ท่านอนที่ดีที่สุด ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับถ่ายดี บรรเทากรดไหลย้อน

ท่านอนที่ดีที่สุด ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับถ่ายดี บรรเทากรดไหลย้อน

ท่านอนที่ดีที่สุด ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับถ่ายดี บรรเทากรดไหลย้อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ท่านอนที่ดีที่สุด ช่วยระบบย่อยอาหาร บรรเทากรดไหลย้อน ขับถ่ายโล่งสบาย เคล็ดลับตอนนอนหลับที่หลายคนไม่รู้

เวลาที่เราเข้าฟิตเนส เล่นโยคะ หรือยกเวท เรามักจะจัดระเบียบร่างกายและจัดท่าทางอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่รู้ไหมว่า "การนอนหลับ" ก็ควรใช้หลักการจัดท่าทางแบบเดียวกัน เพราะท่านอนส่งผลต่อสุขภาพของเราในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่สมองไปจนถึงลำไส้ หากคุณนอนครบ 7-8 ชั่วโมงตามเกณฑ์แล้วยังตื่นมาเพลีย ไร้เรี่ยวแรง อาจถึงเวลาต้องรีเซ็ต "ท่านอน" ของตัวเองใหม่หลังปิดไฟ

ไขข้อข้องใจ: นอนตะแคงซ้าย ช่วยระบบย่อยอาหารได้จริงหรือ?

หลายคนมีความเชื่อว่าการ "นอนตะแคงซ้าย" ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ซึ่งถ้าอธิบายตามหลักกายวิภาคศาสตร์ "ตำแหน่งของกระเพาะอาหาร" ของคนเราจะค่อนไปทางด้านซ้าย ท่าทางในการพักผ่อนจึงส่งผลต่อวิธีที่ระบบภายในจัดการกับของเสีย โดยมี "แรงโน้มถ่วง" เป็นตัวช่วยสำคัญ

ในขณะที่เรานอนตะแคงซ้าย แรงโน้มถ่วงจะช่วยลำเลียงของเสียจากลำไส้เล็กผ่านลิ้นไอลิโอซีคัล (Ileocecal valve) ทางท้องน้อยด้านขวา ให้เดินทางเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น และไหลไปตามแนวลำไส้ใหญ่เพื่อเตรียมขับถ่าย ทำให้ตื่นมาขับถ่ายได้โล่งสบายเหมือนนาฬิกาปลุกในตอนเช้า

บอกลา "กรดไหลย้อน" ด้วยการนอนตะแคงซ้าย

สำหรับผู้ที่มีปัญหาแสบร้อนกลางอก หรือโรคกรดไหลย้อน (GERD) ที่มักกำเริบในตอนกลางคืน การนอนตะแคงซ้ายคือทางออก เพราะเมื่อเรานอนตะแคงซ้าย กระเพาะอาหารและน้ำย่อยจะอยู่ต่ำกว่าระดับของหลอดอาหารเสมอ และกล้ามเนื้อหูรูดจะหดตัวได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับขึ้นมา ต่างจากการนอนตะแคงขวาที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะหย่อนตัวลง จนอาจทำให้กรดไหลย้อนกำเริบได้ง่ายขึ้น

สรุปข้อดี-ข้อเสีย ของการนอนตะแคง

นอกจากเรื่องระบบย่อยอาหารแล้ว การนอนตะแคงยังมีประโยชน์และข้อควรระวังอื่น ๆ ที่คุณควรรู้:

  • ข้อดีเพิ่มเติม: ช่วยกระตุ้นการกู้คืนระบบสมอง โดยช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียในช่องว่างระหว่างเซลล์สมอง (Interstitial waste) ได้ดีกว่าการนอนหงายหรือนอนคว่ำ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสันได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะป้องกันไม่ให้โคนลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
  • ข้อเสียที่ต้องระวัง: อาจทำให้เกิด อาการปวดไหล่ จากแรงกดทับของน้ำหนักตัว และ อาการเจ็บขากรรไกร สำหรับคนที่มีอาการขากรรไกรตึงอยู่แล้วจากการเอาหน้าแนบหมอน

ทริกจัดท่า "นอนตะแคง" ให้ถูกต้อง ไม่ปวดเมื่อย

หากคุณเป็นสายชอบนอนตะแคง แนะนำให้เริ่มต้นสตาร์ทการนอนด้วย "ฝั่งซ้าย" เพื่อดูแลลำไส้ และจัดท่าตามนี้เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ:

