5 สัญญาณเตือน "โรคแพ้ภูมิตัวเอง" อาการเริ่มต้นที่ผู้หญิงห้ามละเลย ก่อนร่างกายพัง!

5 สัญญาณเตือน "โรคแพ้ภูมิตัวเอง" อาการเริ่มต้นที่ผู้หญิงห้ามละเลย ก่อนร่างกายพัง!

5 สัญญาณเตือน "โรคแพ้ภูมิตัวเอง" อาการเริ่มต้นที่ผู้หญิงห้ามละเลย ก่อนร่างกายพัง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 สัญญาณเตือนโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคที่ผู้หญิงเป็นมากขึ้น สังเกตก่อนเรื้อรังหนัก

ร่างกายของผู้หญิงมีความซับซ้อนและน่ามหัศจรรย์ แต่ในบางครั้งระบบภูมิคุ้มกันที่ควรปกป้องเรากลับทำงานผิดพลาดหันมาทำร้ายเซลล์ดีในร่างกายเสียเองจนกลายเป็น โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ SLE การหมั่นสังเกตความผิดปกติจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ปัจจุบันพบว่าผู้หญิงมีสถิติการป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้รับการรักษาได้ทันท่วงที บทความนี้จึงรวบรวม 5 อาการสำคัญที่สาว ๆ ควรเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

1. ผื่นแดงรูปผีเสื้อบนใบหน้า

ลองสังเกตกระจกดูว่าบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างลามไปถึงสันจมูก มีผื่นแดงขึ้นในลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อหรือไม่ ผื่นชนิดนี้มักจะเว้นบริเวณร่องพับข้างจมูกเอาไว้ และมีความพิเศษคือจะไวต่อแสงแดดเป็นอย่างมาก

หากออกแดดเพียงไม่นานแล้วผื่นกลับแดงชัดขึ้น หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณนั้นมากกว่าปกติ นี่คือสัญญาณเด่นชัดที่บอกว่าภูมิคุ้มกันกำลังทำงานผิดปกติจนเกิดการอักเสบในชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นอาการเฉพาะตัวที่พบบ่อยในกลุ่ม โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ค่ะ

2. อาการเหนื่อยล้าแบบไร้สาเหตุ

ความอ่อนเพลียนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความง่วงจากการนอนดึกหรือทำงานหนักทั่วไป แต่เป็นความรู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรังเหมือนพลังงานหมดตลอดเวลา แม้จะนอนหลับพักผ่อนเต็มที่ 8-10 ชั่วโมงแล้วก็ตาม ตื่นมาก็ยังไม่สดชื่นและไม่มีแรงขับเคลื่อนกิจกรรมปกติ

หากคุณผู้หญิงมีอาการเพลียสะสมยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ไม่ควรปล่อยผ่านว่าเป็นเพียงเรื่องพักผ่อนน้อยหรือความเครียดจากการทำงาน เพราะร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าระบบภายในกำลังมีปัญหาอย่างรุนแรง

3. ปวดข้อและมีอาการบวมตึง

สัญญาณนี้มักมาคู่กับอาการตึงตามข้อต่อในช่วงเช้าหลังตื่นนอน โดยอาจรู้สึกปวดข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อศอก หรือข้อเข่า ซึ่งมักจะมีอาการแบบสมมาตรหรือสลับข้างไปมา บางครั้งอาจสังเกตเห็นว่ามีอาการบวมแดงหรือรู้สึกร้อนบริเวณข้อร่วมด้วย

อาการปวดนี้แตกต่างจากการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วไป เพราะเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปโจมตีเนื้อเยื่อบุผิวบริเวณข้อต่อจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจส่งผลเสียต่อโครงสร้างข้อต่อในระยะยาวได้

4. ผมร่วงมากผิดปกติและมีแผลในปาก

เรื่องของความงามสามารถสะท้อนสุขภาพภายในได้ดี หากพบว่าผมหลุดร่วงเป็นจำนวนมากแบบเป็นกำมือโดยไม่ได้เปลี่ยนแชมพูหรือทำสีผม โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากจนดูบางตาลง ร่วมกับการมีแผลในปากบ่อยครั้งโดยไม่ใช่แผลร้อนในธรรมดา

แผลเหล่านี้มักขึ้นบริเวณเพดานปากหรือเหงือก มักจะไม่ค่อยเจ็บแต่เป็นบ่อยและหายช้า สองสัญญาณนี้บ่งบอกถึงการอักเสบของระบบเยื่อบุและสเต็มเซลล์รากผมที่ถูกรบกวนจากภูมิคุ้มกันที่รวน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นอีกประการของ โรคแพ้ภูมิตัวเอง

5. ปลายนิ้วเปลี่ยนสีเมื่อเจอความเย็น

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Raynaud's phenomenon คือการที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เขียวคล้ำ หรือม่วง เมื่อสัมผัสความเย็นเพียงเล็กน้อย เช่น การหยิบของจากตู้เย็น หรืออยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจัด รวมถึงเวลาที่มีความเครียดจัด

สาเหตุเกิดจากหลอดเลือดฝอยส่วนปลายหดตัวผิดปกติอย่างรุนแรง ทำให้เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอจนเกิดการเปลี่ยนสีและอาจมีอาการชาหรือปวดแปล๊บร่วมด้วย หากพบอาการลักษณะนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด

สรุปแนวทางการดูแลตนเอง

การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของร่างกาย คือจุดเริ่มต้นของการรักตัวเองที่แท้จริง แม้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง จะดูน่ากลัวแต่หากรู้เท่าทันและได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม สาว ๆ ก็สามารถใช้ชีวิตที่สดใสและแข็งแรงได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
  2. Island Rheumatology and Osteoporosis, PC
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล