รู้จักตัว "ตัวคุ่น" หรือ "แมลงริ้นดำ" หลังชายชาวลำปางโดนกัด ติดเชื้อเสียชีวิต

"ตัวคุ่น" คืออะไร? หลังเคสเศร้าชายเสียชีวิต แพทย์ชี้ "ไม่ได้ฆ่าคนโดยตรง" แต่เพราะภาวะแทรกซ้อน
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมออนไลน์และนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ เมื่อมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายหนึ่งที่จังหวัดลำปาง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุอาจมาจากการถูก "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" กัด จนนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยชายวัย 68 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวังเหนือ ด้วยอาการปวดน่อง แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ในช่วงเย็นวันเดียวกัน อาการกลับทรุดหนัก ปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้ ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงคล้ำ ญาติจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยอาจถูกแมลงตัวคุ่นกัด
ทีมแพทย์ได้ตรวจพบภาวะวิกฤต คือการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Sepsis) ร่วมกับน้ำตาลในเลือดต่ำ แม้จะมีการส่งตัวรักษาต่อและดูแลอย่างใกล้ชิด แต่สุดท้ายผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยภาวะระบบหายใจล้มเหลว
ทางโรงพยาบาลวังเหนือได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงสำคัญว่า "ตัวคุ่น" ไม่ใช่สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงถึงชีวิตในทันที การเสียชีวิตในเคสนี้เกิดจากภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพเดิมหรือปัจจัยทางร่างกายเฉพาะบุคคล ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาท เรามาทำความรู้จักเจ้าแมลงจิ๋วแต่แจ๋วชนิดนี้กันให้ชัดเจน
เปิดแฟ้มลับธรรมชาติ: "ตัวคุ่น" นักล่าริมลำธาร
ตัวคุ่น (Black Flies) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ริ้นดำ เป็นแมลงขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายแมลงหวี่หรือแมลงวันตัวจิ๋ว มีสีดำหรือเทาเข้ม มักพบได้มากในพื้นที่ป่าที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะบริเวณแหล่งน้ำสะอาดที่ไหลเชี่ยว เช่น น้ำตก หรือลำธารในป่าลึก
ความน่ากลัวของตัวคุ่นไม่ได้อยู่ที่ "เข็ม" เหมือนยุง แต่อยู่ที่ "ปาก" เพราะธรรมชาติของมันไม่ได้เจาะดูดเลือด แต่จะใช้วิธี "กัดกระชากเนื้อ" (Bite and tear) เพื่อให้เกิดบาดแผลจนเลือดซึมออกมาเป็นแอ่งเล็กๆ แล้วจึงดูดกินเลือดจากตรงนั้น ทำให้ผู้ถูกกัดมักไม่รู้สึกเจ็บในทันที แต่จะเห็นจุดเลือดออกเล็กๆ กลางรอยกัด ทั้งนี้แล้วตัวคุ่นหรือริ้นดำ เป็นแมลงที่ไม่มีพิษร้ายแรงต่อมนุษย์จนถึงขั้นเสียชีวิต
อาการหลังโดนตัวคุ่นกัด: คันทรมานข้ามวัน
ปฏิกิริยาของร่างกายต่อพิษน้ำลายของตัวคุ่นจะแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะมีลำดับอาการดังนี้:
-
ระยะแรก: จะเห็นเป็นจุดเลือดออกสีแดงสดเล็กๆ บริเวณที่ถูกกัด อาจยังไม่มีอาการคันทันที
-
ระยะต่อมา: ผ่านไปสักพักหรือข้ามวัน จะเริ่มมีอาการคันคะเยออย่างรุนแรง ตุ่มจะบวมแดง นูนแข็ง หรือบางรายอาจเป็นตุ่มน้ำใส และอาจมีน้ำเหลืองไหลร่วมด้วย
-
ระยะอันตราย: หากแพ้พิษรุนแรง (Anaphylaxis) อาจมีอาการหน้าบวม ปากบวม หายใจติดขัด เวียนศีรษะ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที
สาเหตุหลักที่ทำให้แผลจากตัวคุ่นกัดลุกลามจนอันตราย มักไม่ได้เกิดจากพิษของมันโดยตรง แต่เกิดจาก "การเกา" จนเกิดแผลถลอก เปิดช่องทางให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง นำไปสู่การติดเชื้ออักเสบ เป็นหนอง หรือร้ายแรงที่สุดคือเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ดังกรณีที่เกิดขึ้นในข่าว
คู่มือปฐมพยาบาล: โดนตัวคุ่นกัดแล้วต้องทำอย่างไร?
หากรู้ตัวว่าโดนตัวคุ่นฝากรัก สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือ "ห้ามเกาเด็ดขาด" และปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
-
ล้างทันที: รีบล้างทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดเพื่อชะล้างน้ำลายแมลงและแบคทีเรีย
-
ลดบวม: ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณตุ่มกัด เพื่อลดอาการอักเสบและบวมแดง
-
บรรเทาอาการ: ทาคาลาไมน์ หรือครีมแก้คัน หากคันมากหรือมีตุ่มนูนแดงจัด สามารถทานยาแก้แพ้ (Antihistamine) หรือใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์อ่อนๆ เพื่อลดการอักเสบได้
-
สังเกตอาการ: หากแผลเริ่มบวมร้อน เป็นหนอง มีไข้สูง หรือผ่านไป 2 สัปดาห์แผลยังไม่หาย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาการติดเชื้อ
เที่ยวป่าอย่างไรให้ปลอดภัยจากตัวคุ่น
สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือเดินป่า สามารถป้องกันตัวเองได้ง่ายๆ ดังนี้:
-
แต่งกายมิดชิด: สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และสวมถุงเท้า เพื่อลดพื้นที่ผิวหนังที่แมลงจะเข้าถึง
-
เลือกสีเสื้อผ้า: หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม เช่น สีดำ หรือสีกรมท่า เพราะเป็นสีที่ดึงดูดแมลงคุ่นได้ดี ควรเลือกใส่สีอ่อนๆ สว่างๆ แทน
-
ใช้ยาทากันยุง: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ DEET ในความเข้มข้น 20-30% จะมีประสิทธิภาพในการไล่ตัวคุ่นได้ดีกว่าสมุนไพรทั่วไป
-
ระวังพื้นที่เสี่ยง: หลีกเลี่ยงการนั่งเล่นหรือพักผ่อนบริเวณริมน้ำตกหรือลำธารในช่วงเวลากลางวันนานเกินไป เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตัวคุ่นออกหากิน
แม้ข่าวที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าตกใจ แต่หากเรามีความรู้ความเข้าใจ และรู้วิธีป้องกันดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขเสมอ
อ่านเพิ่มเติม:
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