  1. เลือกหมอนที่พอดี: หมอนต้องมีความแน่นและสูงเท่ากับระยะห่างระหว่างลำคอกับปลายไหล่ เพื่อรักษาแนวกระดูกสันหลังและศีรษะให้เป็นเส้นตรง ไม่เอียงหักลงมา
  2. หนีบหมอนที่เข่า: วางหมอนหนุนที่ค่อนข้างแน่นไว้ระหว่างหัวเข่า เพื่อช่วยจัดระเบียบสะโพกและรองรับหลังส่วนล่างให้สมดุล
  3. กอดหมอนข้าง: หาหมอนอีกใบมาโอบกอดไว้เพื่อเป็นที่วางแขนท่อนบน ป้องกันการนอนกดทับแขนตัวเองจนเกิดอาการชา

ทางเลือกสำหรับ "สายชอบนอนหงาย" ลดแรงกดทับ

หากนอนตะแคงแล้วปวดไหล่ การนอนหงายก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะช่วยรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรงได้ง่ายที่สุด ลดแรงกดทับที่หัวไหล่หรือขากรรไกร และลดอาการปวดหัวตึงเครียดได้ดี โดยมีทริกจัดท่าง่าย ๆ ดังนี้:

  • รองหมอนใต้หัวเข่า: ช่วยซัพพอร์ตให้กระดูกสันหลังอยู่ในระนาบปกติและผ่อนคลายที่สุด
  • นอนกางแขนกางขา: แยกขาออกกว้างเท่าช่วงสะโพกและกางแขนออกเล็กน้อย เพื่อกระจายน้ำหนักตัวและลดแรงกดตามข้อต่อ
  • ยกหัวให้สูงขึ้นด้วยหมอนลิ่ม: สำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อนหรือคัดจมูกแต่ชอบนอนหงาย ให้ใช้หมอนลิ่ม (Wedge pillow) หรือหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 6 นิ้ว เพื่อป้องกันน้ำย่อยไหลย้อนและลดความดันในโพรงจมูก
  • ใช้หมอนคนท้อง: เป็นตัวช่วยล็อกตำแหน่งร่างกายสำหรับคนที่กำลังฝึกเปลี่ยนท่านอนให้อยู่กับที่ได้ง่ายขึ้น

เตือน! "นอนคว่ำ" ท่าต้องห้ามที่ทำร้ายหลังและคอ

การนอนคว่ำถือเป็นท่าที่เป็น "ข้อห้าม" ในทางสุขภาพ เนื่องจากน้ำหนักตัวส่วนใหญ่จะกองอยู่ตรงแกนกลางลำตัว การนอนคว่ำจึงทำให้ตัวเราจมลงไปในที่นอนและดัดกระดูกสันหลังให้โค้งผิดรูป ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังและปวดคอเรื้อรัง ยิ่งไปกว่านั้นงานวิจัยระบุว่าคนที่นอนคว่ำมักจะตื่นกลางดึกบ่อยที่สุด ประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือช่วยเปิดทางเดินหายใจสำหรับคนนอนกรน แต่การเปลี่ยนมาใช้แนวทาง "นอนตะแคง" จะปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากกว่า

3 เคล็ดลับปรับพฤติกรรมก่อนนอน เพื่อระบบย่อยอาหารที่สมบูรณ์แบบ

นอกจากการจัดท่านอนแล้ว พฤติกรรมการกินก่อนนอนก็ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหาร (GI) เช่นกัน:

  • 1. หลีกเลี่ยงมื้อดึกจัดเต็ม: ระบบย่อยอาหารต้องการเวลาพักผ่อน การกินมื้อใหญ่จะบังคับให้กระเพาะทำงานหนักตลอดคืน ควรเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และน้ำอัดลม หากหิวจริง ๆ ให้เลือกทานเป็นของว่างเบา ๆ
  • 2. ทานอาหารก่อนนอน 3 ชั่วโมง: เพื่อให้กระเพาะอาหารมีเวลาสะсางและย่อยอาหารให้เสร็จสิ้น ก่อนที่อาหารจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ลําไส้เล็ก ช่วยป้องกันอาการกรดไหลย้อนตอนล้มตัวลงนอน และไม่กระตุ้นอินซูลินจนร่างกายตื่นตัว
  • 3. โบกมือลาแก้วกาแฟและเครื่องดื่มยามดึก: งดชา กาแฟ น้ำอัดลม และช็อกโกแลตร้อนในช่วงดึกเพราะจะทำให้นอนไม่หลับ รวมถึงไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไปก่อนนอนเพื่อจะได้ไม่ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึก

บทสรุป

แม้ว่างานวิจัยในปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องท่านอนกับการย่อยอาหาร แต่ในแง่ของ "การบรรเทาอาการกรดไหลย้อนและช่วยขับถ่าย" การนอนตะแคงซ้ายถือว่าเห็นผลชัดเจนที่สุด คืนนี้ลองปรับเปลี่ยนท่านอน เลือกหมอนที่ซัพพอร์ตสรีระ และงดมื้อดึกก่อนนอน 3 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพการนอนที่เต็มอิ่มและระบบทางเดินอาหารที่ดีในระยะยาวกันครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล