ผลไม้ติดอันดับ 1 ราชาวิตามินซี มีสูงถึง 250 มก. ไม่ใช่ "ส้ม" อย่างที่หลายคนคิด

ผลไม้ติดอันดับ 1 ราชาวิตามินซี มีสูงถึง 250 มก. ไม่ใช่ "ส้ม" อย่างที่หลายคนคิด

ผลไม้ติดอันดับ 1 ราชาวิตามินซี มีสูงถึง 250 มก. ไม่ใช่ "ส้ม" อย่างที่หลายคนคิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลไม้รับฉายาราชาวิตามินซี ส้มไม่ใช่เบอร์ 1 อย่างที่คิด แถมน้ำตาลน้อย ไฟเบอร์สูง

ความเชื่อที่ว่า ส้ม คือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดอาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อข้อมูลทางโภชนาการระบุชัดเจนว่า "ฝรั่ง" คือแชมป์ตัวจริงที่มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มหลายเท่าตัว การเลือกรับประทานผลไม้ให้ได้วิตามินซีสูงสุดจึงไม่ได้ดูแค่รสเปรี้ยว แต่ต้องพิจารณาถึงชนิดของผลไม้และวิธีการกินที่ถูกต้องเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เมื่อเปรียบเทียบปริมาณวิตามินซีต่อผลในขนาดมาตรฐาน พบว่า ส้มขนาดกลางหนึ่งผล (น้ำหนักประมาณ 130 กรัม) ให้วิตามินซีประมาณ 60–70 มิลลิกรัม

ในขณะที่ ฝรั่งขนาดกลางเพียงหนึ่งผล (น้ำหนักประมาณ 100 กรัม) กลับมีวิตามินซีสูงถึง 200–250 มิลลิกรัม ซึ่งหมายความว่าการรับประทานฝรั่งในปริมาณที่เท่ากันจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 3–4 เท่าเลยทีเดียว

ทำไม ฝรั่ง ถึงเป็นสุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ

นอกจากจะมีปริมาณวิตามินซีที่โดดเด่นแล้ว ฝรั่ง ยังถือเป็นผลไม้ที่เป็นมิตรต่อผู้ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลต่ำเมื่อเทียบกับส้มและผลไม้รสหวานชนิดอื่น ทั้งยังมีใยอาหารหรือไฟเบอร์ในปริมาณสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้รับวิตามินซีที่เพียงพอไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดโอกาสการเป็นหวัด แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวพรรณสดใส และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อร่างกาย แต่มีข้อเสียคือสลายตัวได้ง่ายมากเมื่อสัมผัสกับความร้อน แสงแดด และอากาศ ดังนั้นการเลือกซื้อและการเก็บรักษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าเราจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารเหล่านั้นจริงหรือไม่

เคล็ดลับการกินผลไม้ให้ได้วิตามินซีสูงสุด

เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีแบบเต็มประสิทธิภาพ ควรยึดหลักการรับประทานดังนี้

  • รับประทานผลไม้สดเท่านั้น: เนื่องจากวิตามินซีสลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน การนำไปปรุงสุกหรือคั้นน้ำผ่านความร้อนจะทำให้คุณค่าลดลง
  • รับประทานทันทีหลังปอกเปลือก: การหั่นทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้อากาศทำปฏิกิริยากับวิตามินจนสูญเสียคุณค่าไป
  • เลี่ยงการแช่น้ำนาน: วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี การล้างหรือแช่ผลไม้ที่หั่นแล้วนานเกินไปจะทำให้วิตามินละลายออกไปกับน้ำ
  • รับประทานทั้งเปลือก: สำหรับฝรั่ง หากล้างทำความสะอาดอย่างปลอดภัยแล้ว ควรรับประทานทั้งเปลือกเนื่องจากเป็นส่วนที่มีสารอาหารและวิตามินรวมตัวอยู่หนาแน่นที่สุด

สรุปได้ว่าแม้ ส้ม จะเป็นผลไม้ที่ดีและหาซื้อได้ง่าย แต่หากต้องการวิตามินซีในปริมาณที่สูงกว่าภายใต้การบริโภคที่น้อยกว่า ฝรั่ง คือคำตอบที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับสายสุขภาพ สิ่งสำคัญคือการล้างทำความสะอาดให้ปราศจากสารเคมีตกค้างก่อนรับประทาน เพื่อให้ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดีอย่างปลอดภัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล