:

  • โรคเริม (Herpes): ติดต่อง่ายมากผ่านการสัมผัส ตุ่มน้ำใสๆ สามารถขึ้นได้ทั้งที่ปากและอวัยวะเพศ
  • ซิฟิลิส (Syphilis) & หนองใน (Gonorrhea): เชื้อสามารถเจริญเติบโตในลำคอ ทำให้เกิดอาการคออักเสบ เจ็บคอเรื้อรัง หรือมีแผลในปาก
  • ไวรัส HPV (Human Papillomavirus): ตัวร้ายที่เป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ไวรัส HPV บางสายพันธุ์เป็นสาเหตุหลักของการเกิด มะเร็งช่องปากและลำคอ (Oropharyngeal Cancer) ในระยะยาวอีกด้วย

การใช้ถุงยางลิ้นจึงทำหน้าที่เป็นเกราะบล็อกเชื้อโรคเหล่านี้ไม่ให้ส่งต่อจากอวัยวะเพศสู่ปาก หรือจากปากสู่อวัยวะเพศนั่นเอง เรียกว่าเซฟทั้งเราและเซฟทั้งคู่รักค่ะ

ไม่ได้มีดีแค่ปลอดภัย แต่ "ความฟิน" ก็จัดเต็ม!

หลายคนอาจกังวลว่า มีแผ่นยางมาคั่นกลางแบบนี้ อารมณ์ร่วมจะสะดุดไหม? จะเหม็นกลิ่นยางลูกโป่งจนหมดสนุกหรือเปล่า? บอกเลยว่าเลิกกังวลได้เลยค่ะ เพราะปัจจุบันถุงยางลิ้นถูกพัฒนามาเพื่อกิจกรรมความรักโดยเฉพาะ

ในท้องตลาดมีแผ่นยางอนามัยที่มี กลิ่นผลไม้ ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี มิ้นท์ ส้ม หรือช็อกโกแลต แถมบางรุ่นยังมีการเคลือบสารหล่อลื่นที่มีรสชาติหวานนิดๆ ช่วยเปลี่ยนกิจกรรมเดิมๆ ให้สนุก ตื่นเต้น และน่าค้นหามากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

แจกสูตร Life Hack: ถ้าหาซื้อยาก... DIY เองได้ใน 3 วิ!

เนื่องจากแผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ในบ้านเราอาจจะยังไม่ได้วางขายแพร่หลายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป (ส่วนใหญ่ต้องสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์) ถ้าเกิดค่ำคืนนี้อารมณ์มันพาไปแล้วไอเทมดันไม่มีล่ะก็... เรามีทริคเด็ดมาแจกค่ะ!

คุณสามารถเปลี่ยน "ถุงยางอนามัยผู้ชาย" ทั่วไป ให้กลายเป็นถุงยางลิ้นได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ:

  1. แกะถุงยางอนามัยใหม่ออกมา (ห้ามคลี่ออก)
  2. ใช้กรรไกรสะอาด ตัดส่วนปลายยอด (ถุงเก็บน้ำเชื้อ) ออก
  3. ใช้กรรไกร ตัดขอบวงแหวนที่โคน ออก
  4. ใช้กรรไกร ขลิบตัดตามแนวยาว จากโคนไปถึงปลาย แล้วกางยางออก

เพียงเท่านี้ คุณจะได้แผ่นยางสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมใช้งานทันที!

ข้อควรระวังที่สุดยอด: ห้ามนำถุงยางสูตรเย็น, สูตรเผ็ดร้อน, หรือถุงยางที่มีส่วนผสมของสารชะลอการหลั่ง (Benzocaine) มาทำเด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นจากที่จะฟิน อาจจะกลายเป็นแสบร้อนจนน้ำตาเล็ดทั้งคู่แทนค่ะ!

สรุป: รักสนุกได้ แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

การเลือกใช้ "ถุงยางลิ้น" ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ความสนุกดึงดูดใจลดลงเลยค่ะ แต่มันคือการแสดงออกถึงความใส่ใจ ความสะอาด และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารัก เพราะเซ็กซ์ที่ดีที่สุด คือเซ็กซ์ที่ทั้งเสียว สนุก และปลอดภัยไปพร้อมๆ กันค่ะ!

สำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขอนามัยทางเพศและการป้องกัน สามารถเข้าไปอ่านคู่มือฉบับเต็มได้ที่ Planned Parenthood คลินิกสุขภาพทางเพศระดับโลกได้เลยค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล