เคล็ดลับแกงเขียวหวานให้อร่อย ต้องทำแบบนี้ รสถึงเครื่อง

แค่ได้ยินชื่อ “แกงเขียวหวาน” หลายคนก็แทบกลืนน้ำลายไม่ลง ด้วยรสชาติหอมมันจากกะทิ ผสมความเผ็ดนิดๆ และกลิ่นสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมนูนี้กลายเป็นหนึ่งในอาหารไทยยอดนิยมที่กินได้ไม่มีเบื่อ
จุดเด่นของแกงเขียวหวานคือ “สีเขียว” จากพริกแกง ซึ่งแตกต่างจากแกงกะทิชนิดอื่นอย่างชัดเจน และยังสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู หรือลูกชิ้นปลา ก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน
เคล็ดลับทำแกงเขียวหวานให้อร่อย
หัวใจสำคัญของเมนูนี้อยู่ที่ “พริกแกง” และ “กะทิ”
- พริกแกงต้องหอม เข้มข้น ถึงเครื่อง
- กะทิควรใช้แบบสด จะให้ความมันและกลิ่นหอมมากกว่า
- การผัดพริกแกงกับหัวกะทิจน “แตกมัน” คือขั้นตอนสำคัญที่ทำให้แกงหอมและรสชาติเข้มข้น
วัตถุดิบแกงเขียวหวานไก่
วัตถุดิบแกงเขียวหวานไก่
- เนื้อไก่ 300 กรัม
- มะเขือเปราะ 4-5 ลูก
- มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าสีแดง 2-3 เม็ด
- ใบโหระพา
- ใบมะกรูด 4-5 ใบ
- พริกแกงเขียวหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- หางกะทิ 1 ถ้วย
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำแกงเขียวหวานไก่
- ล้างไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- หั่นมะเขือเปราะ แช่น้ำเกลือกันดำ เตรียมผักอื่นๆ ให้พร้อม
- ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิ เคี่ยวจนเริ่มแตกมัน
- ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดจนหอม
- ใส่เนื้อไก่ ผัดให้พอสุก
- เติมหางกะทิลงไป เคี่ยวให้เดือด
- ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และใบมะกรูด ต้มจนสุก
- ปิดไฟ ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้า คนให้เข้ากัน
เพียงเท่านี้ก็จะได้แกงเขียวหวานไก่รสเข้มข้น หอมมัน น่ากินสุดๆ
กินกับอะไรให้อร่อยสุด
แกงเขียวหวานสามารถทานคู่กับ
- ข้าวสวยร้อนๆ
- ขนมจีน
ยิ่งได้กินตอนร้อนๆ จะยิ่งช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นมากขึ้น
สรุป
แกงเขียวหวานไก่เป็นเมนูที่ทำไม่ยาก หากรู้เทคนิคสำคัญอย่างการผัดพริกแกงให้แตกมัน และเลือกใช้กะทิคุณภาพดี ก็สามารถทำให้อร่อยเหมือนร้านได้ไม่ยาก เหมาะทั้งทำกินเองในบ้านหรือทำขายก็ได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
