"ยาคุมฉุกเฉิน" แบบ 1 เม็ด และ 2 เม็ด ต่างกันยังไง? เปิดวิธีกินให้ได้ผลที่สุด
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด และ 2 เม็ด กินอย่างไร ให้ได้ผลที่สุด สาวๆ เก็บเป็นคลังความรู้
ในโลกของความสัมพันธ์ บางครั้ง "ความผิดพลาดยังไม่พร้อม" ก็เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัยรั่วซึม ลืมกินยาคุมแบบรายวัน หรือเหตุการณ์สุดวิสัยอื่นๆ ตัวช่วยด่านสุดท้ายที่ผู้หญิงทุกคนต้องรู้จักคือ "ยาคุมฉุกเฉิน" (Emergency Contraceptive Pills) แต่การจะใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อร่างกาย มีรายละเอียดสำคัญที่ห้ามมองข้าม
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินให้ได้ผลสูงสุด
ตัวยาสำคัญในยาคุมฉุกเฉินคือ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) ซึ่งเป็นฮอร์โมนขนาดสูง มีหน้าที่ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ โดยในท้องตลาดมี 2 รูปแบบหลัก ดังนี้:
1. แบบกล่อง 2 เม็ด (เม็ดละ 750 ไมโครกรัม)
-
วิธีกินที่แนะนำ: กินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ (ไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง) และกินเม็ดที่สองตามหลังจากเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง
-
สูตรทางเลือก: สามารถกินพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียวได้เลย เพื่อป้องกันการลืมกินเม็ดที่สอง และให้ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน
2. แบบกล่อง 1 เม็ด (1.5 มิลลิกรัม)
-
วิธีกิน: กินเพียงเม็ดเดียวครั้งเดียวให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ สะดวกและลดโอกาสลืมกินยา
กฎเหล็กเรื่องเวลา: หากกินภายใน 24 ชม. แรก จะป้องกันได้สูงถึง 85% แต่ถ้าปล่อยไว้นานถึง 72 ชม. ประสิทธิภาพจะลดลงเหลือเพียง 75% (ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยตั้งครรภ์ด้วยความไม่พร้อม)
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (ไม่ต้องตกใจ!)
เนื่องจากเป็นยาที่มีฮอร์โมนสูง ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองชั่วคราว เช่น
-
คลื่นไส้ อาเจียน (หากอาเจียนภายใน 2 ชม. หลังกินยา ต้องกินซ้ำใหม่ 1 เม็ด)
-
เลือดออกกะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนในเดือนนั้นอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ
-
คัดตึงเต้านม ปวดหัว หรือเวียนศีรษะ
ความเชื่อเรื่อง "ห้ามกินเกิน 2 ครั้งในชีวิต" จริงหรือมั่ว?
เป็นประโยคที่ส่งต่อกันมานานจนหลายคนกลัว แต่ในทางการแพทย์ "ไม่มีข้อห้ามตายตัวว่าห้ามกินเกิน 2 ครั้งในชีวิต" ครับ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำคัญคือ
-
ไม่ควรใช้แทนยาคุมปกติ: ชื่อก็บอกว่า "ฉุกเฉิน" หากกินบ่อยเกินไปจะทำให้ระบบฮอร์โมนและรอบเดือนรวนอย่างหนัก
-
ความเสี่ยงสะสม: การได้รับฮอร์โมนสูงบ่อยๆ อาจส่งผลต่อรังไข่และมดลูกในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่ากินครั้งที่ 3 แล้วจะเป็นมะเร็งทันที เพียงแต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินนั้น ต่ำกว่า การคุมกำเนิดแบบปกติ (ยาคุมรายวัน/ถุงยาง) มาก
สรุปสิ่งที่ผู้หญิงต้องจำ
-
ยาคุมฉุกเฉินป้องกันโรคติดต่อไม่ได้: ป้องกันได้แค่การตั้งครรภ์เท่านั้น
-
ไม่ใช่ยาทำแท้ง: ยานี้ป้องกันการปฏิสนธิ แต่ถ้าไข่ผสมกับอสุจิและฝังตัวไปแล้ว ยานี้จะไม่ได้ผล
-
ยืดอกพกถุงยางดีที่สุด: การป้องกันก่อนเกิดเหตุด้วยถุงยางอนามัยหรือยาคุมรายวัน ให้ความมั่นใจได้มากกว่า 99% และปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาวครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล:
-
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
-
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข: คู่มือการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย
-
World Health Organization (WHO): Emergency contraception fact sheet
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี